ภ.8ผนึกชุมพร ล้อมจับบนเขา ดวลเดือดดับ2 พร้อมสมุนวัย16

วิ ‘ไอ้มุ่ย’ มือปืนเบอร์ 1 ภาคใต้ สืบบช.ภ.8 ตามจนรู้แหล่งกบดาน บนเขาที่สวี ชุมพร ประสานสภ.นาสัก เดินเท้าขึ้นไปล้อมจับ แต่คนร้ายไหวตัว ทันคว้าปืนเอ็ม 16 เรียก 2 ลูกน้องโดดหนีลงเหว แต่ รายหนึ่งพลาดขาหัก ที่เหลือเลยหันมาเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ จนเกิดปะทะเดือด หลังสิ้นเสียงปืนพบดับ 2 อีกรายขาหัก วันที่ 21 พ.ค. พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สส.ภ.8 และสภ.นาสัก ได้ร่วมกันติดตามจับกุมไอ้มุ่ย จอมโจรร้ายชื่อดัง มือปืนเบอร์ 1 ของภาคใต้ และลูกน้อง จนเกิดการปะทะกันเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ค. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิสามัญฆาตกรรมคนร้าย 2 ราย คือ นายธีรยุทธ ชูแก้ว หรือมุ่ย อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 8 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และนายณัฐพล สุขทนัง อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 97/4 หมู่ที่ 3 ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร นอกจากนั้นยังจับกุมนายเอกนันท์ พันธุมาศ อายุ 26 ปี 45/1 หมู่ที่ 6 ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร อาชีพรับจ้าง ที่ได้รับบาดเจ็บขาด้านซ้ายหัก จากการวิ่งหลบหนีตำรวจ จนตกลงไปในเหวขาหัก ผบก.ภ.จวชุมพรกล่าวต่อว่า สำหรับนายธีรยุทธหรือ ไอ้มุ่ย มีประวัติฆ่าคนมาอย่างโชกโชน ในพื้นจ.นครศรีธรรมราช และยังมีหมายจับคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา 4 หมาย หมายจับคดีแหกคุกเรือนจำนครศรีธรรมราช หมายจับคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และประวัติการก่ออาชญากรรมมากมาย เมื่อหลบหนีมาได้เมีย เป็นพนักงานขายรถยนต์บริษัทดัง ในจ.ชุมพร จึงได้อาศัยพื้นที่สวนทุเรียนและบ้านบนสวนของเมียเป็นที่กบดาน โดยมีนายณัฐพลมาเป็นลูกสมุน เริ่มหัดออกอาละวาดยิงปืนในหมู่บ้านจนเป็นที่หวาดกลัว รวมถึงพัวพันกับยาเสพติด แต่ตำรวจยังไม่ผลีผลามเข้าจับกุม เนื่องจากคนร้ายมีทั้งอาวุธสงคราม ลูกระเบิด จนกระทั่งได้รับการประสานงานจากตำรวจสืบสวน ภาค 8 มาร่วมวางแผนจับกุม จนนำสู่การวิสามัญฆาตกรรมในครั้งนี้ พล.ต.ต.ถาวรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้พล.ต.ต. นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 ได้ประสานมาว่า นายธีรยุทธ หรือไอ้มุ่ย คนร้ายรายสำคัญ ที่บช.ภ.8 ต้องการตัวอย่างมาก เข้ามากบดานอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.เขาค่าย อ.สวี พร้อมส่งพ.ต.อ.เทพพนม สุวรรณรัตน์ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8 และชุดสืบ เข้ามาประสานฝ่ายสืบสวน สภ.นาสัก ที่นายธีรยุทธพร้อมด้วยนายเอกนันท์ลูกน้อง เพิ่งก่อเหตุยิงใส่ด่านตรวจยาเสพติดของสภ.นาสักเมื่อต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แล้วหลบหนีขึ้นไปกบดานบนยอดภูเขา พล.ต.ต.ถาวรกล่าวต่อว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวของนายธีรยุทธและพวก จนช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ค. สายข่าวแจ้งว่า คนร้ายได้กลับมาบ้านพักที่ใช้กบดาน ตำรวจร่วม 10 นายจึงได้วางแผนเดินเท้าขึ้นไปล้อมบ้านของคนร้าย แต่คนร้ายไหวตัว โดยนายธีรยุทธคว้าปืนสั้น และอาวุธสงคราม เอ็ม16 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปิดทางหนี แล้ววิ่งกระโดดลงจากบ้านลงไปในเหว พร้อมด้วยนายณัฐพลที่ถือปืนขนาด 9 ม.ม.เป็นอาวุธ ส่วนนายเอกนันท์ที่พยายามหนีลงเหวด้วย แต่เกิดหกล้มขาหักร้องโอดโอย คนร้ายทั้ง 2 ที่พยายามจะช่วยเหลือพรรคพวก เลยเปิดฉากยิงใส่ตำรวจจนเกิดปะทะกับตำรวจที่ล้อมอยู่ หลังเสียงปืนเงียบ พบว่าคนร้ายทั้ง 2 เสียชีวิต จึงแจ้งจนท.หน่วยต่างๆ เข้าไปชันสูตรพลิกศพ

‘วิ’เสือมุ่ย – ตำรวจปิดล้อมกระท่อมกลางป่าในอ.สวี จ.ชุมพร ก่อนยิงปะทะกับคนร้าย สิ้นเสียงปืนพบ ‘เสือมุ่ย’ นายธีรยุทธ ชูแก้ว มือปืนอันดับ 1 ของภาคใต้ มีหมายจับหลายคดี และลูกน้องถูกกระสุนเสียชีวิตรวม 2 ศพ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.

สำหรับเหตุการณ์วิสามัญคนร้าย 2 ศพ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 20 พค. โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ถาวร พร้อมด้วยพ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผกก.สภ.นาสัก ร.ต.ท.ชัยวัตร ชัยเดช พงส.สภ.นาสัก ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐานชุมพร แพทย์จาก ร.พ.สวี นายปรีชา จิตมั่น อัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดหลังสวน นางสาวนนท์ลภัส ชูสอน ปลัดอาวุโส อ.สวี หน่วยกู้ภัยเขาทะลุ ได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บนภูเขาสูง ในซอยร่วมมิตรที่แยกจากถนนในหมู่บ้านไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร เส้นทางทุรกันดารเป็นถนนดินที่ด้านข้างเป็นเหวลึกตลอดทาง ต้องใช้รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเดินทางขึ้นไปเท่านั้น จุดเกิดเหตุมีกระต๊อบไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่บนปากเหวลึก มีสวนทุเรียนเรียงรายรอบบ้าน มีถนนดินขึ้นถึงบ้านเพียงด้านเดียวเท่านั้น อีกทั้งต้องเดินเท้าฝ่าสายฝนร่วม 1 ก.ม.กว่าคณะของจนท.ทุกฝ่ายจะถึง ที่เกิดเหตุพบ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาสัก และตร.สืบสวน บก.สส.ภ.8 กำลังช่วยกันให้การปฐมพยาบาลนายเอกนันท์ที่ได้รับบาดเจ็บขาด้านซ้ายหัก จากการวิ่งหลบหนีตำรวจ จนตกลงไปในเหวขาหัก ส่วนศพของนายธีรยุทธ และนายณัฐพล อยู่ที่ก้นเหวลึกลงไปเกือบ 100 เมตร แพทย์ อัยการ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ต้องใช้เชือกโรยตัวลงไป ชันสูตรพลิกศพ โดยนายธีรยุทธถูกยิงที่ศีรษะ และตามลำตัวหลายนัด ที่ตัวยังคงกอดปืนเอ็ม 16 กระสุนเต็มแม็กกาซีน ส่วนนายณัฐพลมีบาดแผลถูกยิงตามลำตัว หลายนัด ในมือขวากำปืนขนาด 9 ม.ม.ไว้แน่น จึงให้หน่วยกู้ภัยเขาทะลุ ช่วยกันลำเลียงขึ้นจากก้นเหวด้วยความยากลำบาก นำส่ง ร.พ.สวี เพื่อชันสูตรอย่างละเอียด และต้องส่งไปยัง ร.พ.สุราษฎร์ธานี เพื่อชันสูตรในแผนกนิติเวชอย่างชัดเจนอีกครั้ง ส่วนในที่เกิดเหตุ ยังพบลูกระเบิดสังหารเอ็ม 26 หล่นอยู่ข้างบ้าน 2 ลูก ปืนขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก และที่ตีนบันไดบ้านพบยาเสพติดในถุงสีน้ำเงินอีก 1 ซอง รวมถึงพบแม็กกาซีน ใส่กระสุนเอ็ม 16 อีก 3 แม็ก กระสุนเต็มทุกแม็ก ทั้งนี้เวลา 00.10 น. วันที่ 21 พ.ค. หน่วยกู้ภัยเขาทะลุ ต.เขาค่าย สามารถลำเลียงศพนายธีรยุทธและนายณัฐพลขึ้นมาจากก้นเหวบนภูเขาสูงในพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน