ทั้งนายทุน-ขรก.ดีเอสไอส่งปปช.เชือด-ยึดทรัพย์เซ็ตซีโร่ห้องเย็น
‘ธรรมนัส’ลุยปราบแก๊ง หมูเถื่อน ประกาศเซ็ตซีโร่ ห้องเย็นทั่วประเทศให้มาขึ้นทะเบียนภายใน 15 ธ.ค.นี้ หากพ้นกำหนดจะถือเป็นห้องเย็นเถื่อนต้องถูกดำเนินคดี ‘อธิบดีดีเอสไอ’ ลั่นเอาผิด 3 กลุ่มเอี่ยวแก๊งหมูเถื่อนที่ยึดได้ 161 ตู้ มีนับสิบคน ทั้งนายทุน ข้าราชการ อดีตข้าราชการ อดีตรัฐมนตรีด้วย ขณะที่ ‘ดีเอสไอ’ หอบสำนวนคดีหมูเถื่อน 3 ลังส่งป.ป.ช. เอาผิดทั้งแก๊ง พร้อมตรวจสอบนำเข้าซากหมูอีกกว่า 2 พันตู้ ด้านปปง.ยึดทรัพย์ล็อตแรกแล้ว 63 ล้าน มีทั้งนอมินี บริษัทชิปปิ้ง 6 บริษัท
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี หลังใน ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยพ.ต.ต.สุริยา สิงกลม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์, นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดแถลงความคืบหน้าการปราบปรามหมูเถื่อน
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตามคำสั่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ดำเนินการตั้งทีมฉก.พญานาคราช หรือชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามสินค้าปศุสัตว์ และสินค้าประมงผิดกฎหมาย ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน เป็นหน่วยงานที่ทำงานลับและสามารถตรวจค้นได้ทันที โดยอาศัยพ.ร.บ.โรคระบาด ซึ่งในเรื่องคดีต่างๆ ได้ทำงานแบบบูรณาการระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากร, ดีเอสไอ, ปปง. อย่างเอาจริงเอาจรัง จนกลายเป็นคดีพิเศษที่นายกรัฐมนตรีและประชาชนให้ความสนใจ ขณะนี้กลุ่มผู้กระทำความผิดได้ซัดทอดไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องอื่น ซึ่งดีเอสไอส่งสรุปสำนวนถึงป.ป.ช. แต่ข้อมูลยังเป็นความลับ ส่วนเรื่องความผิดรายย่อย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการทุกคดี ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างจริงจัง ทำงานเชิงรุก ตามนโยบายของนายกฯ โดยสามารถสืบสวนถึงต้นตอได้ทั้ง 161 ตู้ ประกอบด้วยกลุ่มนักการเมือง กลุ่มพ่อค้า และกลุ่มระดับลูกจ้างทั้งหมด
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้เซ็ตซีโร่ห้องเย็นทั้งหมด หลังจากนี้ไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.2566 หากไม่มาขึ้นทะเบียน จะถือว่าเป็นห้องเย็นเถื่อน ซึ่งรวมถึงห้องเย็นที่อยู่ตามรถบรรทุกต่างๆ ด้วย และรวมกรณีการนำเข้าเถื่อนใน ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากหมูด้วย เช่น สินค้าการประมง เกษตร ยางพารา ทั้งนี้ ส่วนของขั้นตอนการฝังกลบ ภายในสิ้นเดือนนี้จะฝังกลบทั้งหมด โดยขอสงวนสิทธิ์ว่าเป็นความลับ เนื่องจากยอมรับว่าผู้ที่ อยู่เบื้องหลังจะมีขบวนการที่ทำให้เราไม่สามารถดำเนินการได้ และหลังจากที่ทำลายเรียบร้อยทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้ จะเปิดเผยรายละเอียดให้สังคมได้รับทราบต่อไป

ปราบหมูเถื่อน – ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ พร้อมนายธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ ปปง. แถลงความคืบหน้าผลการปราบปรามหมูเถื่อน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 พ.ย.
ด้านนายสัตวแพทย์สมชวนกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. จนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินการตรวจสอบห้องเย็น 2,210 แห่ง ทั้งที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมปศุสัตว์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการค้าภายใน และกรมประมง ส่วนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมใดเลย เบื้องต้นเข้าตรวจสอบ 1,100 แห่ง ขณะนี้สามารถอายัดซากสัตว์ได้กว่า 2.5 ล้านก.ก. เป็นเนื้อหมู 6 แสนก.ก. ใน 35 จังหวัด 92 คดี ซึ่งเป็นความผิดทั้งโรงฆ่าเถื่อน นำเนื้อจำหน่ายโดยไม่มีแหล่งที่มา หรือไม่ได้ขออนุญาต
พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ดีเอสไอเร่งรัดดำเนินการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทั้งหมด ในการสืบสวนและหาพยานหลักฐานดำเนินคดีกับ กลุ่มเหล่านี้ที่ถือเป็นขบวนการองค์กรอาชญากรรม ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางอาหารและอาชีพของเกษตรกร โดยองค์กรอาชญากรรมดังกล่าว ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ นายทุน ข้าราชการการเมือง อดีตข้าราชการ จากการตรวจสอบพบว่ามีความเกี่ยวพันธ์กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงต้องดำเนินการส่งสำนวนไปถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อย เพื่อให้ดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องกับของกลาง 161 ตู้ ซึ่งองค์กรอาชญากรรมนี้มีการนำเข้ามาในปี 2564 ส่วนอีก 2,385 ตู้จะเร่งดำเนินคดี โดยทำควบคู่ไปกับปปง.ในการยึดทรัพย์ ซึ่งในจำนวนนี้ มีผู้ต้องหา 1 รายที่มอบตัวแล้ว คือนายสมนึก กยาวัฒนกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สั่งนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนเข้ามาที่ท่าเรือแหลมฉบังที่ถูกออกหมายจับ โดยพบว่านายสมนึกสั่งนำเข้าเนื้อหมูเข้ามาตั้งแต่ปี 2564 จำนวน 2,385 ตู้ โดยจะเร่งดำเนินการเอาผิดทั้งหมด ขออย่ากังวลว่าหากจะไปกระทบผู้มีอิทธิพลแล้วจะไม่ดำเนินการ ส่วนเรื่องยึดทรัพย์ก็จะทำคู่ขนานไปด้วย สัปดาห์ต่อไปจะเห็นความคืบหน้าของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีความต้องการไประบายหมูเถื่อน ยืนยันไม่เอาไว้ ถึงใครต้องดำเนินการทั้งหมด ในปีหน้าสถานการณ์หมูเถื่อนจะคลี่คลาย
“เราจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่สาวไปถึง ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคนในระดับใด หรือเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ ในสัปดาห์หน้าจะเห็นความคืบหน้าเรื่องนี้ เราไม่เอาไว้ จะดำเนินการทั้งหมด ผมไม่กังวลเรื่องนี้ว่าจะมีผลกับการทำหน้าที่ เพราะทำตรงไปตรงมา และนายกฯ ได้ไฟเขียว พร้อมกำชับให้ดำเนินการเต็มที่” พ.ต.ต.สุริยากล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถเปิดเผยข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า เป็นอดีตข้าราชการการเมือง แต่มีข้อจำกัดกฎหมายในการเปิดเผยตัว โดย ดีเอสไอต้องส่งรายละเอียดไปถึงป.ป.ช. ดำเนินการก่อน
เมื่อถามว่าผู้เกี่ยวข้องมีจำนวนมากแค่ไหน อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า มีพอสมควร ยืนยันว่าเรื่องทุกอย่างดีเอสไอทำตรงไปตรงไป เชื่อว่าอีกไม่นานสังคมต้องรู้ความจริง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าสามารถเปิดเผยรายชื่อให้ประชาชนรู้ได้หรือไม่ว่าข้าราชการ อดีตข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องมีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า เบื้องต้นเป็นหลัก 10 รายที่เป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการ รวมถึงข้าราชการการเมืองไม่ถึง 10 คน แต่เมื่อขยายไปถึงใครก็จะดำเนินการ ในขั้นนี้ขอสงวนรายชื่อไว้ก่อน เมื่อส่งสำนวนไปป.ป.ช. ไม่อาจเปิดเผยได้หรือไม่ นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มทุน ขบวนการบริษัทที่เข้ามาเกี่ยวข้องที่ต้องสาวต่อไป เนื่องจากข้าราชการไม่ได้เอามาเพื่อขายเอง แต่มีการสั่งในล็อตที่นำเข้ามาผิดกฎหมาย และคาดว่าภายในต้นปี 2567 จะชัดเจนมากขึ้น
พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร ไม่ว่าจะลักลอบนำเข้าหรือรับสินค้าหลบหลีกศุลกากรไว้ในความครอบครอง มีความผิดอยู่แล้ว และอยู่ในอำนาจของปปง.ที่จะดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ อาหาร พืช หรืออะไรก็แล้วแต่ ถือเป็นความผิดมูลฐานทั้งหมด ในส่วนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปปง.ได้ยึดทรัพย์กลุ่มแรกได้แก่ นอมินี และบริษัทชิปปิ้ง 8 บุคคล 6 บริษัท รวมกว่า 63 ล้านบาท ระหว่างนี้ได้ประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงพยานหลักฐาน และจะพยายามยึดทรัพย์กลุ่มต่อไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี ผู้ที่เกี่ยวข้องสำคัญรับโอนเงิน รับผลประโยชน์จากผู้กระทำความผิด อยู่ในกลุ่มที่สำนักงานปปง.จะดำเนินการทางแพ่ง และยึดทรัพย์มาดำเนินคดีทางชั้นศาลทั้งหมด ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจต้องไปชี้แจงการได้มาของทรัพย์ดังกล่าวอีกทีหนึ่ง เพื่อคุ้มครองอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรือสินค้าทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรให้ได้ราคาที่เหมาะสม และไม่มีการนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาทำลายราคา ซึ่งทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ยืนยันสำนักงานปปง.ดำเนินการสุดความสามารถ
รายงานข่าวจากดีเอสไอเปิดเผยว่า จากการปราบปรามการนำเข้าหมูเถื่อนที่ระบาดอย่างหนักตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน มีหลักฐานที่มีความเป็นไปได้ที่จะสาวถึงตัวการผู้กระทำผิด ทั้งข้าราชการ เอกชน โดยเฉพาะนักการเมืองที่มีจำนวนไม่น้อย เมื่อรัฐบาลประกาศสงครามกับกลุ่มคนเหล่านี้ ที่ถือว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมที่กระทบต่ออาชีพเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหาร กลุ่มนักการเมืองที่ดำเนินการบ่อนทำลายภาคเกษตรของไทย ไม่สามารถบอกชื่อได้ แต่เป็นกลุ่มนักการเมือง อดีตรัฐมนตรี และที่ปรึกษา รวมทั้งเป็นสส. รวมถึงกลุ่มที่นำเข้ายางเถื่อนยังพบว่ามีความเกี่ยวพันกับ สส.ด้วย คนกลุ่มนี้ ดีเอสไอมีหลักฐานชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนจำนวนมากและยาวนาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการเปิดชื่อผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการนำเข้าหมูเถื่อน พบว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อขอให้เอารายชื่อออกจากการดำเนินคดี
วันเดียวกัน พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน และพ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงความคืบหน้าการดำเนินการในคดีพิเศษ ที่ 59/2566 กรณีขบวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (สุกร) เข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 161 ตู้ ปริมาณ 4,025 ตัน เนื่องจากการสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวน่าเชื่อว่ามีข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำ ความผิด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงมีความเห็นให้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษไปยังเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่
เมื่อเวลา 13.30 น. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยร.ต.อ.ชาญณรงค์ ทับสาร รองผอ.กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ได้นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว 16 แฟ้ม จำนวน 3 ลัง ส่งมอบให้ป.ป.ช. และดีเอสไอจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนการนำเข้าซากสุกรอีกจำนวน 2,385 ตู้ ปริมาณ 59,625 ตัน จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดลักษณะเป็นขบวนการองค์กรอาชญากรรมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางอาหารและอาชีพของเกษตร โดยองค์กรอาชญากรรมดังกล่าวประกอบด้วย 3 กลุ่ม นายทุน ข้าราชการการเมือง และอดีตข้าราชการ