เปิดเป็นร้านอาหารบังหน้า
สุดเหวี่ยงทั้งเหล้า-บารากู่

มั่วสุมเย้ยโควิดกันไม่หยุด ตำรวจทองหล่อจับผับซอยสุขุมวิท 22 ทำเนียนปิดบริการแต่แอบเปิดด้านในให้นักเที่ยว 29 คนมารวมตัวเปิดเพลงดังลั่น ส่งฟ้องศาลทันทีปรับคนละ 5 พัน คุก 15 วัน แต่รอลงอาญา 2 ปี พร้อมสั่งยึดใบอนุญาตทันที ส่วนพัทยาทลาย 2 สถานบันเทิงเปิดร้านอาหารบังหน้า ปล่อยนักเที่ยวไทย-ต่างชาติ ดื่มเหล้า สูบบารากู่กันเพลิดเพลิน พอเห็นตร.บุกเข้ามาแตกกระเจิง ตามจับได้รวม 121 คน

ฝ่าพ.ร.ก. – ตำรวจบุกร้านโมซาลาห์ ถนนวอล์กกิ้งสตรีต พัทยา จ.ชลบุรี ลอบเปิดให้ดื่มกินและสูบบารากู่ จับนักเที่ยวได้ 72 คน หนีไปได้จำนวนหนึ่ง ส่งตัวดำเนินคดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถาน การณ์โควิด เมื่อ 26 มิ.ย.

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 สน.ทองหล่อ สั่งการให้ พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ รรท.ผกก.สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.กฤษฎาพร จงอักษร รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ พร้อมกำลังฝ่ายป้องกันปราบปราม พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ จอกโคกสูง รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ สว.สส.สน.ทองหล่อ นำกำลังฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุมการทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค

เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว สน.ทองหล่อ ออกตรวจพื้นที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา พบเสียงเพลงดังออกมาจากบริเวณร้านซีเคร็ตสตอรี่ ซอยสุขุมวิท 22 แขวง-เขตคลองเตย กทม. จึงเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มคนกำลังมั่วสุมดื่มสุราและเปิดเพลงเสียงดังภายในร้านดังกล่าว เป็นชาย 13 คน หญิง 16 คน รวม 29 คน จึงจับกุมในข้อหา “ร่วมกันชุมนุม, ทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย และนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องทั้ง 29 คน ส่งฟ้องศาลแขวงพระนครใต้ ศาลพิพากษาจำคุก 1 เดือน แต่รับสารภาพให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ 15 วัน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 1 ปี ปรับคนละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังจับกุมตัวผู้จัดการร้าน จำนวน 2 คน ดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 33) ข้อ 5 ยินยอมให้บริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน ลงวันที่ 20 มิ.ย.64 นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกันตำรวจภูธรภาค 2 สภ.เมืองพัทยา ภ.จว.ชลบุรี กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามคำสั่งของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.2 สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง กิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

กระทั่งสืบทราบว่ามีร้านเหล้านั่งชิลริมถนนพัทยาใต้ ปิดให้บริการหลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงเปิดเป็นร้านอาหารบังหน้า แต่ลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และให้กับนักเที่ยวนั่งดื่มภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังบุกเข้าจับกุมพบ นักดื่มจำนวน 28 คน และผู้ดูแลร้าน 1 คน รวม 29 ราย พร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนร้านที่สองตั้งอยู่ย่านวอล์กกิ้ง สตรีต พัทยาใต้ บริเวณโดยรอบพบรถจอดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่นำกำลังปิดล้อมรอบตัวอาคาร เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ดัดแปลงเป็นห้องจำนวนหลายห้อง ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารบังหน้าเช่นกัน บนชั้นที่ 3 พบมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วางอยู่จำนวนกว่า 10 โต๊ะ ส่วนตัวนักเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พากันวิ่งหลบหนีไปซ่อนตัวตามห้องต่างๆ บางรายปีนข้ามตึกหนีไป บางรายใช้ใบไม้ปลอมพรางตัว เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้เพียงบางส่วน รวม 72 ราย นอกจากนี้ยังพบบารากู่ 30 เตา ซุกซ่อนอยู่ในห้องชั้นล่าง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมนักดื่มที่นั่งดื่มอยู่บนชายหาดพัทยาอีกจำนวน 20 ราย

เบื้องต้นได้ควบคุมตัวทั้งหมด 121 ราย จากร้าน 168 จำนวน 29 ราย ร้านโมซาล่าห์ 72 ราย และนักดื่มชายหาดพัทยาอีก 20 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามการกระทำของร้านที่เปิดเป็นร้านอาหารบังหน้า แต่แอบให้นักดื่ม ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าไปนั่งดื่มสุราและสูบบารากู่ มั่วสุม บางรายไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย โดยไม่พบมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจนเกรงว่าจะเกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากร.พ.บางละมุงเดินทางไปยังสภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยชุดป้องกัน PPE และอุปกรณ์การตรวจสว็อบ (Swab) เพื่อหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ถูกควบคุมตัวไว้จำนวน 107 ราย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมอีกจำนวน 26 ราย ทั้งนี้ เพื่อควบคุมและสืบสวนโรคอย่างเร่งด่วนและผู้เกี่ยวข้องจากกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลที่เป็นปัญหาของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่อาจลุกลามจากกรณีดังกล่าวได้

รายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จะถูกควบคุมตัวไว้เพื่อรอผลการตรวจหาเชื้อที่ร.พ.บางละมุง ใช้เวลาประมาณ 24 ช.ม. หากพบว่ามีผู้ที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อจะแยกตัวนำส่งไปรักษาและสืบสวนโรคเพื่อติดตามผู้ใกล้ชิดมารับการตรวจต่อไป

ทั้งนี้ ถือเป็นเคสที่หลายฝ่ายมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากเนื่องจากเมืองพัทยามีแผนในการเปิดเมืองเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งในช่วงฤดูท่องเที่ยวนี้ ซึ่งหากพบว่ามีการติดเชื้อเป็นจำนวนมากเหมือนการตรวจพบเชิงรุกที่แคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถึงจำนวน 85 รายในวันเดียวกันนี้อาจจะกลายเป็นคลัสเตอร์ของการแพร่ระบาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน