โชว์ไฮโซ-ตีสนิท
หลอกเงิน7ล้าน
วัดดังขอนแก่น
โปลิศขอนแก่นจับมือตร.อุดรธานี บุกรวบ ‘มาดามมุกดา’ อ้างเป็นคนรวยไฮโซจ่ายเงินสดหลายแสนเช่าวัตถุมงคลตีสนิทพระสงฆ์วัดดัง ก่อนหลอกจะทำบุญใหญ่สร้างวัดต่างประเทศแต่ถูกอายัดเงิน ก่อนให้พวกอ้างเป็นปปง. กล่อมจนหลงกลออกค่าปลดล็อกบัญชี 7 ล้าน สุดแสบเพิ่งประกันตัวสู้คดีตุ๋นเงินแบบเดียวกันที่ อุดรฯ 34 ล้าน มาก่อเหตุซ้ำ

ตุ๋นเงินพระ – ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น สอบปากคำนางมุกดา เพชรรัตน์ หรือ “มาดามมุกดา” ร่วมกับพวกอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแก๊งฉ้อโกงต้มตุ๋นเงินพระวัดชื่อดังใน จ.ขอนแก่น กว่า 7 ล้านบาท โดยตามจับกุมได้ที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 31 พ.ค.
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ห้องประชุมศปก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น สอบปากคำน.ส.มุกดา หรือ มาดามมุกดา เพชรรัตน์ อายุ 49 ปี ชาว ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับพวกอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ฉ้อโกงเอาเงินจากพระวัดดังในจังหวัดขอนแก่นไปกว่า 7 ล้านบาท หลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว.ขอนแก่น สนธิกำลังร่วมกก.สส.บก.ภ.จว.ขอนแก่น บุกจับภายในบ้านเลขที่ 344/4 หมู่บ้านสิทธารมย์ ถนนรอบเมือง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี
พ.ต.อ.ปรีชาเผยว่า สืบเนื่องมาจากประมาณช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นพระสงฆ์ของวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนว่าถูกน.ส.มุกดา หลอกฉ้อโกงเอาเงินไปกว่า 7 ล้านบาท ผู้ต้องหาทำตัวเป็นคนร่ำรวยพรรคพวกที่มาด้วยกันเรียกว่า “มาดามมุกดา” เข้าไปตีสนิทกับพระผู้เสียหายมานานเกือบหนึ่งปี โดยใช้วิธีเข้าไปทำบุญและขอเช่าวัตถุมงคลกับพระอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดความสนิทสนมคุ้นเคยและไว้เนื้อเชื้อใจกัน ช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาและพวก 1 คน ไปวัดที่พระสงฆ์ผู้เสียหายจำวัดขอบูชาปี่เซียะกับพระรูปดังกล่าวในราคา 400,000 บาท โดยจ่ายเป็นเงินสด พร้อมกับบริจาคเงินในตู้บริจาคตู้ละ 1,000 บาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ต่อมาจึงเริ่มออกอุบายว่า ต้องการทำบุญด้วยการสมทบทุนสร้างวัดในต่างประเทศ แต่อ้างว่าติดมีปัญหาเรื่องการเงิน เนื่องจากบัญชีธนาคารถูกอายัดไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ จึงต้องหาเงินไปเดินเรื่องขอปลดล็อกบัญชีกับทางธนาคารก่อน หากปลดล็อกได้จะนำเงินไปสร้างวัด จากนั้นให้ผู้ร่วมขบวนการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ ปปง. ติดต่อเข้ามาพูดคุย จนพระหลงเชื่อให้ทยอยโอนเงินไปหลายครั้งรวมกว่า 7 ล้านบาท
พ.ต.อ.ปรีชากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานการ กระทำผิดชัดเจน นอกจากนั้นยังพบว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน ผู้ต้องหารายนี้ยังก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี โดยสูญเงินไปกว่า 34 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายได้ยื่นประกันตัวออกไปก่อนจะมาก่อเหตุอีกครั้ง