ตร.ขยายผลคดีลวงม.6 โอนจนฆ่าตัว ไซเบอร์พบ ‘เสี่ยสอง’ ผู้บงการอยู่เมียนมา ทำเครือข่ายตุ๋นขายสินค้าไอทีราคาถูก แอดมินเพจที่หลอกคาดเป็น คนไทยใช้ไอพีแอดเดรสอยู่ฝั่งเมียนมา แล้วจ้าง คนเปิดบัญชีม้าอยู่บริเวณชายแดน เพื่อควบคุมได้ง่าย ผบก.สอท.5 จ่อขอหมายแดงตามล่า เผยจับอีก 2 คนจัดหาบัญชีม้า ส่งศาลเชียงรายดำเนินคดีแล้ว ส่วนวันนี้ฝากขังอีก 3 ทั้งบัญชีม้า-คนกดเงิน
จากกรณีนักเรียนหญิงชั้นม.6 ในพื้นที่ ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อโทรศัทพ์มือถือไอโฟน 13 โดยโอนเงินไปเข้าบัญชีม้าไปหลายครั้งรวม 18,500 บาท ที่บัญชีของน.ส.ดอกแก้ว แก้วเจิม จนรู้ตัวว่าถูกหลอก และเกิดความเครียด ก่อนตัดสินใจ ฆ่าตัวตาย ต่อมาพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์เป็นผู้ดำเนินคดีฉ้อโกงนักเรียนหญิง จนสามารถจับกุมบัญชีม้า 3 ราย และคนกดเงิน 1 รายตามข่าว
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (บก.สอท.5) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะอาคาร B พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.เอกวีร์ พงศ์สร้อยเพ็ชร รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5 สอบปากคำ น.ส.รัตนพร ชันแข็ง อายุ 18 ปี บัญชีม้า แถวที่ 3, นายธีรวัฒน์ ศรีดอน อายุ 19 ปี บัญชีม้าแถวที่ 4 และน.ส.ณัฏฐนิชา สุขศรี อายุ 39 ปี คนกดเงิน ทั้งหมดอยู่ในขบวนการหลอกขายไอโฟนออนไลน์ให้นักเรียน ม.6 หลังจากจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ที่จ.เชียงราย พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ
พล.ต.ต.ชรินทร์กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพว่า มีกลุ่มเยาวชนที่เปิดบัญชีม้าได้ค่าจ้างบัญชีละ 3,000 บาท ส่วนคนกดเงินได้รับการว่าจ้างจากชาวเมียนมาผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อนายจ๋าย โดยให้นำโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งแอพธนาคาร ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มฝั่งประเทศไทย เป็นการกดแบบไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม แล้วนำไปส่งให้ ผู้บงการที่ชายแดนด่านแม่สาย ได้ค่าจ้าง กดเงินครั้งละ 300-500 บาท ทำมาแล้ว 1 เดือน โดยแต่ละครั้งจะกดเงินตั้งแต่หลัก 1,000-100,000 บาท ยอดกดล่าสุดที่กดเงินออกไปเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา 104,000 บาท เชื่อว่า ยอดรวมที่กดเงินออกจากบัญชี น่าจะเกือบ 1 ล้านบาท
จากการสอบสวนยังทราบแผนประทุษกรรม ว่าเครือข่ายนี้เป็นการขายสินค้าไอทีราคาถูก ซึ่งต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีผู้บงการอยู่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และจะจ้างคนเปิดบัญชีม้าอยู่ในบริเวณชายแดน เพื่อให้ควบคุมได้ง่าย โดยบัญชีม้าแถว 1 จะใช้วิธีเปิดบัญชีออนไลน์ ส่วนบัญชีม้าแถว 2-4 จะใช้เยาวชนในพื้นที่ เพื่อที่จะให้ควบคุมได้ง่าย ขณะที่ แอดมินเพจที่สนทนาหลอกลวงขายสินค้า เชื่อว่าน่าจะเป็นคนไทยที่เข้าออกชายแดน แต่ไปก่อเหตุหลอกลวงจากฝั่งประเทศ เพื่อนบ้าน เพราะมีไอพีแอดเดรสอยู่ฝั่งเมียนมา
พล.ต.ต.ชรินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนจะมี ผู้บงการอยู่นอกเหนือชาวเมียนมาที่มารับเงินหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐานขยายผล โดยยังไม่ตัดประเด็นขบวนการจีนเทาอยู่เบื้องหลัง แม้จะเป็นชาวต่างชาติอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องออกหมายจับ และขอออกหมายแดงของตำรวจสากล เพื่อประสาน ขอความร่วมมือตำรวจเมียนมาช่วยในการติดตามตัวมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.ชรินทร์กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น ได้จับกุมน.ส.วริศรา จันทร ผู้จัดหาบัญชีม้า โดยส่งตัวดำเนินคดีที่จังหวัดเชียงรายไปแล้ว ในความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้าตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ส่วนน.ส.ศิริพร จำปี บัญชีม้าแถว 2 ที่ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ ยังอยู่ระหว่างหลบหนี สำหรับขบวนการนี้สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน คาดว่าจะนำตัวไปฝากขัง ต่อศาลอาญาภายในวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค.นี้
พล.ต.ต.ชรินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า สภ.เมืองเชียงรายยังได้ขอศาลจังหวัดเชียงราย อนุมัติออกหมายจับนายสมบัติ อวยเม อายุ 18 ปี ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า ตาม พ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ก่อนจับกุม นำตัวมาสอบปากคำพบว่ามีพฤติกรรมคอยตระเวน หาเหยื่อเยาวชน เพื่อหลอกลวงให้นำบัตรประชาชนมาเปิดบัญชีม้า โดยเฉพาะเยาวชนหญิง อายุระหว่าง 15-18 ปี อีกทั้งยังมุ่งเน้นหาเหยื่อที่อาศัยอยู่บริเวณตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากง่ายต่อการควบคุม เพราะเป็นคนในพื้นที่ สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา หลังจากได้เหยื่อแล้ว นายสมบัติจะรวบรวมเอกสารทั้งหมด นำไปส่งให้กับเสี่ยสอง ซึ่งเป็นชาวเมียนมาตัวบงการสำคัญในการกำกับดูแลเรื่องบัญชีม้า ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะขอศาลอาญาถนนรัชดาฯ อนุมัติ ออกหมายจับตำรวจสากลหรือหมายแดง เพื่อประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ติดตามจับกุมตัวเสี่ยสอง มาดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสอบสอบ ตำรวจ บก.สอท. 5 คุมตัวน.ส.รัตนพร, นายธีรวัฒน์และน.ส.ณัฏฐนิชา ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจาก เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ระหว่างควบคุมตัว ไปศาล ผู้ต้องหาทุกคนปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อ ส่วนคดีนี้ยังเหลือ น.ส.ศิริพร จำปี เจ้าของบัญชีม้าแถวที่ 2 ที่ยังหลบหนี จากการสืบสวนพบว่าหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ตำรวจจะประสานเจ้าหน้าที่ ของประเทศเพื่อนบ้านในการติดตามจับกุมตัว กลับมาดำเนินคดีต่อไป