‘ยะลา-ปัตตานี’จมหนัก ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ – ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส ยังหนัก ฝนเท น้ำบ่าไหลลงพื้นที่ลุ่มริมน้ำปัตตานี จมหลายหมู่บ้าน ถนนเข้าเมืองตัดขาด อ.เบตง ยะลา มวลน้ำปิดทางเข้า-ออก ผู้ว่าฯประกาศให้ 8 อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เร่งสำรวจความเสียหาย จัดงบช่วยเหลือด่วน ปัตตานี มวลน้ำเขื่อนบางลาง ผู้ว่าฯประกาศ 5 อำเภอแม่น้ำปัตตานี-สายบุรี ไหลบ่าเป็นเขต ภัยพิบัติเช่นกัน ไหลเข้าท่วมตัวเมืองล้นตลิ่ง นราธิวาส พื้นที่ 13 อำเภอ ยังจม ลุ่มน้ำสายบุรี, โกลก และบางนรา ปริ่มตลิ่ง ขณะที่จ.สงขลา แม่ลูกขี่รถจยย.ฝ่าสายน้ำ ถูกพัด หนุ่มพลเมืองดีช่วยแม่ไว้ได้ทัน ส่วนลูกชายจมหายไปกับกระแสน้ำ กู้ภัยเร่งงมหา

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยที่จ.ปัตตานี สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากมวลน้ำจากเขื่อนบางลาง จ.ยะลา ยังคงไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี‘ยะลา-ปัตตานี’จมหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเริ่มสูงขึ้นจนเกือบล้นตลิ่ง และไหลเชี่ยวกราก คาดว่า 1-2 วันนี้ หากมวลน้ำจากจ.ยะลายังไหลมาสมทบอีกจะทำให้น้ำเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี

ขณะที่ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด รถทุกชนิดผ่านเข้าไป ไม่ได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือท้องแบนสัญจรแทน โดยชาวบ้านเริ่มกักตุนอาหารไว้ เนื่องจากคาดว่าน้ำท่วมระลอกนี้จะนานกว่าที่ผ่านมา ภายหลังมวลน้ำได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมในหลายหมู่บ้าน ทั้ง หมู่ 1 บ้านปะกาฮะรัง หมู่ 2 บ้านจางา และบ้านยือโม๊ะ มีบ้านเรือนได้รับความเดือดร้อนแล้ว 280 หลังคาเรือน

เช่นเดียวกับในพื้นที่ อ.ยะรัง ซึ่งเป็นรอยต่อจ.ยะลา ปริมาณน้ำเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นเข้าท่วม 14 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 4 ตำบลได้แก่ เขาตูม ประจัน คลองใหม่ และเมาะมาวี ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องเร่งอพยพชาวบ้าน และขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูง

นายราชิต สุดพุ่ม ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า พื้นที่ปัตตานี รับน้ำจากจ.ยะลา และนราธิวาส ที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำสายบุรี ทำให้ต้องประกาศพื้นที่ภัยพิบัติที่อยู่ติดกับแม่น้ำทั้ง 2 สาย 5 อำเภอ คือ พื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำปัตตานี ได้แก่ อ.เมือง อ.หนองจิก และอ.แม่ลาน และพื้นที่ติดแม่น้ำสายบุรี ได้แก่ อ.สายบุรี และอ.ไม้แก่น พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ได้สรุปรายงานพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ดินสไลด์ ตั้งแต่วันที่ 5-7 ม.ค.2564 ว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 8 อำเภอ 52 ตำบล 26 หมู่บ้าน 7 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,139 ครัวเรือน 48,909 คน (อพยพ 40 ครัวเรือน 118 คน) เสียชีวิต 1 ราย ที่อ.รามัน บ้านเรือนได้รับความ เสียหายบางส่วน 8 หลัง สิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย ถนน 51 สาย สะพาน 11 แห่ง ฝาย 1 แห่งท่อระบายน้ำ 6 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,528 ไร่ ปศุสัตว์ 1,501 ตัว และบ่อปลา 10 บ่อ โดยสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 อำเภอ คือ อ.กาบัง 2 ตำบล 19 หมู่บ้าน)

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา ได้ประกาศให้ 8 อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม ประกอบด้วย อ.เมือง เบตง ธารโต บันนังสตา รามัน กรงปินัง ยะหา และกาบัง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือ สำรวจพื้นที่ความเสียหาย และความเดือดร้อนของประชาชน และจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเข้าช่วยเหลือ

ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำปัตตานีที่ ต.ท่าสาป ต.ยุโป และต.ตาเซะ อ.เมือง น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่และเส้นทางที่จะเข้าสู่ตัวเมืองเขตเทศบาลนครยะลา โดยเฉพาะต.ท่าสาป หมู่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 ชาวบ้านต้องอพยพมา อยู่ริมถนนสาย 418 ขณะที่เทศบาลนครยะลา เร่งสูบน้ำผลักดันระบายน้ำออกจากบึงแบเมาะลงสู่แม่น้ำปัตตานี

ด้านจ.สงขลา มีแม่ลูกขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำท่วมเส้นทางตูหยง-ตลาดเทพา บ้านโคกต้นพรวน หมู่ 6 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ถูกกระแสน้ำพัดรถไหลไปตามกระแสน้ำ โดยนายธัญญา มาลัยกูล อายุ 51 ปี พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ แม้แขนหักแต่ได้กระโดดลงไปช่วยดึงแม่ขึ้นมาได้ทัน ส่วนลูกชายอายุ 27 ปี ถูกน้ำพัดสูญหายไป ขณะที่นายธัญญาได้รับบาดเจ็บแน่นหน้าอกและสำลักน้ำ ต้องนำตัวส่งร.พ.เทพา ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ได้ไปช่วยค้นหาร่างผู้สูญหายแล้ว

ขณะที่จ.นราธิวาส มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วทั้ง 13 อำเภอ ใน 37 ชุมชน 68 ตำบล 420 หมู่บ้าน 22,308 ครัวเรือน 80,836 คน สถานศึกษา 34 แห่ง วัด และที่พักสงฆ์ 7 แห่ง มัสยิด 6 แห่ง มีผู้อพยพ 85 ครัวเรือน 295 คน ปัจจุบันปริมาณน้ำในลุ่มน้ำ 3 สายหลัก ลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มน้ำโก-ลก ลุ่มน้ำบางนรา อยู่ในเกณฑ์ล้นตลิ่ง

นายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 17 กล่าวว่า ทางโครงการได้แจ้งเตือนภัยน้ำล้นตลิ่งไปแล้วรวม 13 ฉบับ พร้อมสั่งการให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่จ.นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปเสริมเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ เร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย คาดว่าใช้เวลา 5-7 วัน สถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ตลอด 24 ชั่วโมง

เขตภัยพิบัติ – ชาวบ้าน อ.เบตง จ.ยะลา ต่อแพไม้ไผ่ใช้สัญจรหลังจากถนนในหมู่บ้านถูกน้ำท่วม หลายจุดระดับน้ำสูงท่วมมิดหลังคาบ้าน ล่าสุดผวจ.ยะลาประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว 8 อำเภอ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน