เดือดอีกรอบสำหรับ “เก้าอี้ประธานสภา” หลังพรรคเพื่อไทยแถลงยืนกรานยึดสูตรตั้งรัฐบาล 14+1 เมื่อพรรคก้าวไกลได้ 14 รัฐมนตรี+ นายกฯ พรรคเพื่อไทยก็ควรได้ 14 รัฐมนตรี+ประธานสภา

ไม่ทันข้ามวันรองโฆษกพรรคก้าวไกล น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แจ้งเลื่อนนัดนระหว่างแกนนำก้าวไกลและเพื่อไทย เพื่อหาข้อสรุปเรื่องประธานสภา ออกไปโดยไม่มีกำหนด

จนแกนนำ 8 พรรคต้องถกเครียดกลางดึกคืนเดียวกัน แล้วประกาศเลื่อนการประชุมร่วมหัวหน้า 8 พรรคออกไปเช่นกัน

2 พรรคถกเถียงกันเรื่องนี้ต่อเนื่องนำมาสู่การจัดตั้งทีมเจรจาท่ามกลางต่างฝ่ายเดี๋ยวถอยเดี๋ยวรุก จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครถอยให้ใคร

เหตุผลที่พรรคก้าวไกลจองประธานสภา นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล และ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ชี้ว่า ต้องการรักษาประเพณีที่ทำกันมา ยกเว้นปี 62 ที่พรรคชนะอันดับ 1 ได้ตำแหน่งประธานสภา เพื่อผลักดันกฎหมาย ปฏิรูปการทำงานในสภา

เหตุผลที่พรรคก้าวไกลไม่ได้พูดถึง แต่นักวิชาการเสนอแง่มุมมอง นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช เห็นว่าเป็นเพราะประธานสภาเป็นหมุดหมายแรกในการเลือกนายกฯ นอกเหนือจากบทบาทการบรรจุวาระเสนอกฎหมาย และนโยบายต่างๆ ที่หาเสียงไว้

และมองไปถึงสูตร 14+1 เพื่อไทยต้องการ 15 ตำแหน่ง รวมประธานสภา แต่สมการของก้าวไกล 14+1 ที่รวมนายกฯ ก็อาจเหลือแค่ 14 เพราะอาจไม่ได้ตำแหน่งนายกฯ

นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง เห็นไม่ต่างกันว่า วันนี้ตำแหน่งนายกฯ ก้าวไกลก็ยังไม่มั่นใจ ดังนั้น การได้ประธานสภาจะเป็นหลักประกันในตอนต้นว่าโอกาสเป็นนายกฯ มากขึ้น

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผอ.ศูนย์นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ระบุ หากว่าประธานสภาไม่ใช่ของพรรคก้าวไกล สถานีต่อไปหมายถึงตำแหน่งนายกฯ นายพิธา ก็จะลำบาก เพราะส.ว.จะมีข้ออ้างว่า เห็นไหมเสียงข้างมากมีไม่จริง เพื่อไทยยังไม่ยอมเลย

ส่วนเหตุผลของเพื่อไทย นอกจากการชูสูตรแบ่งเก้าอี้ประมุขบริหาร-นิติบัญญัติ เหตุผลก็พรั่งพรูผ่านมาจากตัวตึงอย่าง อดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ “ถ้าเขาได้นายกฯ เราได้ประธานสภา จะสง่างาม และจะได้ถ่วงดุลการทำงานด้วยกัน” และ “ไม่อยากเห็น พระบวชใหม่มาเป็นเจ้าอาวาส”

ความเห็นต่างของ 2 พรรคทำให้หลายฝ่ายห่วงใย คนวงใน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ยังเตือนให้ระวังจบเห่

แม้แกนนำ 2 พรรคประสานเสียงแยกประเด็นกัน และยังจับมือกันเดินหน้าตั้งรัฐบาล แต่ไม่วายเกิดคำถามเรื่องประธานสภาจะกระทบการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ 8 พรรคร่วมจะแยกเป็น 2 ขั้วซีกก้าวไกลกับเพื่อไทยหรือไม่

ที่สำคัญจะเปิดช่องให้มี “ดีลขั้วการเมืองใหม่” หรือไม่ ซึ่งเห็นชัดท่ามกลางความเห็นต่างของก้าวไกล-เพื่อไทย กระแสข่าวดีลลับ พลิกขั้ว มีอย่างต่อเนื่อง

ความขัดแย้งรอบใหม่ปะทุท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มของแฟนคลับ 2 ฝ่ายในโลกโซเชี่ยล โดยหลายฝ่ายออกมาชี้ทางออก

ย้อนไปก่อนหน้า นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสต ม.บูรพา เคยเสนอให้ทั้ง 8 พรรคลองโหวตกันเองก่อน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เคย เสนอว่า ให้พรรคที่ 3 เป็นคนกลางรับตำแหน่งประธานสภา เช่น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งมีความอาวุโส และมีประสบการณ์

ล่าสุด นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา เตือนว่า เมื่อมีคะแนนเสียงใกล้กันสามารถตกลงกันได้ว่าใครจะเป็นนายกฯ หรือประธานสภา หากเอาทุกอย่างปัญหาไม่จบ

ที่มองว่าหากไม่ได้เป็นประธานสภาจะไม่ได้ตำแหน่งนายกฯ ก็ไม่จริง ประธานสภาจะเกี่ยง ถ่วง หรือเสนอชื่อคนอื่นไม่ได้ ไม่สามารถทำตามอำเภอใจ หรือทำสิ่งที่ขัดกับข้อบังคับการประชุมได้ การผลักดันกฎหมายก็ต้องเป็นไปตามลำดับการเสนอจากสมาชิก

ปัญหาของประธานสภาควรยุติด้วยการศึกษา เข้าใจในบทบาท อำนาจ หน้าที่ หากเข้าใจบทบาทสภาจะทำให้มีข้อยุติง่าย แนะนำให้ 2 ฝ่ายหารือกันอย่างใกล้ชิด

ธเนศวร์ เจริญเมือง

ขณะที่ นายธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ระบุ หลักการของระบบรัฐสภาเมื่อพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นที่ 1 ตำแหน่งการนำทั้งสภาและฝ่ายบริหารควรตกเป็นของก้าวไกล จะอ้างคณิตศาสตร์ แบ่งแบบเด็กเล่นขายของ

เตือนไปยังเพื่อไทย ยอมรับได้ที่ 2 แพ้แล้วก็ยืดอกยอมรับความผิดพลาด ปรับปรุงตัวเองแล้วกลับมาที่ 1 ในวันหน้า กติกาของนักสู้ กติกาของระบบ ประชาธิปไตยแบบอารยะ ชนะที่ 1 ก็คือชนะที่ 1 มากกว่ากี่แต้มก็คือชนะที่ 1 “ทำใจให้ใหญ่ๆๆๆ มองความผิดพลาดเป็นครู ยอมรับและก้าวต่อไปอย่างทระนง ขออย่าให้ผมต้องเลือกพวกคุณครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเลยครับ”

ทางออกก็ยังเห็นต่างกัน ยังต้องจับตากันต่อในการประชุม 8 พรรค 2 ก.ค.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน