ซิโนแวคถึงไทยอีกล้านโดส
กทม.จัดรพ.สนามหมื่นเตียง
กพท.สั่งไข้สูงห้ามขึ้นเครื่อง
33 จังหวัด สั่งกัก 14 วัน คนจากพื้นที่เสี่ยง เตือนเดินทางสงกรานต์ เช็กมาตรการแต่ละจังหวัดด้วย เพราะคำสั่งเปลี่ยนตลอด เร่งตั้งร.พ.สนาม กทม.จัดหมื่นเตียงรองรับผู้ป่วย ลุมพินีปิดถึง 22 เม.ย. ธุรกิจท่องเที่ยวทรุดหนัก วอนรัฐบาลเยียวยา
ซิโนแวคถึงไทยอีกล้านโดส
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเช้าของวันนี้องค์การเภสัชกรรมได้รับมอบวัคซีน โควิด-19 ของซิโนแวค 1 ล้านโดส ซึ่งเป็นการรับมอบล็อตที่ 3 ต่อเนื่องจาก 24 ก.พ. 2 แสนโดส และ 22 มี.ค. 8 แสนโดส นอกจากนี้ยังมีส่วนที่องค์การเภสัชกรรมได้สั่งซื้อวัคซีนเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งมอบในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้อีก 5 แสนโดสเพื่อให้เพียงพอกับการกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนให้มากที่สุด
วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์ที่เดินทางกลับบ้าน ขอความร่วมมือตรวจสอบประวัติเสี่ยงของตัวเอง หากเป็นนักเที่ยวมีประวัติไปสถานบันเทิง หากมีไข้ไอเจ็บคอ น้ำมูก ไปตรวจที่สถานพยาบาลรัฐใกล้บ้าน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนร.พ.เอกชนถ้าอยู่ร่วมโครงการของสปสช.ก็ตรวจฟรี ซึ่งรัฐบาลให้งบสนับสนุนไป 3 พันล้านบาท งบถือว่าเพียงพอ สำหรับการเดินทางไปพบผู้สูงอายุที่เสี่ยงติดเชื้ออาการรุนแรง ขอให้ใส่หน้ากากทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สิ่งที่ช่วยประเทศขณะนี้ คือ การลดกิจกรรมที่เสี่ยงติดเชื้อ ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ใส่หน้ากากเวลาคุยกับคนอื่น อย่ากินอาหารร่วมกับคนหมู่มาก
33 จว.กักตัวคนจากพื้นที่เสี่ยง
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า หากจำเป็นต้องเดินทางข้ามจังหวัดขอให้ตรวจสอบมาตรการจังหวัดปลายทาง เพราะแม้ ศบค.จะไม่ห้ามการเดินทาง ไม่ต้องกักตัว แต่จังหวัดสามารถออกมาตรการเข้มกว่าได้ เพราะสถานการณ์แต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน มีจำนวนผู้ติดเชื้อและทรัพยากรดูแลการระบาดไม่เหมือนกัน จากการตรวจสอบกับเว็บไซต์กระทรวงมหาดไทยหลายจังหวัด ก่อนเดินทางไปจังหวัดไหนตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอีกครั้ง เพราะการออกคำสั่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และย้ำว่าการเดินทางขอให้ใส่หน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชน และเน้นมาตรการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และขอความร่วมมือช่วยกันลดการระบาดโรคในวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ สำหรับผู้ป่วย ขณะนี้โรงพยาบาลยังรองรับได้ ถ้าจำเป็นจะจัดตั้ง ร.พ.สนามเพิ่มเติม อย่างที่เคยตั้งที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร ที่ดูแลผู้ติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอย้ำว่าผู้ติดเชื้อไม่มีนโยบายอยู่ที่บ้าน
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบกับเว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย พบหลายจังหวัดมีประกาศให้คนเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัว โดยตอนนี้มียอดรวมแล้ว 33 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพช, เชียงใหม่, ตาก, นครสวรรค์, น่าน, พะเยา, เพชรบูรณ์, แพร่, ลำพูน, อุทัยธานี, ชัยภูมิ, นครพนม, บึงกาฬ, บุรีรัมย์, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, เลย, สกลนคร, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, ชัยนาท, สระบุรี, สิงห์บุรี, ชุมพร, ตรัง, นราธิวาส, ปัตตานี, พังงา, สงขลา, สตูล
ดังนั้น ก่อนเดินทางไปจังหวัดใด ให้ตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอีกครั้ง เพราะการออกคำสั่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และย้ำว่าการเดินทางขอให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ชุมชน เน้นมาตรการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และขอความร่วมมือช่วยกันลดการระบาดโรคในวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์
เชียงใหม่เร่งตั้งร.พ.สนาม
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 คาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และร่วมกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นวงกว้างในทุกพื้นที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อพิจารณาจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เตรียมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาความเหมาะสมของสถานที่เพื่อรองรับการบริหารจัดการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.เชียงใหม่ โรงแรม 8 แห่งในจังหวัด ได้สนับสนุนเตียง 142 เตียง ในการจัดตั้งโรงพยาสนามขนาด 1 พันเตียงตามเป้าหมาย ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา
ภาคท่องเที่ยวทรุดวอนเยียวยา
น.ส.นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย กล่าวว่า การพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รอบนี้ ส่งผล กระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างหนัก โดยนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักในช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้วกว่า 480 คน
วันเดียวกัน นายดำรงเกียรติ พินิจการ เลขาฯสมาคมอุตสาหกรรมบันเทิง และการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผู้ประกอบการพร้อมที่จะปิดและให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ ถามว่าเสียดายไหม เสียดายเพราะกลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิงในเมืองพัทยานั้นกำลังจะดีอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยเพื่อความปลอดภัยของประชาชนชาวพัทยา ยินดีน้อมรับคำสั่งเป็นการควบคุมที่ดีขึ้น แต่อยากฝากทางรัฐบาลพยายามหามาตรการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มพนักงานสถานบันเทิงให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะทุกคนมีครอบครัวที่ต้องดูแล

เพิ่มเตียง – กำลังพลจากกองพลทหารราบที่ 7 ช่วยขนเตียง ฟูกที่นอน ซึ่งได้รับบริจาค จากโรงแรมทั่ว จ.เชียงใหม่ เพื่อมาใช้ใน ร.พ.สนาม รองรับผู้ป่วยโควิดในจังหวัด โดยยอดรวมล่าสุด มีผู้ป่วยจากการระบาดรอบใหม่เกือบ 400 รายแล้ว เมื่อ 10 เม.ย.
กทม.จัดร.พ.สนามดูแลผู้ป่วย
ที่บริเวณศูนย์แพทยศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ ซอยโรงเรียนโชติการ เขต ทวีวัฒนา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมของการเตรียมสถานที่เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดย พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.เตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นไว้ 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 500 เตียง 2.โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา รองรับได้ 200 เตียง 3.สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน เขตบางบอน รองรับได้ 200 เตียง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้วันที่ 13 เม.ย.64 และ 4.ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก รองรับได้ 350 เตียง (อยู่ระหว่างปรับปรุงสถานที่) นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมสถานที่ต่างๆ ที่จะสามารถเป็นโรงพยาบาลสนามได้เพิ่มเติมด้วยหากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น อาทิ อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง รวมถึงมีการประสานกับบางโรงแรมเพื่อทำเป็น Hospitel ไว้บ้างแล้วบริเวณย่านฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร
คาดรองรับได้หมื่นเตียง
นายชวินทร์ ศิรินาค รองปลัด กทม. กล่าวว่า กทม.ได้ออกสอบสวนโรคเชิงรุกและวางแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณลานกีฬาแสงทิพย์ และวัดนิมมานรดี
นายสุขสันต์ กิตติสุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวว่า ได้ร่วมกับภาคี เครือข่าย ประกอบด้วย กรมการแพทย์ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลเอกชน จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 3,000 กว่าเตียง เมื่อรวมกับของกทม. จะอยู่ที่ประมาณ 5,000 เตียง ขณะเดียวกันได้ประสานกับภาคีเครือข่ายจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมเป็นระยะ รวมถึงแนวทางการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่บริเวณแจ้งวัฒนะด้วย คาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 10,000 เตียง
ไข้ขึ้น-ไร้แมสก์อดบิน
วันเดียวกัน นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผอ. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสารสำหรับเส้นทางการบินภายในประเทศ ในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2564 โดยระบุว่า ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศดำเนินมาตรการ ดังต่อไปนี้ 1.ให้ตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารหากสูงกว่า 37.3องศาเซลเซียส หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที หากการวินิจฉัยเห็นว่ามีความเสี่ยง ให้งดการออกบัตรขึ้นเครื่อง
2.กำหนดให้มีมาตรการและวิธีปฏิบัติเพื่อรักษาระยะห่างของผู้โดยสารตลอดระยะเวลาเดินทาง 3.กำหนดให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในอากาศยาน หากผู้โดยสารไม่มีหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ให้งดการออกบัตรขึ้นเครื่องให้แก่ผู้โดยสารนั้น 4.งดให้บริการอาหาร และเครื่องดื่มในระหว่างการปฏิบัติการบิน รวมทั้งห้ามผู้โดยสารรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่นำติดตัวมาด้วย ยกเว้น ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็น 5.งดให้บริการ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแผ่บพับโฆษณาต่างๆ6.งดจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและสินค้าปลอดภาษีอากรในระหว่างการปฏิบัติการบิน
กพท.วาง 18 ข้อเข้มโควิด
7.จัดแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 เพื่อใช้สำหรับล้างมือไว้ให้บริการอย่างเพียงพอ 8.ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในอากาศยานใช้อุปกรณ์ช่วยป้องกันส่วนบุคคล ดังนี้ นักบินให้สวมหน้ากากอนามัย, ลูกเรือให้สวมหน้ากากอนามัยอนามัยและถุงมือยางตลอดระยะเวลาปฏิบัติการบิน 9.ทำความสะอาดชุดอุปกรณ์ในห้องโดยสารที่ต้องส่ง ต่อหรืออาจมีการส่งต่อ 10.ให้ลูกเรือติดต่อสื่อสารกับนักบินผ่านอุปกรณ์สื่อสารภายในอากาศยานเป็นหลัก 11.เที่ยวบินที่ปฏิบัติ การบินโดยใช้ระยะเวลามากกว่า 90 นาที ให้สำรองที่นั่งสองแถวหลังสุดไว้แยกกักผู้ป่วยหรือสงสัยว่าจะป่วย 12.ในกรณีที่พบ ผู้โดยสารหรือลูกเรือที่มีอาการป่วยหรือสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคติดเชื้อไวรัสขณะอยู่ในอากาศยาน ให้แยกกักโดยให้นั่งที่นั่งซึ่งสำรองไว้
13.รถลำเลียงผู้โดยสารไป-กลับระหว่างอาคารผู้โดยสารและอากาศยาน บรรทุก ผู้โดยสารได้ไม่เกินร้อยละ 70 14.หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการบินทุกครั้ง ให้ฆ่าเชื้อโรค 15.ระหว่างที่อากาศยานจอดพักหรือจอดบำรุงรักษา ให้พิจารณาใช้แหล่งพลังงานสำรอง แทนการใช้อากาศจากสะพานเทียบอากาศยาน และหลังจากไปถึงสถานีปลายทางแล้วควรเปิดประตูระบายอากาศด้วย 16.ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง
17.หากอากาศยานมีข้อบกพร่องตามรายการอุปกรณ์ขั้นต่ำที่ใช้งานได้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็นและปรับ สมดุลความดันและระบบหมุนเวียนอากาศ ภายในห้องโดยสาร ต้องแก้ไขโดยเร็วที่สุด 18.พิจารณานำเครื่องมือการให้บริการตนเองประเภทต่างๆ เช่น เครื่องออกบัตรโดยสารและป้ายติดสัมภาระอัตโนมัติ เครื่องโหลดสัมภาระอัตโนมัติ เป็นต้น มาใช้ทุกสนามบินเพื่อลดการติดต่อสัมผัส และจะต้องมีการดูแลรักษาอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างเหมาะสมและมีการฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
ปิดลุมพินีถึง 22 เมย.
วันเดียวกัน พ.ต.หญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ล่าสุดสนามมวยเวทีลุมพินีประกาศงดการจัดแข่งขันชกมวยระหว่างวันที่ 11-22 เม.ย.นี้ ทั้งนี้หากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย จะกลับมาดำเนินการเปิดทำการแข่งขันอีกครั้ง จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน