ตร.รวบกลุ่มวีโว่ขายกุ้ง
ปะทะวุ่นอ้างแพร่โควิด

รัฐบาลไม่หวั่นศึกซักฟอก เย้ยฝ่ายค้านมีแต่ข้อมูลเก่า นายกฯ ‘บิ๊กตู่’ ทองแท้ไม่กลัวไฟเพื่อไทยลั่นชำแหละนายกฯ ปมแก้โควิดเหลว พ่วง 3 รัฐมนตรี ‘อนุทิน-อนุพงษ์-สุชาติ’ ปลุกแก้รัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยพลังจากประชาชน-นักวิชาการ ทำเนียบผวาโควิด งดเข้ายื่นเรื่องผ่านศูนย์ร้องทุกข์ แต่ยังเปิดให้ยื่นผ่าน 4 ช่องทาง วุฒิสภาสั่งงดประชุม 5 ม.ค. วิปฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยเลื่อนเปิดสภา เสนอส่งตัวแทนแต่ละพรรคเข้าประชุม ตร.ปะทะเดือดกลุ่มวีโว่ กลางสนามหลวงขณะขายกุ้ง จับกุม‘โตโต้’พร้อมการ์ด 16 ราย ตั้งข้อหาผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุม แพร่โควิด

 

ตู่รับต้องเผชิญความยากลำบาก

วันที่ 31 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้ประชาชน พร้อมระบุว่า เรากำลังเผชิญสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ปีใหม่ ปีนี้ก็คงเป็นปีแห่งครอบครัว เป็นปีแห่งความสุขภายในบ้านหรือสถานที่ที่ปลอดภัย ลองคิดดูว่าปี 2563 ที่ผ่านมาเราทำอะไรไปบ้าง เราทำอะไรที่ดีงาม อะไรที่เรายังบกพร่องอยู่ อะไรที่ต้องแก้ไขต้องปรับปรุง ถือว่าเป็นปลายปีที่เราต้องทบทวนตัวเองว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปในอนาคตข้างหน้า เพราะไม่แน่ว่าจะเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปถึงเมื่อไร

สปน.งดยื่นร้องเรียนที่ทำเนียบ

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 เปลี่ยนแปลงการให้บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และรับคำขอแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภค ผ่านช่องทางการเดินทางมาด้วยตัวเอง ณ จุดบริการประชาชน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ฝั่งสำนักงาน ก.พ. (เดิม) เป็นการชั่วคราว ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. เป็นต้นไป

โดยการรับเรื่องราวร้องทุกข์จะดำเนินการผ่าน 4 ช่องทาง คือ 1.โทรศัพท์สายด่วนของรัฐบาล 1111 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) 2.ตู้ไปรษณีย์ 1111 3.เว็บไซต์ www.1111.go.th และ 4.โมบายแอพพลิเคชั่น “PSC 1111” ซึ่งประชาชนสามารถติดต่อผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว สปน.จะแจ้งการเปิดให้บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนด้วยตัวเอง ณ จุดบริการประชาชน 1111 ให้ทราบโดยเร็วต่อไป

วุฒิงดประชุม 5 ม.ค.-กลัวโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวันที่ 30 ธ.ค. สำนักงานการประชุม สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ออกหนังสืองดประชุมวุฒิสภา 4 ม.ค. และนัดประชุมในวันที่ 5 ม.ค.นั้น เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. นานัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ออกหนังสือด่วนที่สุด ยกเลิกการนัดประชุมวุฒิสภาในวันที่ 5 ม.ค. เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายพื้นที่และผู้ติดเชื้อมีจำนวนมาก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอยู่ในช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่อง ซึ่งมีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงและโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อโรค อีกทั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่พำนักอยู่ต่างจังหวัดอาจไม่สะดวกในการเดินทาง

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและสอดรับกับมาตรการควบคุมโรค ประธานวุฒิสภาพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่ง ให้ยกเลิกกำหนดนัดประชุมวุฒิสภาในวันที่ 5 ม.ค.64 และหากมีการประชุมวุฒิสภาเมื่อใดจะแจ้งให้สมาชิกทราบต่อไป

ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยสภางดประชุม

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.เพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีวุฒิสภาสั่งงดประชุมวันที่ 4-5 ม.ค. เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ว่า ส่วนของสภาวันที่ 4 ม.ค. เวลา 13.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ได้เชิญหัวหน้าพรรคทุกพรรคไปร่วมประชุมเพื่อตกลงร่วมกัน ในส่วนกมธ. เช่น กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ 45 คน หากเราจำกัดกรอบการทำงานจริงๆ ไม่ได้เชิญหน่วยงานอื่นมีแต่เจ้าหน้าที่กับข้าราชการ ตนเห็นว่าประชุมได้ภายใต้มาตรการควบคุมที่เข้มงวด ภายในห้องก็ไม่แน่นจนเกินไป มีการรักษาระยะห่าง ไม่จำเป็นต้องเลื่อนอีก

ส่วนการประชุมสภานั้นไม่แน่ใจว่าถ้าจะงดแล้วจะงดแบบใด ต้องงดทั้งหมดหรือให้ใช้วิธีส่งตัวแทนพรรคมาประชุมให้ครบองค์ประชุม ซึ่งสามารถทำได้ทั้งนั้น ส่วนตัวตนไม่อยากให้งดประชุม แต่ต้องเข้มกับมาตรการป้องกันโควิด เราสามารถส่งตัวแทนแต่ละพรรคเข้ามาประชุมได้ แต่ต้องรอดูผลการประชุมร่วมกันทุกพรรควันที่ 4 ม.ค.นี้ก่อน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนฯ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐสภา นายชวน มีมาตรการที่เคร่งครัด ช่วงก่อนปีใหม่สั่งงดการประชุมและเรียกประชุมชดเชยภายหลัง พร้อมขอความร่วมมือกมธ.ต่างๆ งดประชุม หากจำเป็นอาจใช้การประชุมออนไลน์ ที่ผ่านมา ประธานรัฐสภาใช้วิธีประชุมออนไลน์กับองค์กรรัฐสภาระหว่างประเทศ และการประชุมกับต่างประเทศ รวมถึงใช้มาตรการป้องกันสำหรับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ บุคคลภายในและภายนอก ตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

พท.แย้มเชือด 3 รมต.ด้วย

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ประธานคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในส่วนของ พท.ว่า ขณะนี้ พท.มีความพร้อมอย่างมาก โดยระหว่างนี้แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะไปเตรียมข้อมูลต่างๆ หลังจากนั้นวันที่ 5 ม.ค. จะประชุมร่วมกันอีกครั้งว่าพรรคใดจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเรื่องใดบ้าง สำหรับประเด็นที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น หลักๆ ก็อย่างเช่นเรื่องเศรษฐกิจที่รัฐบาลบริหารงานล้มเหลว ผิดพลาด มุ่งไปที่การเอื้อประโยชน์ให้โครงการใหญ่ๆ ในอีอีซี เรื่องปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ถือเป็นการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะที่เป็นผอ.ศบค. เองด้วย รวมถึงกรณีการปล่อยปละเลยละเลยและอาจมีการทุจริตของเจ้าหน้าที่กรณีแรงงานต่างด้าว

รวมถึงกรณีการขยายสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเว้น ทำให้ไม่ต้องผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ถือเป็นการยกเว้นกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนรายเดียว ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอภิปรายไปถึงรัฐมนตรีคนอื่นที่เกี่ยวข้องได้ด้วย อย่างเช่นกรณีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งนอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ที่ต้องรับผิดชอบเต็มๆ แล้ว เรื่องนี้ก็จะเกี่ยวข้องไปถึงรัฐมนตรีหลายท่าน อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นต้น

รบ.ยกตู่ทองแท้-ไม่หวั่นซักฟอก

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมลุยปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเน้นอภิปราย พล.อ. ประยุทธ์ ว่า รัฐบาลไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรและพร้อมที่จะชี้แจง โดยเฉพาะการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมานั้นมีความมุ่งมั่น และตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย

ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งด้านคมนาคมมีการขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ การจัดสวัสดิการต่างๆ ให้ประชาชน รวมไปถึงการแก้ปัญหาโควิด-19 รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการออกมาตรการต่างๆ มาเยียวยาประชาชน ตั้งแต่โครงการชิมช้อบใช้ การจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท และล่าลุดโครงการคนละครึ่งซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมาก

เย้ยฝ่ายค้านข้อมูลเก่า

การจะเน้นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ นั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเหมือนรัฐบาลในอดีต ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร เปรียบเสมือนทองแท้ไม่กลัวไฟลน

ขอชื่นชมพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ใช้เวทีสภาในการตรวจสอบรัฐบาล และเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้ใช้เวทีสภาในการชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วย เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าคงมีการหยิบยกเรื่องเดิมๆ มาอภิปราย ไม่น่าจะมีข้อมูลใหม่อะไรมากนัก ขณะที่รัฐบาลแข็งแกร่ง คงสั่นคลอนได้ยาก ที่สำคัญเสียงสนับสนุนยังเหนียวแน่น ไม่น่ากังวล แต่อยากให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกันทำงานให้ประชาชนดีกว่า เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย

วราวุธเบรกชุมนุม-แก้โควิดก่อน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองปี 2564 ว่า ปัญหาของประเทศมีมากพอสมควร การเมืองก็เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญและความเห็นต่างในเชิงการเมือง แต่นาทีนี้สิ่งที่สำคัญคือ ประชาชนคนไทยต้องหันมาจับมือกันฝ่าฟัน โควิด-19 โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่เป็นผลกระทบต่อทุกคน ไม่แบ่งฝ่ายค้าน รัฐบาล หลายประเด็นทางการเมืองจะต้องได้รับการแก้ไข แต่บางเรื่องต้องเป็นประเด็นรองลงมาจากปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ประชาชน

ส่วนเรื่องม็อบท่ามกลางการระบาดของ โควิด การชุมนุมเป็นสิทธิ์แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เวลานี้เราทุกคนควรช่วยกันแก้ปัญหาโควิดก่อน ส่วนการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เชื่อว่าถ้าเราถอยกันคนละก้าวจริงๆ ก็ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละฝ่ายจะทลายกำแพงทิฐิมานะแล้วหันมานั่งพูดคุยกัน ขอฝากสังคมไทยว่าประเทศไทยจะเดินต่อไปวันข้างหน้าขอให้ใช้ทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ ด้วยความคิดนอกกรอบของคนรุ่นใหม่ บวกกับประสบการณ์ของคนรุ่นใหญ่ ดังนั้น ใครต้องการสร้างสงคราม หรือ เจเนอเรชั่นวอร์ ขอให้หยุดและเลิกความคิดนั้นเสีย เพราะเด็กอย่างเดียวก็ไปไม่รอด ผู้ใหญ่อย่างเดียวก็ไปไม่รอด ต้องจับมือและเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน

ขอปชช.-นักวิชาการดันแก้รธน.

พท. ออกแถลงการณ์เนื่องในวันส่งท้ายปีเก่า 2563 และวันขึ้นปีใหม่ 2564 ว่า ปีที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินภาษีและกู้หนี้ไปเกือบ 2 ล้านล้านบาท ในระยะกว่า 1 ปีแต่ผลที่ได้ไม่ว่าก่อนหรือหลังโควิด-19 ยังคงเป็นปัญหาในปัจจุบัน ไม่สามารถสร้างความหวังให้ประชาชนทั้งประเทศได้ มีผลกระทบไปถึงผู้ประกอบการทั้งเล็กและใหญ่หมดความเชื่อมั่น การสร้างความเชื่อมั่น ต้องมาจากฐานแห่งความจริงของการบริหารที่จับต้องได้ หวังว่ารัฐบาลจะเห็นว่าประชาธิปไตยไม่ได้เป็นเครื่องมือของอำนาจ แต่เป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2564 ไม่ว่ารัฐบาล หรือพรรคการเมืองจะเป็นอย่างไร แต่ประชาชนต้องมีอนาคต และมีความเป็นอยู่ที่ดี

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพท. ให้สัมภาษณ์ถึงการเมืองไทยในปี 2564 ว่า ไม่อยากให้ประชาชนสิ้นหวังกับระบอบรัฐสภาไทย เพราะถึงอย่างไรระบอบการปกครองของประเทศก็คือการแก้ไขกติกาที่เป็นฉันทามติจากทุกคนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยในรัฐสภาอยู่ดี ในฐานะพรรคฝั่งประชาธิปไตยเราคาดหวังให้มีรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เราคาดหวังให้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจของคนทุกกลุ่มถูกจัดสรรอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม แต่ถามว่าจะเป็นไปตามความคาดหวังมากน้อยเพียงใดจำเป็นจะต้องอาศัย 2 ส่วน คือ 1.แรงผลักดันจากสังคมและนักวิชาการ และ 2.การนำแรงผลักดันจากสังคมและนักวิชาการไปสู่ระบบรัฐสภา ซึ่งถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแยกตัวออกไป พลังในส่วนนี้จะลดน้อยลงจนไม่สามารถทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภาจะเป็นจริงได้

ซิโน-ไทยของดค่าปรับ-สร้างสภาล่าช้า

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่อนุมัติขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งที่ 5 ว่า เป็นไปตามมติที่ประชุม 28 ธ.ค.2563 การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้พิจารณาอย่างละเอียด ใช้ดุลพินิจโดยเสียงข้างมากไม่อนุมัติให้ขยายเวลาก่อสร้าง ซึ่งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภา คัดค้านมติคณะกรรมการ และขอใช้สิทธิให้พิจารณาลดหรืองดค่าปรับต่อ คู่สัญญา ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทางเลขาธิการสภาได้ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาโดยด่วน พร้อมกันนี้ได้ขอให้ทางสำนักกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

ทางกฎหมายถือว่าสัญญาสิ้นสุดลงแล้ว จากนี้เป็นกระบวนการตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2535 ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภาจะมอบสำนักการคลัง พร้อมที่ปรึกษากฎหมาย จากสำนักงานอัยการสูงสุดและกรมบัญชีกลาง มาให้คำแนะนำ เพื่อให้การบริหารโครงการสัญญาก่อสร้างแล้วเสร็จและเป็นไปตามระเบียบ ยืนยันว่าดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และ นายชวน มีนโยบายมาโดยตลอดว่าอยากให้อาคารรัฐสภาก่อสร้างให้แล้วเสร็จและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการอย่างสูงสุด แต่ต้องอยู่บน พื้นฐานความถูกต้องของกฎหมาย

ภท.ยันอนุทินไม่เกี่ยวซิโน-ไทย

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ภูมิใจไทย กล่าวกรณีโซเชี่ยลระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังเกี่ยวพันกับบริษัท ซิโน-ไทยฯ ว่าไม่เป็นความจริง นายอนุทินขายหุ้นของบริษัทซิโน-ไทยฯ ทั้งหมดไปตั้งแต่ ก.ค.2562 ก่อนเข้ารับตำแหน่งในครม. เป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้นนายอนุทิน จึงไม่มีหุ้น ไม่ใช่ผู้บริหาร และไม่ใช่ กรรมการบริษัทซิโน-ไทย

ดังนั้นการต่อสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 หรือไม่ต่อสัญญา จึงไม่เกี่ยวกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงขอความกรุณาตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ และอย่าพยายามบิดเบือนและโยงเป็นประเด็นการเมือง จนเป็นเครื่องมือของใคร

จับขายกุ้ง – ตร.ปจ.เข้าสลายการชุมนุมกลุ่มการ์ดวีโว่ ที่นำกุ้งมาขายบริเวณท้องสนามหลวง กทม. จนเกิดปะทะกัน มี ผู้บาดเจ็บ ผู้ชุมนุมถูกจับกุม 16 ราย รวมทั้ง ‘โตโต้’ นายปิยรัฐ จงเทพ ด้วย เมื่อ 31 ธ.ค.

ตร.ลุยจับ‘วีโว่’ขายกุ้งสนามหลวง

วันเดียวกัน กรณีกลุ่มการ์ดอาสา We Volunteer หรือ วีโว่ ประกาศจัดงานเผากุ้ง เคานต์ดาวน์ 2021 ในเวลา 18.00 น. ในกทม. และปริมณฑล แต่ยังไม่ระบุสถานที่ชัดเจนนั้น ในเวลา 10.00 น. นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มวีโว่ พร้อมเกษตรกรฟาร์มกุ้ง จ.นครปฐม เดินทางมาพร้อมที่ท้องสนามหลวง นำกุ้งน้ำหนักรวมประมาณ 5 ตัน มูลค่ากว่า 8 แสนบาท เพื่อเตรียมขายกุ้งผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่เพจ We Volunteer ประกาศว่าให้จองด่วนกุ้งก้ามกรามส่งถึงหน้าบ้าน จองได้ในแช็ตเพจ We Volunteer

เวลา 11.00 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน นำโดย พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทน ผบก.น.1 พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม เข้าเจรจากับนาย ปิยรัฐ ให้ยุติกิจกรรม อ้างเป็นที่สาธารณะ ห้ามขายของพร้อมกระชับพื้นที่ด้วยการล้อมรถเครื่องขยายเสียง

ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวยืนยันว่า จะไม่ให้กลุ่มวีโว่จัดกิจกรรม และจะมีความผิดเรื่องห้ามมั่วสุม-ชุมนุม-ทำกิจกรรมแออัด เสี่ยงแพร่โควิด-19 ฝ่าฝืนเจอคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

การ์ดหญิงถูกถีบเลือดออก

ต่อมาเวลา 12.00 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนคุมตัวโตโต้ พร้อมการ์ดวีโว่ ขึ้นรถตู้ตำรวจ ก่อนที่ สน.ชนะสงคราม จะอ่านประกาศว่า การกระทำของกลุ่มวีโว่ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมมอบเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนคุมตัวโตโต้พร้อมพวกรวม 12 คน นำตัวไปยัง สน.ชนะสงคราม โดยกลุ่มวีโว่ที่ถูกคุมตัวประกอบด้วย 1.นายปิยรัฐ จงเทพ อายุ 30 ปี 2.นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี 2 เดือน 3.นายบี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี 4.นายซี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี 5.นายดี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี 6. นายกีรติ ผลมะตาด อายุ 22 ปี 7.นายสุชาติ จั่นแก้ว อายุ 21 ปี 8.นายธัช ภาณุศิริ อายุ 32 ปี 9.นายทองนพเก้า ใจไทย อายุ 20 ปี 10.นายศุภสิริ ชัยลีย์ อายุ 33 ปี 11.นายณัฐพงษ์ คำจันทร์ อายุ 29 ปี และ 12.นายณัฐพงษ์ มะลิซ้อน อายุ 23 ปี ไปยังตชด.ภาค 1

เวลา 12.20 น. เจ้าหน้าที่ปิดประตูรั้วสนามหลวงและไม่อนุญาตให้คนเข้าพื้นที่ จนเกิดปะทะกับกลุ่มของวีโว่ ระหว่างนั้นมีการ์ดอาสาหญิงรายหนึ่งถูกถีบจนหงายท้อง ซึ่งเผยว่า ระหว่างที่ตำรวจจะปิดประตู การ์ดแจ้งว่าจะเข้าไปเอาของและให้เพื่อนที่ยังอยู่ด้านในออกมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมจึงเกิดยื้อแย่งประตูกัน ทำให้ตนล้มลง ขณะล้มลงก็เห็นรองเท้าคอมแบ็ตถีบมาที่บริเวณใบหน้าตนจนเลือดออก และยังมีตำรวจที่แต่งชุดสีกากีให้จับตนเข้าไปด้านใน แต่เพื่อนการ์ดช่วยออกมาได้ หลังจากนี้ ตนจะนำหลักฐานทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอไปแจ้งความดำเนินคดี

ตร.ไล่จับกลุ่มการ์ด

เวลา 13.00 น. กลุ่มวีโว่ย้ายมาจัดกิจกรรมขายกุ้งเคานต์ดาวน์ บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว มีประชาชนจำนวนมากสนใจต่อแถวซื้อกุ้งในราคากิโลกรัมละ 359 บาท ทางผู้จัดกิจกรรมจัดให้มีแอลกอฮอล์ล้างมือ เว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ทราย เจริญปุระ ไปร่วมขายด้วย พร้อมกล่าวว่า กุ้งมาแล้วของเสียได้ โควิดก็กระหน่ำพอแล้วไปซ้ำเติมอีก ไหนๆ มาแล้วก็น่าจะได้ขายต่อ

เวลา 14.10 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแนวตั้งแต่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและแยกคอกวัว ตีวงล้อมปิดหัวท้ายและไล่จับชุดการ์ดที่นำแผงเหล็กมากั้นแนวตำรวจไว้ ทำให้กลุ่มวีโว่ต้องสลายตัว จากนั้นตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้จัดยุติกิจกรรม และให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ประกอบกับเป็นช่วงโควิด-19 ระบาด หากจัดงานต้องขออนุญาตผู้ว่าฯ

ต่อมาตำรวจปิดล้อมรถที่บรรทุกกุ้งหนักประมาณ 3 ตันมาจำหน่าย ทำให้กิจกรรมต้องยุติลง ขณะเดียวกันประชาชนและกลุ่มที่มารอซื้อกุ้งต่างแสดงความไม่พอใจที่ตำรวจขัดขวางการจัดกิจกรรม แต่ก็ยังรอติดตามสถานการณ์อยู่โดยรอบพื้นที่

จับเพิ่ม4ราย-ข้อหามั่วสุมแพร่โรค

ต่อมาตัวแทนการ์ดวีโว่เข้าเจรจากับ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ และพ.ต.อ.สนอง นานกว่า 30 นาที โดยตัวแทนการ์ดระบุว่า ตำรวจให้ทางกลุ่มย้ายรถขายกุ้งออกนอกพื้นที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา จากนี้กลุ่มจะนำกุ้งไปน็อกน้ำแข็งที่บริเวณกองสลากเก่า ส่วนตำรวจจะยอมให้ขายต่อหรือไม่คงต้องพูดคุยกันอีกครั้ง จากนั้นตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่และเปิดการจราจร ถ.ราชดำเนิน บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยมีประชาชนที่ไม่พอใจตะโกนด่าทอ และไล่ให้จับกุมคนที่ทำผิดกฎหมายมากกว่าจะมาขัดขวางการช่วยเหลือเกษตรกร

ทั้งนี้ ปฏิบัติการปิดล้อมจับกุมที่อนุสรณ์ 14 ตุลา มีผู้ถูกควบคุมตัว 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายหัสดินทร์ ไกรโสภา อายุ 32 ปี 2.นายอี อายุ 19 ปี 3.นายเอส อายุ 17 ปี และ 4.นายมงคล สมอบ้าน อายุ 32 ปี ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค อันเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 และพ.ร.บ.ควบคุมโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตวิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าวว่า ถ้ามองที่วัตถุประสงค์ ที่กลุ่ม #WEVO ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดจากความหละหลวมของรัฐ ในการป้องกันการหลบหนีข้ามพรมแดนของแรงงานต่างชาติและบ่อนที่ระยอง ตำรวจไม่ควรจับกุมเขาถึงขนาดนี้

“ถ้าเอาตำรวจดาหน้าไปล้อมจับบ่อนระยองกับบ่อนจันทบุรี แบบที่จับกลุ่ม #WEVO คนขายกุ้ง ก็คงจะดี” “ทีบวกกับประชาชน นี่ใส่แม่ไม้มวยไทยแบบเต็มๆ ไม่มียั้ง…” นาย วิโรจน์ทวีต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน