ทำลายท่องเที่ยวซ.นานา-ภัยหญิงตร.ขึ้นแบล็กลิสต์

สาวจีนขำไม่ออก ตม.ขึ้นบัญชีดำ หลังนุ่งสั้นทำคอนเทนต์ ไลฟ์สดนานาซอยอันตราย โจมตีสถานที่ท่องเที่ยวของชาวต่างชาติกลางกรุงเป็นจุดอันตรายของผู้หญิง พบเป็นทัวริสต์ระดับไฮเอ็นด์ถือวีซ่า ‘Thai Privilege Card’ ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย แค่ประชาสัมพันธ์ให้คนต่างชาติรู้ว่าสถานที่ไหนผู้หญิงไปคนเดียวควรจะระวังตัว พบยังใช้ที่พักส่วนตัวไลฟ์ขายสินค้า เลยโดนข้อหาต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ขึ้นบัญชีคนต้องห้ามของไทย

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ. แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. นำเจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม.ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากกรณีคลิปนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนโพสต์แสดงความเห็นในลักษณะพูดถึงซอยนานา สุขุมวิท ซ.4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ เป็นสถานที่อันตรายของผู้หญิง ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย เหตุเกิดพื้นที่ สน.ลุมพินี

จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวคือ คือ น.ส.หวาง จือ ยู สัญชาติจีน เข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภท Thai Privilege Card จึงเชิญตัวมาซักถามปากคำ เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นคนทำคลิปจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย เพียงต้องการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างชาติรู้ว่าสถานที่ไหนผู้หญิงไปคนเดียวควรจะระวังตัว

นอกจากนี้ยังพบว่า น.ส.หวางไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์ที่บ้านพัก เข้าข่ายการทำงานของคนต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ แต่น.ส.หวางให้การปฏิเสธ แต่แนวทางการสืบสวนพบว่ามีการขายของออนไลน์จริงจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มี ใบอนุญาต พร้อมสืบสวนเพิ่มเติมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ก่อนเข้าสู่การ ขึ้นบัญชีคนต้องห้ามต่อไป

ทาง สตม.ฝากเตือนมายังชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างคอนเทนต์ในประเทศไทย โดยพยายามให้เกิดประเด็นเชิงลบซึ่งไม่เป็นความจริง และเกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์และบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีเจตนาแฝงเพื่อสร้างกระแสเรียกยอดไลก์ในโซเชี่ยล อาจ เป็นเหตุให้ถูกดำเนินคดีตามความผิดที่เกี่ยวข้อง และขึ้นบัญชีคนต้องห้ามได้

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังคลิปนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนรายดังกล่าวโพสต์ออกไป พ.ต.อ.กรฤวิศวร์ ทองศรีวาณิช ผกก.1 บก.ทท.1 สั่งการให้ พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริ, พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผกก.1 พ.ต.ท.ขวัญพล เพ็งเดือน สวญ. ส.ทท.2 กก.1 และ พ.ต.ท.นิมิตร จรรยาลักษณ์ สว.สืบสวน กก.1 ลงพื้นที่ตรวจสอบ สถานที่ตามที่ปรากฏในคลิปบริเวณซอยหน้าโรงแรมนานา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบถามพนักงานและผู้บริหารโรงแรมดังกล่าว ทั้งหมดยืนยันว่าซอยนานาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติ ไม่ได้มีความน่ากลัว หรือเป็นอันตรายสำหรับนักท่องเที่ยวตามที่ปรากฏแต่อย่างใด ในคลิปอาจเป็นเพราะนัก ท่องเที่ยวหญิงชาวจีนแต่งกายนุ่งสั้นเป็น จุดเด่นสะดุดตา ทำให้นักท่องเที่ยวที่ เดินผ่านไปมาบริเวณดังกล่าวให้ความสนใจนักท่องเที่ยวรายนี้เป็นพิเศษเท่านั้น

สอบสาวจีน – ตำรวจตม.เชิญตัว น.ส.หวาง จือ ยู สาวจีน ที่ไลฟ์ในซอยนานา กทม. ทำให้การท่องเที่ยวไทยเสียหาย เบื้องต้นเจ้าตัวอ้างไม่มีเจตนา ก่อนเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีข้อหาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.

พ.ต.อ.กรฤวิศวร์กล่าวว่า ซอยนานา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของ นักท่องเที่ยว และมีสายตรวจ ส.ทท.2 ออกตรวจดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา ซอยนานายังเป็นชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็งตามโครงการ STC (Strong Tourism Com munity) ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ที่ต้องการขับเคลื่อนการรักษาความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัยสูงสุด จากการตรวจสอบสถานที่ถ่ายคลิปและข้อมูลจากผู้ประกอบการบริเวณดังกล่าว รวมทั้งสอบถามพูดคุยกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและนักท่องเที่ยวชาวยุโรป นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวซอยนานาต่างมั่นใจตำรวจท่องเที่ยวในการดูแลความปลอดภัย

กรณีดังกล่าวน่าจะเกิดจากนักท่องเที่ยวหญิงแต่งกายเป็นจุดเด่นสะดุดสายตา ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ถ้าพบเห็นการกระทำที่เป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยว หรือการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว โทร.ขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลที่จะสามารถไลฟ์หรือกล่าวอะไรก็ได้ แต่จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่า มีเจตนาสร้างผลกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือไม่ มีความห่วงใยว่า กรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน