มีอีก2ร่วมทีม
กรมสุขภาพจิต
ปลด‘อแมนด้า’
เจ้าตัวแถลงโต้
ย้ำศรัทธาปชต.
ไผ่ถึงมธ.รังสิต

ออกหมายจับคดีวางเพลิงเผาป้ายหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ฟัน ‘แอมมี่ บอททอมบลูส์’ โดนเพิ่มอีก 2 ข้อหาทั้งมาตรา 112 และพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ตร.ดักที่โรงพยาบาล รวมถึงบุกค้นบ้านพักด้วย ด้านรองผบช.น.ลั่นเอาผิดเพิ่มคดีชุมนุมหน้า ร.1 รอ.-ป่วนหน้าสน.ดินแดง เผยชายฉกรรจ์สวมหมวกขาวเป็นตชด.และช่างวางแบริเออร์ แต่ฝ่ายความมั่นคงยอมรับเองเป็นทหารในหน่วย แต่งนอกเครื่องแบบมาช่วยป้องกันที่ตั้ง องค์กรนักศึกษา 18 สถาบันออกแถลงการณ์ร่วมจี้รัฐหยุดใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม จับกุมผู้เห็นต่าง กรมสุขภาพจิตปลดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 พ้นทูตสุขภาพจิต ทั้งๆ ที่เพิ่งแต่งตั้งเมื่อปลายเดือนที่แล้ว อ้างประชาชนไม่สบายใจ แต่สังคม วิจารณ์แซ่ดโยงปมการเมืองที่เจ้าตัวออกมาแสดงความคิดเห็นค้านรัฐใช้ความรุนแรงกับม็อบ เจ้าตัวแถลงโต้ทันที พร้อมเดินหน้าโครงการรับฟังเสียงความเห็นต่าง

ตู่ปัดตอบรีเดมชุมนุมอีก 6 มี.ค.

เมื่อเวลา 12.50 น.วันที่ 2 มี.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีกลุ่ม ReDem นัดหมายชุมนุมอีกครั้ง 6 มี.ค. และมีกลุ่มเห็นต่างก็นัดหมายชุมนุมเช่นกัน เพราะต้องการตรวจสอบความเชื่อมโยงกลุ่ม ReDem ที่อ้างว่าไม่มีแกนนำ โดยพล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามโดยกล่าวเพียงว่า เรื่องการชุมนุมก็ให้เป็นเรื่องของการชุมนุม ตนไม่ขอตอบ เพราะทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งในการแถลงข่าวว่าสิ่งสำคัญต้องทำให้คนไทยทุกคนรู้จักกฎหมายและจะใช้ประโยชน์กับกฎหมายได้อย่างไร กฎหมายที่เป็นคุณมีอยู่มากมาย อีกทั้งมีกฎหมายใหม่ออกมาแล้วในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลข่าวสาร จึงขอร้องทุกคนให้เข้าถึงกฎหมายเหล่านี้มากกว่าที่จะไปทำอย่างอื่น เมื่อตัวเองไม่ได้ทำความผิดอะไรก็ไม่ต้องไปกลัวกฎหมายอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องรู้กฎหมายให้เป็นพื้นฐานตามหลักการของรัฐธรรมนูญซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่ในการคุ้มครองสิทธิ์ ถ้ากระทำความผิดแล้วยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็จะได้รับการคุ้มครอง ส่วนจะถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและสิ่งที่ได้กระทำไป ผมไม่สามารถไปก้าวล่วงใครได้ทั้งสิ้น หน้าที่ของรัฐบาลคืออยู่ฝ่ายบริหาร ดังนั้นอย่าเอาผมไปขัดแย้งกับใครในเรื่องเหล่านี้

โฆษกรบ.โอด-อ้างตร.เจ็บ 90

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์แจ้งให้ครม.รับทราบ เรื่องการชุมนุม โดยย้ำถึงนโยบายที่มอบให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกำชับให้ตำรวจใช้ความอดทนในการดูแลประชาชน ในการชุมนุมให้เป็นไปอย่างสงบ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นให้ประชาชนแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็น แต่ให้อยู่ภายใต้กฎหมายหลีกเลี่ยงการยั่วยุไม่ใช้ความรุนแรง ขณะเดียวกันขอให้สื่อนำเสนอข่าวและรายงานการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วนว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเป็นไปตามหลักสากล ตามขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ถ้ารายงานว่าผู้ชุมนุมบาดเจ็บอย่างเดียวอาจจะทำให้เข้าใจผิด เพราะหากผู้ชุมนุมไม่ใช้ความรุนแรง คงไม่มีตำรวจบาดเจ็บ 90 นาย ขอให้รายงานข้อเท็จจริงในภาพรวมทั้งหมด

พท.แถลงโชว์ตัวผู้ถูกทำรุนแรง

ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย แถลงกรณีมี ผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมหน้า ร.1 รอ. เมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

นพ.ทศพรกล่าวว่า ตนในฐานะที่อยู่ในเหตุการณ์ เห็นว่ามีการใช้ความรุนแรงกันหลายครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ประชาชนกำลังทยอยเดินกลับ ตนก็พยายามทำให้เหตุการณ์สงบหลายครั้ง แต่กลับมีความรุนแรงเกิดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้คุณเก่งที่มาร่วมแถลงกับตนวันนี้ ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรงในวันดังกล่าว โดยโดนยิงที่ศีรษะ ขณะที่ตนก็โดนแก๊สน้ำตาเข้าไปเต็มๆ เช่นกัน ขอฝากเตือนสติไปยังตำรวจว่าอย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน เพราะประชาชนไปร่วมชุมนุมอย่างสันติ หากเจอใครที่ใช้ความรุนแรงหรืออาวุธ ตำรวจก็สามารถมาควบคุมตัวไปดำเนินคดีได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนได้ดูคลิปมีคนที่เมื่อขว้างปาระเบิดหรือวัตถุแล้วก็หลบไปอยู่หลังแนวตำรวจ หรือแนวประชาชน เหมือนมีความพยายามที่ต้องการจุดชนวน เหตุใดตำรวจจึงปล่อยคนลักษณะนี้ไว้ไม่ดำเนินการ หรือเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงจัดการกับประชาชน

จวกประยุทธ์คู่ขัดแย้งผู้ชุมนุม

เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่ นพ.ทศพรกล่าวว่า เรากำลังปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของพรรค ซึ่งคงต้องดำเนินการเหมือนครั้งที่สลายการชุมนุมหน้าสภา หรือการใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม

เมื่อถามว่ามองว่าการชุมนุมควรมีแกนนำที่ชัดเจนหรือไม่ นพ.ทศพรกล่าวว่า สำหรับการชุมนุมครั้งต่อไป ตนคิดว่าควรมีแกนนำที่ชัดเจน และจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบ ทั้งนี้ ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับประชาชน เพราะวันนี้ประชาชนขัดแย้งกับพล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนเพียงต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องอำนวยความสะดวกเรื่องการจัดการจราจร และป้องกันไม่ให้เกิดมือที่ 3 ไม่ใช่มาทำหน้าที่สลายการชุมนุม

ยอมรับหมวกขาวเป็นทหาร

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอภาพที่ระบุชุดนอกเครื่องแบบ ใส่หมวกสีนิรภัยสีขาว เข้าดูแลรักษาพื้นที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ว่า กำลังพลของหน่วยในบริเวณใกล้พื้นที่ชุมนุมสามารถออกมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยได้ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการ ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทหารปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ในกรณีที่ตำรวจร้องขอ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพระราชฐาน ซึ่งเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งรักษาหน่วยที่ตั้งออกมาดูแลรักษาความสงบโดยรอบได้ โดยการประสานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งการออกมาดังกล่าว เพื่อดูแลป้องกันพื้นที่ของตัวเองเท่านั้น การดูแลการชุมนุมก็ยังเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ปลด‘อแมนด้า’พ้นทูตสุขภาพ

วันเดียวกัน กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ยุติการมอบหมาย น.ส.อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ลูกครึ่งไทย-แคนาดา เป็นทูตด้านสุขภาพจิต ตามที่กรมสุขภาพจิตและกองประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ได้เคยมีการตกลงความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์งานด้านสุขภาพจิตของกระทรวงสาธารณสุขนั้น รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตของกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกรมสุขภาพจิตมีข้อตกลงกับกองประกวดในการมอบหมายให้เจ้าของตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ดำเนินภารกิจเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของกรมสุขภาพจิตหรือทูตด้านสุขภาพจิต เพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยสร้างความตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตในประเทศไทย

ด้านพญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทางกรมสุขภาพจิตได้รับทราบถึงข้อกังวลของประชาชนต่อการมอบหมายภารกิจด้านสุขภาพจิตแก่น.ส.อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม เจ้าของตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งการมอบหมายภารกิจทูตด้านสุขภาพจิตที่ได้นั้นไม่ได้เป็นการมอบหมายอภิสิทธิ์พิเศษแต่อย่างใด เป็นเพียงหน้าที่และภารกิจการช่วยเหลืองานด้านสุขภาพจิตเท่านั้น

โดยมีหน้าที่ได้แก่ 1.ส่งเสริมภาพลักษณ์การทำงานด้านสุขภาพจิต 2.ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี 3.ปฏิบัติงานจิตอาสากรมสุขภาพจิต และ 4.ขยายเครือข่ายจิตอาสาเพื่อสร้างกระแสการเป็นผู้รับฟังที่ดี เช่นเดียวกับความร่วมมือของกรมสุขภาพจิตกับกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ในช่วงปี 2563 ซึ่งเป็นการมอบหมายภารกิจทูตด้านสุขภาพจิตเช่นเดียวกัน

ทูตสุขภาพจิต – น.ส.อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020 เปิดแถลงหลังกรมสุขภาพจิตปลดจากทูตด้านสุขภาพจิต ยืนยันทำหน้าที่เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนต่อไป เมื่อวันที่ 2 มี.ค.

ปมวิจารณ์ค้านรัฐใช้ความรุนแรง

กรมสุขภาพจิตมีเป้าหมายในการสร้างความสุขให้แก่ประชาชนและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ดี กรมสุขภาพจิตรับทราบถึงความกังวลใจของประชาชนในขณะนี้ และกรมสุขภาพจิตไม่สามารถดำเนินภารกิจที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและสร้างความไม่สบายใจแก่ประชาชนในสังคมได้ ทั้งนี้ ได้ปรึกษาหารือกับกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์และรับทราบร่วมกันถึงความกังวลใจของประชาชน ทางกรมสุขภาพจิตจึงขอยุติบทบาทภารกิจทูตด้านสุขภาพจิตดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อแมนด้าเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 24 ก.พ.และก่อนหน้านี้อแมนด้าออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยไม่เห็นด้วยกับรัฐที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม

‘อแมนด้า’เปิดแถลงโต้ทันที

วันเดียวกัน ที่ร้าน Tea Please ซอยจุฬาฯ 20 เขตปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 แถลงข่าวกรณีกรมสุขภาพจิตปลดอแมนด้าจากทูตด้านสุขภาพจิต โดยกล่าวว่า โครงการ “Have You Listened” ที่ตนก่อตั้งนั้น ก่อตั้งก่อนเข้าพบกรมสุขภาพจิต เป็นโครงการที่มาจากเสียงของหัวใจของตน เพราะมีประสบ การณ์เรื่องสุขภาพจิต จึงอยากสานต่อโครงการนี้ให้ทุกคนรู้ว่าเสียงของทุกคนสำคัญ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเสียงที่เข้ามาจะเป็นแบบไหนพร้อมรับฟัง แม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งทูตกรมสุขภาพจิต ตนก็ยังทำหน้าที่ต่อไปได้ หากมีใครอยากให้ช่วยพร้อมร่วมมือเต็มที่ เรื่องผลกระทบไม่กังวล เพราะต้องมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแง่บวก ต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส คิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่จะทำให้คนรู้จักโครงการของตนมากขึ้น ส่วนการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง จุดยืนในทางการเมืองของตนคือประชาธิปไตยและสิทธิ มนุษยชน ซึ่งก็คือหลักของการเป็นมนุษย์ทุกคน

“ด้าสามารถเป็นกระบอกเสียงต่อไปได้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอาจทำให้เสียงของด้าดังขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่ดับไป ใครไม่ทำเราทำ ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ และเห็นประโยชน์ในโครงการของด้า เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลย ด้าจะทำให้ดีที่สุด เพราะมีเจตนาที่ดีต่อสังคม ขอให้ทุกคนเชื่อใจ” อแมนด้า ชาลิสา กล่าว

ยธ.ได้เบาะแสมือเผาป้ายหน้าคุก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามกรณีคนร้ายวางเพลิงป้ายและทำลายทรัพย์สิน บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า หลังจากกรมราชทัณฑ์ไปแจ้งความเอาผิดกับผู้กระทำผิดและตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ทางตำรวจได้เก็บหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดของเรือนจำ ที่สามารถจับภาพคนร้ายได้ มีผู้ต้องสงสัย 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 โดยการตามภาพจากกล้องวงจรปิดไปจนถึงที่พักและพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมือง หลังจากได้ทราบถึงกลุ่มบุคคลที่ลงมือก่อเหตุวางเพลิง ตนจึงสั่งการให้คณะทำงานพาลีปราบยาของกระทรวงยุติธรรม ช่วยสืบสวนเชิงลึกในกรณีดังกล่าว ทำให้ในขณะนี้เราได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการ ก่อเหตุดังกล่าว รวมถึงได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงบุคคลและกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิว เตอร์ หรือเผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดียด้วย คาดว่าจะออกหมายจับดำเนินคดีได้ทั้งกลุ่มผู้ลงมือ กลุ่มผู้ร่วมขบวนการ และตัวการสำคัญในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

นายสมศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมมีคณะทำงานเฉพาะกิจคือ พาลีปราบยา จึงให้ช่วยสืบสวนข้อมูลเชิงลึก ทำให้ทราบถึง ผู้บงการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ รวมถึงคนเผยแพร่ข้อมูลความมั่นคงลงในโลกโซเชี่ยล การสืบสวนในครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้นในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพราะจากข้อมูลของตำรวจเกี่ยวกับผู้กระทำผิดมีหลักฐานที่ชัดเจนทำให้เราสืบต่อไปได้ เรื่องนี้ผมยอมไม่ได้เพราะเป็นความผิดที่ร้ายแรง ทั้งการบุกทำลายทรัพย์สินของราชการในยามวิกาล และเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นสถานที่ความมั่นคงสูง รวมถึงการนำข้อมูลความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อหาเหล่านี้เป็นข้อหาหนัก เราต้องนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างโดยเร็ว

เลขาฯรมว.ลั่นฟันโทษประหาร

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายศาลออกหมายจับ รวมถึงการสั่งการของรมว.ยุติธรรม ที่เน้นการขยายผล การตรวจสอบเส้นทาง จนได้ทราบว่าเกี่ยวกับกลุ่มการเมือง หากเราสาวถึงใครเราดำเนินคดีหมด เพราะเป็นการกระทำที่ทำลายความรู้สึกของคนไทย เป็นโทษที่ร้ายแรงมากเพราะวางเพลิงเผาทรัพย์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตและมีโทษหนักถึงประหารชีวิต เพราะเป็นโรงเรือนและสมบัติของทางราชการ และตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการชุมนุม และการที่เจตนาเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ตามมาตรา 112 มีโทษจำคุก 3-15 ปี รวมถึงการบุกรุกสถานที่ราชการ มีโทษจำคุก 5 ปี และยังมีความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เรื่องการแชร์ภาพอันมิบังควร มีโทษจำคุก 5 ปี รวมแล้วตอนนี้มี 4 ข้อหาหนักซึ่งโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ซึ่งทางนาย สมศักดิ์ได้เร่งรัดให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ภายใน 7 วัน

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าวอีกว่า จากไทม์ไลน์ที่ทางตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้สืบสวนและตรวจหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ พบว่า จากการตรวจสอบของกล้องวงจรปิด กทม. เวลา 02.46 น. พบรถคนร้ายวิ่งผ่านร้านแกรนด์โฮม ใต้สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร งามวงศ์วาน 35 จากนั้นเวลา 02.49 น. จากกล้องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนัก งานใหญ่ พบรถคนร้ายวิ่งผ่านหน้าสำนักงาน ฝั่งถนนงามวงศ์วานขาออก วิ่งผ่านประตูเรือนจำกลางคลองเปรม และเวลา 02.50 น. จากกล้องมุมสูงของการไฟฟ้าฯ พบรถคนร้ายจอดริมถนน เลยจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เวลา 02.55 น. พบรถคนร้ายถอยกลับมาห่างจากจุดเกิดเหตุ 20 เมตร กระทั่งเวลา 03.08 น. พบว่าไฟเริ่มติดตรงจุดเกิดเหตุ และอีก 1 นาทีต่อมา คนร้ายได้ขับออกไปเพื่อหลบหนี

“เรื่องนี้เตรียมการมาอย่างแน่นอน เพราะในที่เกิดเหตุพบไฟแช็ก น้ำมัน เตรียมมาจุดไฟเผา และใช้เวลาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ก.พ. ใช้เวลาก่อเหตุ 10 นาที และหนีทันที และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรมราชทัณฑ์ได้ทำรายงานถึงสำนักพระราชวัง เพราะเวลาที่เรานำพระบรมฉายาลักษณ์มาใช้ เราต้องขออนุญาตจากทางราชวัง หากถูกเผาทำลายเราก็ต้องรายงานให้ทราบ ทั้งนี้ ปกติภายในเรือนจำมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งที่เกิดเหตุติดถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาตามปกติ ตอนนี้อธิบดีได้ใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุด มีเวรยามตลอดเวลา และจุดใดที่มีความละเอียดอ่อนก็ได้สั่งให้ดูแลเข้มข้นขึ้นในทุกเรือนจำ” ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าว

บช.น.ยื่นศาลขอหมายจับแล้ว

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุวางเพลิงเผาพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรมว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการนำพยานหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดและวัตถุพยานต่างๆ ไปที่ศาลอาญา เพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนแล้ว หนึ่งในนั้นเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หากได้หมายจับแล้วชุดสืบสวนจะไปนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาดำเนินคดีตามขั้นตอนทันที หากอยู่ในโรงพยาบาลทางเจ้าหน้าที่สามารถอายัดตัวได้ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะก่อเหตุ หลังจากเกิดเหตุ และเส้นทางที่หลบหนี

พล.ต.ต.ปิยะเปิดเผยต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต และที่ สน.ดินแดงนั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ก่อความรุนแรงทั้ง 2 จุด ขณะนี้พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่อยู่ในข่ายที่ต้องตรวจพิสูจน์ตัวบุคคลจำนวนหนึ่ง เชื่อเป็นกลุ่มที่เคยชุมนุมมาแล้วเพียงแต่เปลี่ยนชื่อกลุ่มเท่านั้น ถ้าสามารถระบุบุคคลใดได้ชัดเจนแล้ว จะนำพยานหลักฐานทั้งหมดไปขอศาลออกหมายจับทันที ความผิดที่เข้าข่ายมีทั้งความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และความผิดตามกฎหมายอาญาเรื่องการก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และการใช้อาวุธทำร้ายเจ้าพนักงาน ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีกสักระยะหนึ่ง ส่วนกรณีที่มีกลุ่มชายใส่หมวกสีขาวระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ.นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ทหารช่างและตำรวจตชด. ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้กำบังตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

รองผบช.น.ลั่นเอาผิดฉี่รดตำรวจ

รองผบช.น.เปิดเผยด้วยว่า สำหรับเรื่องของแกนนำการชุมนุมในวันดังกล่าวถึงแม้ ผู้ชุมนุมจะอ้างว่าไม่มีแกนนำ แต่จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการนัดหมายปลุกระดมและสั่งการให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วมการชุมนุม ปลุกเร้า ยุยงให้ก่อเหตุในลักษณะต่างๆ ซึ่งอาจเข้าข่ายลักษณะการเป็นแกนนำการชุมนุมได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบพฤติการณ์ว่าเข้าข่ายความผิดใดและบุคคลเหล่านั้นมีใครบ้าง ส่วนกรณีที่บางกลุ่มพยายามสร้างข่าวเฟกนิวส์ อ้างว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตา แต่ความเป็นจริงคือกลุ่มผู้ชุมนุมใช้เครื่องพ่นควันนั้น หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ดำเนินการต่อไป

พล.ต.ต.ปิยะเปิดเผยอีกว่า กรณีที่มีชายยืนปัสสาวะบนตู้คอนเทนเนอร์ โดยด้านล่างเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เจ้าหน้าที่คงไม่อดทนอดกลั้นขนาดนี้ เราคงต้องมีการพิสูจน์ทราบว่าเป็นใคร ชายคนดังกล่าวจะมีความผิดในข้อหาดูถูกเหยียดหยามเจ้าหน้าที่

หมายจับ‘แอมมี่’คดีเผากับ 112

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับเลขที่ 429/2564 ลงวันที่ 2 มี.ค.64 จับกุม ผู้ต้องหานายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลย์พันธุ์ นักร้องชื่อดัง ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วางเพลิงเผาทรัพย์สิน และ ความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีการชุมนุมของประชาชนว่า “ผมก็ทำเต็มที่แล้ว ที่จะไม่ใช้ความรุนแรง ตำรวจก็ทำเต็มที่ ไม่ต้องการปะทะ แต่พอ ผู้ชุมนุมเขาใช้ความรุนแรงก่อน ก็มีกฎหมายที่กำหนดอยู่แล้วว่าต้องใช้มาตรการอย่างไร พอมีคนเริ่มยุแยงให้เกิดความรุนแรงได้ พอรุนแรงขึ้นแกนนำก็หนีไปไหนไม่รู้ เรื่องก็เลยบานปลาย ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย”

วางกำลังที่ร.พ.-บุกค้นบ้าน

ด้านชุดสืบสวนกำลังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคลให้ชัดเจน จากการสืบสวนพบว่านักร้องดังคนดังกล่าวมีอาการป่วย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า แต่ยังไม่ทราบว่าป่วยเป็นอะไร ล่าสุดชุดสืบสวนกก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น นำกำลังไปที่โรงพยาบาลแล้ว หากศาลอนุมัติหมายจับ จะนำหมายไปแจ้งข้อหาและควบคุมตัวทันที รวมทั้งประสานแพทย์ว่าสามารถย้ายไปควบคุมที่ร.พ.ตำรวจได้หรือไม่

เวลา 17.04 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับแจ้งจากครอบครัวของ “แอมมี่” ไชยอมร ว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่บ้านและแสดงหมายค้น ออกโดยศาลอาญา มีผกก.สน.ประชาชื่น เป็นผู้ร้อง

เดินทะลุฟ้าถึงธรรมศาสตร์รังสิต

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” คืนอำนาจประชาชน ของกลุ่มราษฎร และ เครือข่าย People Go Network ที่นำโดยไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ซึ่งเริ่มต้นกิโลเมตรที่ 0 ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา ถึงกรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 247.5 กิโลเมตร เพื่อขับไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมเรียกร้องให้ปล่อย 4 แกนนำ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

สำหรับวันเดียวกันนี้ กิจกรรมเริ่มต้นกิโลเมตรที่ 202.7 ในเวลา 09.00 น. ที่บริเวณอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และสิ้นสุดการเดินในเวลา 17.30 น.ที่วัดคุณหญิงส้มจีน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และจะเข้าร่วมกิจกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจระบอบ คสช. ที่อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในเวลา 19.00 น.-21.00 น.

สำหรับกิจกรรมเดินทะลุฟ้ามีกำหนดสิ้นสุดการเดินที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งจะนับเป็นกิโลเมตรที่ 247.5 ของการเดิน ในวันที่ 7 มี.ค.นี้ รวมใช้เวลาเดินกว่า 20 วัน

รุนแรง – นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.เพื่อไทย นำผู้บาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 ถนนพหลโยธิน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. เเถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมเตรียมรวบรวมหลักฐานเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ 2 มี.ค.

องค์กรนักศึกษา 18 สถาบันแถลง

วันเดียวกัน สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สภานิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร สภานักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สภานักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สภานิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา สภานิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สภานักศึกษามหาวิทยาลัย แม่โจ้ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สภานักศึกษา องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สภานักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สภานักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรื่อง การประณามการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.เรียกร้องดังนี้

1.ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและผู้มีอำนาจให้หยุดการกระทำหรือการสั่งการใดๆ อันก่อให้เกิดอันตราย อีกทั้ง ดำเนินการโดยใช้สันติวิธีและรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม อันนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน

2. ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้ดำเนินการควบคุมการชุมนุมให้เป็นไปตามกรอบแห่งกฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักนิติรัฐ (Legal State) หลักนิติธรรม (Rule of Law) อย่างเคร่งครัด และดำเนินการตามแนวปฏิบัติสากลในการควบคุมการชุมนุม ควบคู่กับการคำนึงถึง “ความเป็นมนุษย์” ในการปฏิบัติต่อประชาชนที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยความเคารพ ให้เกียรติอย่างเหมาะสมและเท่าเทียมกัน รวมทั้งขอเรียกร้องมิให้ผู้มีอำนาจสั่งการอ้างอำนาจรัฐ เพื่อปิดกั้นกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองอีก และต้องไม่ใช้อำนาจทางกฎหมายเป็นเครื่องลิดรอนการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึง ไม่ดำเนินการใดๆ อันเป็นการรบกวนหรือขัดขวางการดำเนินการชุมนุมอย่างสงบ และการเรียกร้องประชาธิป ไตยโดยสันติวิธีของประชาชน

3.ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งจะเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการพัฒนาระบอบการปกครองประชาธิปไตยของประเทศไทย

หวังว่ารัฐจะไม่ใช้ความรุนแรงอีก

4. ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้แสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยดำเนินการปล่อยตัวประชาชนที่ถูกจับกุมตัว อันเนื่องมาจากการเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 รวมไปถึงการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองก่อนหน้านี้โดยทันที ตามมาตรา 108/1 ที่มีการระบุถึงสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อต่อสู้คดีได้ในชั้นศาล

5.ขอเรียกร้องไปยังสื่อมวลชนทุกสำนัก ให้ทำหน้าที่ในการนำเสนอข่าวสารสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ด้วยความเป็นกลาง ปราศจากการบิดเบือน และไม่ควรให้อำนาจภายนอกมาคุกคามการทำงานของสื่อ รวมทั้ง คำนึงถึงจรรยาบรรณของวิชาชีพสื่อมวลชน และเคารพต่อเสรีภาพในการรับข้อมูลข่าวสารของประชาชนเป็นสำคัญ

ผู้แทนนิสิตและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้ง 18 แห่ง ขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน และต่อผู้ชุมนุมที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองอย่างสงบ และขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียทั้งทางด้านร่างกายและทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐเช่นนี้อีก อันจะเป็นผลดีต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และขอสนับสนุนการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะในระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนคือเจ้าของประเทศ และอำนาจในการปกครองสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้นรัฐต้องมิใช้อำนาจเพื่อลิดรอนสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน “ไม่มีใครสมควรถูกทำร้ายหรือถูกจับกุมเพียงเพราะมีความคิดที่แตกต่าง”

หมายจับ – รมว.ยุติธรรมตรวจจุด ไฟไหม้หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อมาศาลอนุมัติหมายจับนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ นักร้องแนวร่วมม็อบราษฎร ความผิด ม.112, วางเพลิงเผาทรัพย์ และพ.ร.บ.คอมพ์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน