ตู่สั่งพรรคร่วม
ถกพรบ.งบ65
อย่าให้มีปัญหา
กลุ่ม ‘ประชาชนคนไทย’ นกหวีดกลายพันธุ์ ยื่นจี้ ‘บิ๊กตู่’ ลาออก เปิดทางคนนอกนั่งนายกฯ ชู ‘ดร.ซุป’ ศุภชัย พานิชภักดิ์ เหมาะสม ประยุทธ์กำชับพรรคร่วมรัฐบาล สภาถกร่างพ.ร.บ.งบปี’65 อย่าให้มีปัญหา ให้รัฐมนตรี ทุกคนช่วยชี้แจงงบสู้โควิด ชี้มาจากพ.ร.ก.กู้เงิน-งบฉุกเฉิน เปิดรายละเอียดร่างงบประมาณรายจ่าย ไม่ได้ตั้งงบเยียวยา ไว้ในงบกลาง ก้าวไกลซัดเน้นแจกคนสนิท หาเสียงล่วงหน้า จับตาครม.ไฟเขียวออกพ.ร.ก.กู้เพิ่ม 7 แสนล้าน กลาโหมขอด้วย 387 ล้านแก้โควิด อ้างเป็น ค่าเบี้ยเลี้ยงภารกิจพิเศษ กลุ่ม ‘ย้ายประเทศ’ เปิดเพจ ‘โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย V2’ หลังของเดิมถูกปิด
ตู่สั่งพรรคร่วมถกงบอย่าให้มีปัญหา
เวลา 09.00 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมครม. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
รายงานข่าวจากทำเนียบเผยว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์กำชับพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมพร้อมเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ระหว่าง 31 พ.ค.- 2 มิ.ย. อย่าให้มีปัญหา เพราะถือเป็นวาระสำคัญที่จะต้องประชุม พร้อมขอให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยระบุช่วงหนึ่งว่า “ก็น่ากลัวอยู่แต่พ.ร.บ.งบประมาณก็ต้องเข้า” มีรัฐมนตรีบางคนแซวเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยว่า การใส่หน้ากากพูด คงลดความดุเดือดลงได้บ้าง
ในที่ประชุม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงการร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…. หรือ กฎหมายปลดล็อกพืชกระท่อม ที่ผ่านรัฐสภาแล้วอยู่ระหว่างรอโปรดเกล้าฯ อีกฉบับคือ ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม ที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งไปตั้งแต่พ.ย.2563 แต่ยังไม่เสร็จ อยากให้เร่งพิจารณาร่างกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ย้ำแจงงบแก้โควิด
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ที่ประชุมรับทราบการรายงานของนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนัก นายกฯ ถึงผลการประชุมวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน วิปวุฒิสภา และตัวแทนครม. เมื่อ 14 พ.ค. ซึ่งสภากำหนดวาระสำคัญ 1.การพิจารณาพ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 (ลดดอกเบี้ยผิดนัด) และพ.ร.ก.การให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พ.ศ.2564 กำหนดประชุม 27 พ.ค. หากไม่เสร็จให้ต่อวันที่ 28 พ.ค. และ 2.การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 65 วันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. รวม 3 วัน
โดยนายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่าขอให้รัฐมนตรีใช้เวลาประชุมสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ชี้แจงข้อมูลความจำเป็นและประโยชน์การใช้งบในแผนงานและโครงการต่างๆ รวมถึงความสอดคล้องต่อสถานการณ์ ทุกอย่างต้องโปร่งใส งบกระทรวงใดที่ปรับลดลงจากปีก่อนต้องชี้ให้เห็น เงินเยียวยา กระตุ้นเศรษฐกิจและการป้องกันโควิดต้องอธิบายด้วยว่ามีการใช้งบจากพ.ร.ก.กู้เงิน และงบกลางกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว ต้องตอบข้อซักถามทุกประเด็นให้กระจ่าง
เปิดรายละเอียดพรบ.งบฯ65
ทั้งนี้ การประชุมสภาเพื่อพิจารณารับ หลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภา กำหนดให้พิจารณา 31 พ.ค.-2 มิ.ย.นั้น ตั้งวงเงินงบไว้ทั้งสิ้น 3,100,000,000,000 บาท (3.1 ล้านล้านบาท) ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 5.66 (ปี 2564 3,285,962.5 ล้านบาท) โดยมีโครงสร้างงบ ดังนี้ รายจ่ายประจำ 2,360,543 ล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 596.7 ล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรอง 24,978.6 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 624,399.9 ล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 100,000 ล้านบาท โดยประมาณการรายได้ 2.4 ล้านล้านบาท งบ ขาดดุล 700,000 ล้าน
รายละเอียดการจัดสรรงบ เป็นการตั้งงบกลาง 571,047.3 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 43,568.9 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายงบกลางมีค่า ใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินและการต้อนรับประมุขต่างประเทศ 800 ล้านบาท (รองรับการประชุม APEC ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ) ค่าใช้จ่ายชดใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 5,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2,300 ล้านบาท
ไม่มีงบเยียวยาโควิด
ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ 74,000 ล้านบาท เงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง 500 ล้านบาท เงินช่วยเหลือข้าราชการลูกจ้างและพนักงานของรัฐ 4,360 ล้านบาท เงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ 310,600 ล้านบาท เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ 11,547 ล้านบาท เงินสมทบของลูกจ้างประจำ 570 ล้านบาท เงินสำรองเงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการ 72,370 ล้านบาท เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 89,000 ล้านบาท ส่วนเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด ไม่มีการจัดสรรไว้ในงบกลางเหมือนปี 2564
สธ.ไม่ติดท็อป 5 งบสูงสุด
โดยมี 5 กระทรวง รับการจัดสรรงบรายจ่ายสูงสุด คือ 1.ศึกษาธิการ 332,398.6 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 24,051 ล้านบาท 2.มหาดไทย 316,527 ล้านบาท ลดลง 17,144 ล้านบาท 3.การคลัง 273,941.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,501 ล้านบาท 4.กลาโหม 203,282 ล้านบาท ลดลง 11,248 ล้านบาท 5.คมนาคม 175,858.7 ล้านบาท ลดลง 14,100 ล้านบาท
ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข 153,940 ล้าน ลดลง 4,338 ล้านบาท สำหรับงบกองทัพ กระทรวงกลาโหม 203,282 ล้านบาท ลดลง 11,248 ล้าน แบ่งเป็น กองทัพบก 99,376.8 ล้านบาท กองทัพเรือ 41,307.4 ล้านบาท กองทัพอากาศ 38,404.8 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย 14,580.1 ล้านบาท สำนักงานปลัดฯกลาโหม 9,197.2 ล้านบาท และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 415.7 ล้านบาท
ก้าวไกลขยี้-จัดงบหาเสียงล่วงหน้า
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการจัดสรรงบปี 65 ว่า เป็นการจัดสรรตามที่หน่วยราชการเสนอมาตามปกติ ไม่สอดคล้องสถานการณ์ในภาวะวิกฤต สิ่งแรกที่ต้องยกเป็นวาระแห่งชาติ คือการแก้ปัญหาให้ก้าวพ้นสถานการณ์โรคระบาดที่มีทั้งผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลอย่างหนัก แต่การจัดสรรงบไม่มองจุดนี้ ใครขอมาเราจัดให้ ใครสนิทกว่าก็รับเงินไป มือใครยาวสาวได้สาวเอาในระบบงบประมาณแบบไทยๆ
งบกระทรวงกลาโหมยังอยู่ในอันดับต้นๆ ซึ่งไม่แปลกใจเนื่องจากผู้นำรัฐบาลเป็นอดีตนายทหาร ขณะที่งบส่วนอื่นๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ยังไม่ตอบโจทย์ ถ้าพิจารณางบแบบเช้าชามเย็นชามแบบนี้ไม่ต้องมีนายกฯก็ได้ แค่มีข้าราชการประจำทำงานกันไปแบบเดิม การบริหารจัดการงบยังเป็นไปเพื่อการหาเสียงล่วงหน้าและใช้งบเสริมสร้างฐานอำนาจของตนเอง
ให้จับตาคลังขอกู้ 7 แสนล้าน
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า อยากให้ประชาชนจับตาให้ดี ทราบข่าวกระทรวงการคลังเสนอขออนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้เพิ่มเติมอีก 700,000 ล้านบาท จากวงเงินกู้เดิมตามพ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ที่อนุมัติงบเกือบเต็มวงเงินแล้ว และเป็นร่างที่มีเอกสารแค่ 4 หน้า แผนงานใช้เงินเขียนสั้นๆ 3 แผนเหมือนพ.ร.ก.เงินกู้เดิมทุกประการ แต่ปรับลดวงเงินลง แบ่งเป็นแผนงานด้านสาธารณสุข ลดเหลือ 30,000 ล้านบาท แผนงานเยียวยาประชาชน ลดเหลือ 400,000 ล้านบาท แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ลดเหลือ 270,000 ล้านบาท
โครงสร้างแผนงานและกลไกการอนุมัติโครงการแทบเหมือน พ.ร.ก. 1 ล้านล้านทุกประการ ซึ่งคาดหวังยากรัฐบาลจะปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งบให้ดีขึ้น ซึ่ง พ.ร.ก. 1 ล้านล้านก็เห็นชัดแล้วว่า นอกจากโครงการที่เป็นเงินโอน โครงการอื่นโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอนุมัติได้น้อย การเบิกจ่ายล่าช้า ตัวโครงการไม่มีความสมเหตุสมผล รวมถึงโครงการเรือธงอย่างโคกหนองนาโมเดล มีถึง 2 โครงการใช้ชื่อต่างกัน มี 2 หน่วยงานทำเรื่องเดียวกัน เรื่องนี้ สตง.ชี้เป้าแล้วว่าโครงการภายใต้พ.ร.ก. 1 ล้านล้าน มีความเสี่ยงในการใช้เงิน การดำเนินโครงการล่าช้ากว่าแผน หน่วยงานไม่พร้อมดำเนินการ มีความเสี่ยงจะไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สัมฤทธิผล
กลาโหมขออีก 387 ล้านแก้โควิด
เรามีบทเรียนการใช้เงินกู้ของประชาชนที่ไม่มีประสิทธิภาพมาแล้ว 1 ปี ในสถานการณ์ปัจจุบัน การกู้เงินเพิ่มเพื่อเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจมีความจำเป็น แต่เราอยากเห็นการกู้แบบมีความรับผิดชอบ ที่มีการคิดเสร็จแล้ว มีรายละเอียดพร้อม มีกลไกเร่งรัดการเบิกจ่าย มีการประเมินกำลังหน่วยงานรัฐว่าไหวไหม ถ้าไม่ไหวอย่าเอาไป เสียของ ยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลเงินกู้ก้อนใหม่ให้ประชาชนได้
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังทำหนังสือลับมาก ด่วนมาก ถึงเลขาธิการครม. เพื่อขอรับการสนับสนุนงบเป็นค่าใช้จ่ายแก้โควิด-19 โดยขอใช้งบกลาง 387 ล้านบาท หลายเรื่องเป็นภารกิจของกองทัพอยู่แล้ว เช่น การสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่ชายแดน 80 ล้านบาท การเตรียมความพร้อมร.พ.สนาม 100 ล้านบาท แต่ที่น่าติดใจคือส่วนที่ใหญ่ที่สุด 207 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง(ศปม.) ที่ใช้เงินเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลรับมือกับสถานการณ์ชุมนุม ไม่เกี่ยวกับการรับมือแก้โควิด-19 เลย รัฐบาลต้องตอบคำถามเรื่องนี้กับประชาชนให้ชัดด้วย
กลาโหมแจงค่าภารกิจพิเศษ
รายงานข่าวจากกลาโหม ชี้แจงว่า เป็นหนังสือของ ศปม. ที่ตั้งขึ้นมาภายใต้ ศบค. เป็นการปฎิบัติงานภายใต้ภาวะฉุกเฉิน ต้องใช้งบในภาวะฉุกเฉิน (งบกลาง) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข ทหาร ตำรวจ ที่ออกปฏิบัติงานก็ใช้งบกลางแก้ปัญหาในภาวะเร่งด่วน
การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามปกติก็ว่ากันไป แต่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตินอกเหนือ เป็นภารกิจพิเศษ ศปม.โดยกองทัพไทย จึงรวบรวมค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าใช้จ่าย จากการปฎิบัติงานในหลายส่วน อาทิ เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินที่ดูแลคัดกรอง สถานที่ท่องเที่ยว ทหาร-ตำรวจที่ดูแลแนวชายแดนทั้งบก-น้ำ การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นงานในส่วนการควบคุมการแพร่ระบาด การปฎิบัติงานในเวลากลางคืน เป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ในหนังสือระบุแล้วว่าเบิกได้ไม่เกิน 7 ชม./ชม.ละ 60 บาท ไม่เกิน 420 บาท ที่ทำงานนอกเวลาราชการกำหนดก็ต้องเบิกให้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลที่มีความเสี่ยงก็เบิกงบจากส่วนนี้เช่นกัน รวมถึงการสนับสนุนการจัดตั้งรพ.สนาม รพ.เฉพาะโรค สถานที่ควบคุมโรค และที่จ.สมุทรสาคร
ซึ่งมีงบหลายส่วนดำเนินงานภายใต้ ศปม. ตั้งแต่ 24 มี.ค.63 เป็นต้นมา รวม 5 หน่วยงาน ทั้งกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะมีกำลังพลที่ปฎิบัติหน้าที่ภายใต้ ศปม.กว่า 1 แสนคน
ปชป.ไม่กังวลฝ่ายค้านซักฟอก
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาว่า พรรคเตรียมความพร้อมเต็มที่ หัวหน้าพรรคกำชับให้ ส.ส.ทุกคนปฏิบัติตนและให้ความร่วมมือตามหลักการปฏิบัติของรัฐสภาเพื่อป้องกันโควิด ส่วนการพิจารณาพ.ร.บ.งบ 65 ส.ส.เริ่มทยอยรับเอกสารที่สภาแล้ว เพื่อศึกษารายละเอียดของงบประมาณ ประกอบกับข้อมูลแต่ละพื้นที่ และเนื่องจากสถานการณ์โควิด จำเป็นต้องกำหนดงบเพื่อช่วยเหลือความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย
ส่วนที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น โฆษก ปชป.กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบผ่านกลไกรัฐสภา ปชป. ไม่กังวลใจใดๆ ยึดหลักทำงานให้ประชาชน ไม่มีเรื่องทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น และรัฐมนตรี ทุกคนของปชป.ไม่ได้กังวลใดๆ
กลุ่มปท.ตามจี้บิ๊กตู่ลาออก
เวลา 09.45 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) 8 คน นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล มายื่นหนังสือเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชน และไม่มีความสามารถแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ได้ โดยยื่นผ่านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ
เนื้อหาในหนังสือระบุว่า แม้นายกฯ มีอำนาจอยู่ในมือทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินและการรวบอำนาจในกฎหมายอื่นๆ แต่ปัญหาคือการขาดความสามารถของนายกฯ จนเป็นปัจจัยหลักทำให้การแก้ปัญหาล้มเหลวและเกิดการแพร่ระบาดเป็นรอบที่ 3 และไม่มีทีท่าว่าสถานการณ์จะทุเลาเบาบางลง นอกจากนี้ รัฐบาลไม่สื่อสารกับประชาชนด้วยการให้ข้อมูลเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ มุ่งสื่อสารในมิติทางการเมืองเพื่อปกป้องตัวเอง โยนความผิดให้ประชาชน แอบอ้างสถาบันเป็นเกราะปิดบังพฤติกรรม ชั่วร้าย ผิดจริยธรรมทางการเมือง ทั้งที่ต้นเหตุของปัญหาต่างๆ มาจากรัฐบาล
ชู‘ดร.ซุป’นายกฯคนใหม่
กลุ่ม ปท. จึงเห็นร่วมกันว่าขณะนี้สมควรอย่างยิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละลาออก เพื่อให้กลไกรัฐสภาเลือกนายกฯ คนใหม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 272 วรรคสอง โดยยกเว้นการเสนอชื่อนายกฯในบัญชีพรรค การเมือง เพื่อเสนอชื่อนายกฯ นอกบัญชีพรรค การเมืองมาทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลสร้างชาติ
นายพิชิตกล่าวว่า จากการหารือกันคร่าวๆ รายชื่อบุคคลที่เหมาะสม อาทิ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัด และอดีตผอ.องค์การการค้าโลก ในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการเตรียมการยุทธ ศาสตร์ชาติ ไม่ได้เจาะจงใครเป็นพิเศษ แล้วแต่ประชาชนจะพิจารณาตามความเหมาะสม และขณะนี้ได้มีการรวมกลุ่มกัน ซึ่งมีทั้งอดีตแกนนำ กปปส.เก่า และอดีตแกนนำพันธมิตร หลายคนมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน
ชวน‘ย้ายประเทศ’ปลิว-ผุดV2
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก “โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย” หรือชื่อเดิม “ย้ายประเทศกันเถอะ” ที่สร้างความฮือฮาเปิดเพจ 1 สัปดาห์ มีคนติดตามเกิน 1 ล้านคน ปรากฏว่าวันนี้ไม่สามารถเข้าใช้งานได้แล้วตั้งแต่เวลา 14.00 น. เนื่องจากถูกลบ แต่มีการเปิดเพจใหม่ในชื่อ “โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย V2” ทันที โดยมีสมาชิกแล้วกว่า 1 แสนคน
แอดมินกลุ่มโพสต์ระบุ “ไม่ต้องแปลกใจที่กลุ่มเก่าปลิว การที่พวกเราได้เบิกเนตร ได้เห็นว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเขาดูแลประชากรยังไง รัฐสวัสดิการพร้อมแค่ไหน ย่อมเป็นภัยต่อความมั่นคงของเขาเป็นเรื่องปกติ เพราะเราจะเกิดการตั้งคำถามมากขึ้น เรียกร้องมากขึ้น เราคือหอกข้างแคร่ ที่เค้าต้องการกำจัด
สิ่งที่เขาต้องการ คือทำให้เราหมดความหวังแล้วยอมรับชะตากรรมก้มหน้าก้มตา ทำมาหากินต่อไปเพื่อหาภาษีมาให้พวกเขาโกงกิน สิ่งเหล่านี้เคยทำให้พวกเราเคยหมดความหวังกันไปแล้ว แต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลในนี้ทำให้พวกเรามีความหวังอีกครั้ง และการที่คนระดับพวกเราที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ กำลังจะหาเรื่องโยกย้าย หาเรื่องหนีจากความทุเรศพวกนี้ หมายถึงเครื่องผลิตเงินของเขากำลังหายไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสงสัยว่าเราทำอะไรผิด เขาแค่เกลียดการที่พวกเรามีความหวัง ฉะนั้น อย่าให้เขาทำสำเร็จ อย่าหมดหวัง”
หน่อยแฉคลัสเตอร์ข้างทำเนียบ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ขณะที่มีการระบาดของโควิดแต่กลับมีการเปิดบ่อนวิ่งใจกลางกรุง จนเกิดการระบาดกลายเป็นอีก 1 คลัสเตอร์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการโดยระบุ ชาวบ้านร้องบ่อนวิ่งใจกลางกรุงต้นตอการระบาดคลัสเตอร์ใหม่ ชุมชนหลังบ้านมนังคศิลากว่า 70 คน ร้องเรียนว่ามีการปล่อยให้เปิดบ่อนบริเวณตลาด ติดกับชุมชนริมคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้ทำเนียบแบบนี้ จึงเกิดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ ติดเชื้อกันยกซอยในชุมชน อยากชวนนายกฯไปเดินเท้าเข้าชุมชนด้วยกันเพื่อได้เห็นข้อเท็จจริง ถ้านายกฯ อยากรู้ข้อมูลจริง ตนยินดีพาท่านเดินเท้าเข้าชุมชนโดยไม่ต้องมีคนคอยตามล้อมหน้าล้อมหลัง จะได้ไปเห็นความจริงด้วยตัวเอง