รัสเซียแจง‘ถอนทัพ’ต้องใช้เวลา – เอเอฟพีรายงานวันที่ 17 ก.พ. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ส่อตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากเจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ทางการรัสเซียเสริมกำลังทหารมากกว่า 7,000 นายบริเวณชายแดนติดยูเครน และว่าการประกาศถอนทัพของรัสเซียเป็นเรื่องหลอกลวง รัสเซียใช้ข้ออ้างที่เป็นเท็จเพื่อบุกรุกยูเครนเมื่อไหร่ก็ได้
ก่อนหน้านี้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ทางการสหรัฐ และทางการยูเครนแถลงในทิศทางเดียวกันว่ายังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่ารัสเซียถอนกำลังทหาร แม้กระทรวงกลาโหมรัสเซียจะเผยแพร่ภาพการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ทั้งจากพื้นที่ใกล้พรมแดนยูเครน และสาธารณรัฐไครเมีย โดยโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงในเวลาต่อมาว่าการถอนทัพต้องใช้เวลา
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงผ่านโทรทัศน์เนื่องในวันแห่งเอกภาพเมื่อ 16 ก.พ. ว่า “เราเห็นการหมุนเวียนกองกำลังเพียงเล็กน้อย ผมจะไม่เรียกการหมุนเวียนเหล่านี้ว่าเป็นการถอนกำลังของรัสเซีย เราไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย”
นอกจากนี้นายเซเลนสกียังเดินทางไปดูการฝึกซ้อมของกองทัพยูเครนในพื้นที่ใกล้เมืองริวแน ซึ่งมีการฝึกยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมาย รวมทั้งอบรมการใช้อาวุธต่อต้านรถถังชนิดใหม่ที่ชาติตะวันตกส่งมาให้รับมือหากรัสเซียโจมตี และย้ำว่า “เราไม่กลัวใคร ไม่กลัวศัตรูหน้าไหน เราจะปกป้องตัวเอง” ผู้นำยูเครนยังให้สัมภาษณ์บีบีซีด้วยว่ายูเครนต้องการรับประกันความปลอดภัย และการเข้าร่วมนาโตคือคำตอบที่รับประกันว่ายูเครนจะไม่สูญเสียอิสรภาพ
ส่วนนายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต ประธานจัดการประชุมรมว.กลาโหมชาติสมาชิกนาโตที่เบลเยียม กล่าวปฏิเสธข้อเสนอแนะว่าภัยคุกคามชายแดนยูเครนลดความตึงเครียดลง “รัสเซียแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพร้อมจะโต้แย้งหลักการพื้นฐานความมั่นคงของเรามานานหลายทศวรรษ และจะทำเช่นนั้นด้วยการใช้กำลัง”
วันเดียวกัน ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส กล่าวว่าอาจประจำการอาวุธนิวเคลียร์หากมีภัยคุกคามจากภายนอก “หากจำเป็น หากคู่แข่งและฝ่ายตรงข้ามของก้าวเดินบนเส้นทางที่โง่เขลาและไร้สติ เราจะประจำการไม่ใช่แค่อาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น แต่เป็นสุดยอดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องดินแดนของเรา”
ขณะที่นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวต่อสมาชิกรัฐสภายุโรปว่ารัสเซียต้องเลือกระหว่างสงครามหรือการทูต การยกระดับทางทหารของรัสเซียในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่อยูเครนเป็นภัยคุกคามสันติภาพและความมั่นคงของยุโรป ในช่วง 2 วันที่ผ่านมารัสเซียส่งสัญญาณว่าอาจจะเปิดรับการเจรจาทางการทูต ยุโรปเรียกร้องให้รัสเซียดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในการลดกำลังทหาร เพราะนี่คือเงื่อนไขสำหรับการเจรจาทางการเมืองอย่างจริงใจ ทางเลือกในวันนี้คือสงครามและการสูญเสียอย่างน่าเศร้าที่จะตามมาหรือความกล้าหาญในการเข้าร่วมทางการเมือง และความกล้าหาญในการเจรจาทางการทูต

ซ้อมรบรับมือ – ประธานาธิบดียูเครนเดินทางไปชานเมืองริวแน พื้นที่ซ้อมรบ รวมถึงฝึกการใช้อาวุธต่อต้านรถถังชนิดใหม่ของชาติตะวันตกเพื่อรับมือหากรัสเซียโจมตี ขณะที่ทางการรัสเซียแถลงชี้แจงว่าการถอนทัพจากพื้นที่ชายแดนต้องใช้เวลา (เอเอฟพี)