สหรัฐปลดล็อก-อย.อืด30วัน
สธ.พบเดลตา4สายพันธุ์ย่อย
9สมาคมขอผ่อน-กินในร้าน

อย.ตั้งเงื่อนไข ‘ไฟเซอร์’ ยื่นขึ้นทะเบียนวัคซีนเต็มรูปแบบ หลังสหรัฐ ปลดล็อก หากยื่นเอกสาร ครบขอพิจารณา 30 วัน เปิดให้เอกชนซื้อตรงกับผู้ขายได้ ป่วยโควิดรายวัน 17,165 ราย เสียชีวิต 226 ราย คาดสัปดาห์นี้พ้นจุดระบาดสูงสุด ยอดป่วยหนักในตจว.ลด สธ.แจงเดลตาระบาดครบ 77 จังหวัดแล้ว ทั่วประเทศเจอ 92.9% กทม.ถึง 96.7% ล่าสุดกลายพันธุ์ 4 สายพันธุ์ย่อย แต่ยืนยันไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ พบที่ต่างประเทศด้วย ครม.ไฟเขียวเร่งซื้อชุดตรวจเอทีเค 8.5 ล้านชุด สระแก้วปิดตลาดโรงเกลือต่อถึง 7 ก.ย. หลังยอดป่วยยังพุ่ง ด้าน 9 สมาคมธุรกิจถกสธ. ชงผ่อนมาตรการ 3 ระยะ 1 ก.ย.นั่งกินในร้าน 50% เริ่มเปิดธุรกิจต่างๆ ระยะ 2 เริ่ม 15 ก.ย. นั่งกินที่ร้าน 75% และระยะ 3 เริ่ม 30 ก.ย. นั่งในร้าน 100% ลุ้นศบค.นัดถก 27 ส.ค.

ป่วย 17,165-ตาย 226

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 17,165 ราย สะสม 1,083,951 ราย หายป่วย 20,059 ราย สูงกว่าติดเชื้อใหม่ หายสะสม 881,829 ราย เสียชีวิต 226 ราย สะสม 9,788 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 192,334 ราย อยู่ใน ร.พ. 30,930 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 161,404 ราย มีอาการหนัก 5,229 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,095 ราย ภาพรวมผู้ติดเชื้อมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 8,132 ราย กทม.และปริมณฑล 7,984 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 854 ราย เรือนจำ 192 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 3 ราย ได้แก่ อังกฤษ 1 ราย และมาเลเซีย 2 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ สำหรับการตรวจ ATK พบผลบวก 314 ราย

ผู้เสียชีวิต 242 ราย มาจาก 37 จังหวัด ได้แก่ กทม. 68 ราย, สมุทรสาคร ปทุมธานี จังหวัดละ 21 ราย, สมุทรปราการ 19 ราย, พระนครศรีอยุธยา 15 ราย, นครปฐม กำแพงเพชร จังหวัดละ 6 ราย, เพชรบุรี สมุทรสงคราม อ่างทอง จังหวัดละ 5 ราย, ยะลา นครสวรรค์ จังหวัดละ 4 ราย, ชัยภุมิ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ นครพนม ปราจีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชลบุรี จังหวัดละ 3 ราย, นนทบุรี สงขลา นราธิวาส ชุมพร อุบลราชธานี บึงกาฬ ตาก และราชบุรี จังหวัดละ 2 ราย และสุราษฎร์ธานี หนองบัวลำภู ยโสธร เลย สุรินทร์ สุโขทัย อุทัยธานี พิษณุโลก ระยอง และจันทบุรี จังหวัดละ 1 ราย

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 120 ราย หญิง 106 ราย อายุ 21 – 98 ปี ค่ากลางอายุ 68 ปี โดยเป็น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 150 ราย คิดเป็น 66% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 46 ราย คิดเป็น 20% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 86% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 30 ราย คิดเป็น 13% และหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ กทม. คิดเป็น 0.4% พบการเสียชีวิตที่บ้านและระหว่างนำส่ง 2 รายจากปทุมธานี

ฉีดวัคซีนแล้ว 27 ล้านโดส

สำหรับ 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 4,025 ราย สะสม 250,838 ราย 2.สมุทรปราการ 1,731 ราย สะสม 69,700 ราย 3.สมุทรสาคร 1,288 ราย สะสม 67,447 ราย 4.ชลบุรี 816 ราย สะสม 56,188 ราย 5.ราชบุรี 558 ราย สะสม 13,824 ราย 6.นครราชสีมา 445 ราย สะสม 15,011 ราย 7.พระนครศรีอยุธยา 381 ราย สะสม 17,535 ราย 8.ฉะเชิงเทรา 376 ราย สะสม 20,850 ราย 9.นนทบุรี 365 ราย สะสม 40,750 ราย และ 10.บุรีรัมย์ 331 ราย สะสม 11,005 ราย

ติดเชื้อ 300 รายขึ้นไป มีอีก 1 จังหวัด คือ นราธิวาส 314 ราย ส่วนติดเชื้อ 200 รายขึ้นไป มี 12 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี 297 ราย, สุรินทร์ 282 ราย, นครปฐม 278 ราย, สระบุรี 274 ราย, ร้อยเอ็ด 274 ราย, กาญจนบุรี 268 ราย , ปัตตานี 257 ราย, ระยอง 254 ราย, ตราด 237 ราย, ศรีสะเกษ 223 ราย, สมุทรสงคราม 214 ราย และสุราษฎร์ธานี 211 ราย

ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย มี 14 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี 183 ราย, ลพบุรี 178 ราย, สงขลา 173 ราย, นครศรีธรรมราช 163 ราย, ปราจีนบุรี 146 ราย, เพชรบูรณ์ 137 ราย, ระนอง 120 ราย, ตาก 111 ราย, ชัยภูมิ 110 ราย, ยะลา 110 ราย, สระแก้ว 109 ราย, ขอนแก่น 106 ราย, นครสวรรค์ 105 ราย และกาฬสินธุ์ 100 ราย

สำหรับจังหวัดที่มีการติดเชื้อน้อยกว่า 20 ราย 11 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย 18 ราย, กระบี่ 18 ราย, อุทัยธานี 17 ราย, มุกดาหาร 16 ราย, สตูล 15 ราย, น่าน 12 ราย, ลำปาง 11 ราย, พะเยา 9 ราย, แพร่ 9 ราย, แม่ฮ่องสอน 7 ราย และ พังงา 7 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 23 ส.ค. ฉีดได้ 573,446 โดส สะสม 27,612,445 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 20,830,673 ราย เข็มสอง 6,230,511 ราย และเข็มสาม 551,261 ราย

ลุ้นสัปดาห์นี้พ้นจุดวิกฤต

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยน่าใจชื้นขึ้น หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ขยับลงเรื่อยๆ โดยวันนี้พบติดเชื้อใหม่ 17,165 ราย จากที่พบติดเชื้อใหม่หลัก 2 หมื่นกว่ารายต่อวันมาตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. ถ้าตัวเลขลดลงต่อเนื่องกันอย่างนี้ ภาพสัปดาห์นี้อาจจะผ่านจุดสูงสุดของการระบาด ก็จะสอดคล้องกับโมเดลที่ดูมาตั้งแต่ก่อน ส.ค.ว่า จุดพีกสูงสุดน่าจะมาในช่วงเดือนส.ค. น่าจะเป็นทิศทางสัญญาณที่ดี ทำให้มาตรการผ่อนคลาย กิจกรรมต่างๆ การกลับมาใช้ชีวิตปกติแบบนิวนอร์มัล เป็นไปได้สูงขึ้น แต่ยังต้องจับตาต่อเนื่อง

สำหรับผู้ป่วยหนักยังคงระดับ แม้รายใหม่เริ่มลดลง แต่การสะสมของผู้ป่วยที่ผ่านมายังคงเห็นภาพผู้ป่วยหนักยังคงระดับสูงต่อไปสักพัก ส่วนที่ใส่ท่อช่วยหายใจ วันที่ 23 ส.ค. พบ 1,095 ราย เป็น กทม.และปริมณฑล 563 ราย ส่วนต่างจังหวัดพบ 532 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยครองเตียงอาการหนักใส่ท่อช่วยหายใจใน กทม.และปริมณฑลค่อยๆ ไต่สูงขึ้น ส่วนต่างจังหวัดมีทิศทางลดลง แม้รายใหม่ของต่างจังหวัดจะเจอในสัดส่วนสูงกว่า กทม.และปริมณฑล แต่ทิศทางผู้ป่วยอาการหนักไม่ได้สูงขึ้น การเข้าถึงการดูแลมีประสิทธิภาพ ทำให้ป้องกันอาการป่วยหนักได้อย่างดี


พักคอย – จนท.ตรวจพิสูจน์นางบุญนาค พลายชุมพล อายุ 55 ปี เสียชีวิตที่ศูนย์พักคอย วัดบ้านน้อยยอดจันทร์ ต.สายห้วยแก้ว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยนางบุญนาคมีคิวตรวจเชื้อโควิด ที่ร.พ.บ้านหมี่ในวันที่ 24 ส.ค.

พบ‘เดลตา’กลายพันธุ์

วันเดียวกัน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์ จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวการเฝ้าระวังสายพันธุ์และการกลายพันธุ์โควิด-19

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ช่วงวันที่ 14-20 ส.ค. มีการตรวจถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อโควิด-19 ทั้งตัว 2,295 ตัวอย่าง พบเป็นสายพันธุ์เดลตา 2,132 ราย คิดเป็น 92.9% สายพันธุ์อัลฟา 134 ราย คิดเป็น 5.8 % และสายพันธุ์เบตา 29 ราย คิดเป็น 1.3% แยกเป็นพื้นที่กทม. ตรวจ 1,531 ตัวอย่าง เป็นสายพันธุ์เดลตา 96.7% และสายพันธุ์อัลฟา 3.3% ส่วนภูมิภาคตรวจ 764 ตัวอย่าง พบสายพันธุ์เดลตา 85.2% สายพันธุ์อัลฟา 11% และเบตา 3.8%

นพ.ศุภกิจกล่าวต่อว่า สายพันธุ์เดลตาจากสัปดาห์ก่อนที่ไม่พบในจ.สุพรรณบุรี สัปดาห์นี้เจอที่สุพรรณบุรี 3 ตัวอย่าง ทำให้มีเดลตาครบทุกจังหวัด 77 จังหวัดแล้ว ไม่มีจังหวัดไหนไม่มี ถือเป็นสายพันธุ์หลักติดเชื้อในไทย ส่วนเบตายังพบในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะที่ติดกับมาเลเซีย คือนราธิวาสพบ 15 ราย กระบี่ 5 ราย ภูเก็ต 2 ราย ปัตตานี 4 ราย และสงขลา 3 ราย ส่วนที่เคยเจอที่บึงกาฬกับกทม. ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่เจอทั้ง 2 แห่ง ถือว่าจบแล้ว ทั้งนี้สายพันธุ์เบตาแพร่ไม่เร็ว พยายามจำกัดวงและหยุดให้ได้ ก็จะค่อยๆ ลบออกไปจากประเทศไทย โดยนราธิวาสอาจใช้เวลายาวนานหน่อย

“ล่าสุด ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ ตรวจพบสายพันธุ์ย่อยของเดลตา และเผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์เมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เนื่องจากพอระบาดเร็ว จึงมีสายพันธุ์ย่อยๆ เกิดขึ้นและตรวจจับได้ แต่ยังไม่ใช่สายพันธุ์ไทย ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่เป็นลูกหลานของเดลตาที่เราพบในไทยอยู่แล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่มีการรายงานสายพันธุ์ย่อย ทั้งอังกฤษ สเปน เดนมาร์ก อเมริกา และฝรั่งเศส ส่วนจะมีโอกาสกลายมาเป็นสายพันธุ์หลักหรือไม่ มีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชอะไร ต้องจับตาดูต่อไป แต่เบื้องต้นคืออาการไม่แตกต่างอะไรจากสายพันธุ์เดลตา ไม่ได้รุนแรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้รายงานกรมควบคุมโรคและทีมสอบสวนระบาดวิทยาไปติดตามผู้ป่วยแล้วต้องจับตาดูต่อไป สำหรับในต่างประเทศ ยังไม่มีข้อมูลว่าแพร่เร็วขึ้น หรือทำให้อัตราการป่วยตายมากขึ้น และยังไม่ถูกจัดชั้นอะไร ซึ่งต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างต่อเนื่อง” นพ.ศุภกิจกล่าว

4พันธุ์ย่อยโผล่กทม.-ปทุมฯ

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวว่า ทุกประเทศเมื่อถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวของโควิด จะมีการส่งข้อมูลไปยังฐานข้อมูลกลางของโลก คือ GISAID ที่จะมีแอพพลิเคชั่นในการประมวลผลและจัดหมวดหมู่ในการดูข้อมูลได้ ปัจจุบันมีประมาณเกือบ 3 ล้านตัวอย่าง ทั้งนี้ จากการประมวลผลในรูปแบบแผนภูมิต้นไม้ (Phylogenetic tree) คือแผนภูมิที่แสดงถึงสายวิวัฒนาการจากลำต้น (สายพันธุ์ดั้งเดิม) ทั้งอัลฟา เดลตา แกมมา เบตา โดยพบว่าสายพันธุ์เดลตามีการกลายพันธุ์ออกมาถึง 60 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับอู่ฮั่นเดิมจากจีโนมทั้งหมด 3 หมื่นตำแหน่ง ซึ่งการกลายพันธุ์ออกไปจำนวนมาก บ่งชี้ว่ามีการแพร่ระหว่างคนสู่คนมาก

“สายพันธุ์เดลตา เรียกว่า B.1.617.2 พอ กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยๆ เรียกว่า AY.1 (B.1.617.2.1) มีไปจนถึง AY.22 แต่พบประมาณ 20 สายพันธุ์ย่อย เนื่องจาก AY.5 มีการแตกย่อยสายพันธุ์ลงไปอีกเป็น AY.5.1 และ AY.5.2” ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าวและว่า สำหรับฐานข้อมูลของไทยใน GISAID พบว่า เป็นสายพันธุ์อัลฟา 11% สายพันธุ์เบตา 4% และสายพันธุ์เดลตา 71% โดยสายพันธุ์ย่อยของเดลตาในไทย พบ AY.4 พบ 4 คนในปทุมธานี คิดเป็น 3%, AY.6 พบในประเทศไทย 1 คน เนื่องจากไม่ได้ระบุจังหวัด คิดเป็น 1%, AY.10 พบใน กทม. 1 คน คิดเป็น 1% และ AY.12 พบใน กทม. 1 คน คิดเป็น 1%” ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าว

ยังไม่สรุปแพร่จากไทย

นพ.สุรัคเมธ มหาศิริมงคล ผอ.สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สายพันธุ์เดลตามีการอัพเดตตลอด ล่าสุดข้อมูลวันที่ 9 ส.ค.2564 ทำให้ทราบว่ามีสายพันธุ์ย่อย AY.1 ไปจนถึง AY.25 ทุกตัวของสายพันธุ์เดลตายังคุณสมบัติแพร่กระจายเร็ว อาการรุนแรง อย่างไรก็ตาม สำหรับเชื้อเดลตาพลัสที่อินเดียเคยรายงานนั้น คือ K417N ในไทยยังไม่เจอ อย่างไรก็ตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของเชื้อไวรัสใช้เวลา 3-5 วัน ล่าสุดทำได้ 1,955 ตัวอย่าง พบเป็นอัลฟา 71% เดลตา 23% ซึ่งเป็นการสุ่มตรวจตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ทำให้เราพบสายพันธุ์ เดลตาอยู่ อย่างไรก็ตาม AY.4 พบมากสุดในปทุมธานี 4 ตัวอย่าง AY.6 พบใน กทม. 1 ตัวอย่าง AY.10 พบ กทม. 1 ตัวอย่าง และ AY.12 พบสุราษฎร์ธานี 2 ตัวอย่าง และ กทม. 1 ตัวอย่าง ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งแต่ มิ.ย.-ส.ค. โดยเราจะมีการติดตามและถอดรหัสพันธุกรรมอีก 6 พันตัวอย่าง

เมื่อถามว่า เพราะอะไรถึงพบสายพันธุ์ย่อยในเดลตา แต่ก่อนหน้านี้สายพันธุ์อัลฟามีการระบาดนาน แต่ไม่มีรายงานสายพันธุ์ย่อย ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวว่า ไม่ว่าสายพันธุ์อะไรก็ตาม หากมีการแพร่กระจายจากคนสู่คนได้มากก็มีโอกาสกลายพันธุ์ และมีสายพันธุ์ย่อยได้มาก

นพ.ศุภกิจกล่าวถึงวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจากภูฏาน 1.5 แสนโดส ที่แลกเปลี่ยนมาให้ประเทศไทยใช้ก่อนว่า แม้จะผลิตจากสวีเดน แต่ก็เป็นตัวเดียวกับที่ผลิตในประเทศไทย เมื่อวัคซีนมาถึงได้มีการสุ่มตรวจ 4 ล็อต ซึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก และผ่านคุณภาพมาตรฐานทุกล็อต สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งมีจำนวนหนึ่งจะหมดอายุในช่วงสิ้นเดือนส.ค.นี้ คาดว่าจะฉีดได้ทัน และอีกแสนกว่าโดสจะหมดอายุช่วง ต.ค.นี้คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเช่นกัน

แจงไฟเซอร์ยื่นอย.

ส่วนกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) รับรองวัคซีนโควิด-19 ของ “ไฟเซอร์” อย่างเต็มรูปแบบ หลังพิจารณาเอกสารความปลอดภัยของการใช้วัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉินกว่า 200 ล้านโดสทั่วโลก รวมมากกว่า 360,000 หน้า ทำให้เป็นวัคซีนโควิดตัวแรกที่ผ่านการอนุมัติรับรองการใช้งานทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะกรณีฉุกเฉิน

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการอย. แถลงถึงเรื่องนี้ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี การที่ได้รับอนุมัติจาก อย.สหรัฐ ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ การขึ้นทะเบียนในปัจจุบันของไทยเป็นการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยพิจารณาจากข้อมูลในเฟส 3 ระหว่างวิจัยหรือทดลอง ซึ่งอย.ไทยอนุมัติวัคซีนไฟเซอร์ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.อย.ยินดีและเชิญชวนให้บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด นำข้อมูลที่สมบูรณ์หรือเพิ่มขึ้นมายื่นขึ้นทะเบียนกับ อย.โดยเร็ว คาดว่าบริษัทไฟเซอร์คงเตรียมการแล้ว

“การจะขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ จึงต้องมายื่นข้อมูลเพิ่มเติมใน 3 ส่วน คือ เรื่องคุณภาพ จะดูในส่วนของการผลิตและข้อมูลทางตัวผลิตภัณฑ์ ตัวยา ตัววัคซีนที่สำเร็จรูปแล้ว จะมีข้อมูลสมบูรณ์มากขึ้น เรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีฉีดไปหลายร้อยล้านโดส อาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ จะพบและสามารถมีข้อมูลในเอกสารกำกับยาได้ทั้งหมด เป็นตัวหนึ่งที่เราวิเคราะห์ประเมินแล้วปลอดภัยก็จะได้ทะเบียนไป และดูประสิทธิผล” นพ.ไพศาลกล่าวและว่า ช่วงพิจารณาการขึ้นทะเบียนในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีเอกสารเป็นหมื่นหน้า ถ้าเพิ่มเติมขึ้นมาให้สมบูรณ์คงไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นหน้า คิดว่าใช้เวลาไม่เกิน 30 วันหลังจากได้เอกสารครบถ้วน

นพ.ไพศาลกล่าวว่า ถ้า อย.อนุมัติขึ้นทะเบียนตามปกติแบบเต็มรูปแบบ ก็จะเหมือนวัคซีนทั่วไปที่ใช้กัน เช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ การติดต่อซื้อขายก็จะเป็นตัวแทนในไทย คือ บริษัทไฟเซอร์ไทย เป็นตัวแทนจำหน่ายเหมือนวัคซีนทั่วไป ภาคเอกชน ร.พ.เอกชนเองก็นำเข้าเองได้เป็นไปตามปกติ และการซื้อขายเป็นไปตามปกติสามารถทำได้ แต่ต้องเข้าใจว่าผู้รับอนุญาตนำเข้าและขึ้นทะเบียนคือบริษัท ไฟเซอร์ประเทศไทย

สำหรับการฉีดในเด็กอายุ 16 ปีขึ้นไปนั้น ขณะนี้ในทะเบียนปกติของสหรัฐอนุญาตให้ใช้อายุ 16 ปีขึ้นไป ส่วนอายุ 12-16 ปียังเป็นส่วนของภาวะฉุกเฉินอยู่ ดังนั้น ของประเทศไทยเราให้ตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ถ้าจะบริษัทไฟเซอร์มายื่นขึ้นทะเบียนตามปกติ โดยเอาข้อมูลอายุ 16 ปีขึ้นไปมา ถ้า อย.อนุมัติก็ใช้ในอายุ 16 ปีขึ้นไป ถ้ามีข้อมูลอายุ 12 ปีขึ้นไปก็สามารถมายื่นได้

ถามว่าวัคซีนตัวอื่นๆ มีแนวโน้มรับรองเต็มรูปแบบหรือไม่ นพ.ไพศาลกล่าวว่า การขึ้นทะเบียนตามปกติ ผู้ผลิตคือบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศมีข้อมูลสมบูรณ์หรือไม่ มีข้อมูลเพิ่มขึ้นจากที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ ถ้ามีก็คงจะมายื่น ทำให้มีการจำหน่ายมีการใช้ได้อย่างมั่นใจ เป็นแนวโน้มที่เพิ่มเติมขึ้นมา ทราบว่าบางราย เช่น โมเดอร์นากำลังยื่นในสหรัฐ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนของสหรัฐอเมริกาเป็นคนละส่วนกับการอนุญาตวัคซีนในภาวะฉุกเฉินประเทศไทย ดังนั้น ในทางปฏิบัติ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ จะต้องนำเอกสารมายื่นขออนุญาตการใช้วัคซีนในภาวะปกติกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย ถ้า อย.อนุญาตใช้ในภาวะปกติ ใครจะซื้อขายก็ซื้อกับเขาได้อยู่แล้ว กระบวนการซื้อขายก็จะไม่เกี่ยวในทางกฎหมายแล้ว ใครมีความต้องการซื้อขายก็สามารถทำได้

โควิดงานศพ – เจ้าหน้าที่รับตัว ชาวบ้านต.คลองเฉลิม และต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง ซึ่งติดเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์งานศพ ไปรักษาที่ร.พ.พัทลุง พร้อมส่งทีมเร่งตรวจ คัดกรองกลุ่มเสี่ยง เมื่อวันที่ 24 ส.ค.

นายกฯจี้ช่วยป่วยอยู่บ้าน

เวลา 09.00 น. ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ขอให้ติดตามผู้ป่วย โควิด-19 ที่กักตัวที่บ้านและดูแลผ่านระบบออนไลน์ โดยขอให้ทำงานต่อไป ทุกโรงพยาบาลให้ดูแลผู้ป่วย และขอให้ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณให้เพียงพอ และยังกล่าวถึงการพัฒนาวิจัยวัคซีนโควิด-19 mRNA ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคืบหน้าไปอย่างมาก โดยขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงสธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้ติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ไฟเขียวเร่งซื้อ‘เอทีเค’

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลครม. ว่า ครม.รับทราบการขอปรับปรุงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ครั้งที่ 12/2564 และการประชุมครม.เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2564 โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการนำผลสรุปการประชุม ศบค.เข้ามาเพื่อให้ ครม.รับทราบ ทั้งนี้ เป็นการข้อแก้ไขข้อความจากเดิมที่ระบุในการประชุมศบค.ครั้งที่ 12 หน้าที่ 17 ข้อ 6 ข้อความเดิมเขียนไว้ว่าการเร่งดำเนินการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อ โควิด-19 แบบแอนติเจน (เอทีเค) ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมทั้งต้องมีความแม่นยำในการตรวจ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที และพร้อมจัดส่งให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด ให้แก้เป็นข้อความว่า ในเรื่องการจัดการซื้อชุดตรวจเอทีเคนี้ ขอให้สธ. เร่งดำเนินการได้โดยเร็ว หากมีปัญหาความ ขัดแย้งอยู่ในปัจจุบันขอให้เร่งการแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า การแก้ไขข้อสั่งการ นายกฯ ในครั้งนี้ได้ให้ฝ่ายเลขานุการของศบค. ปรับปรุงแก้ไขข้อสั่งการของนายกฯ โดยฝ่ายเลขาฯ ก็ได้พิจารณาทบทวนและตรวจสอบจากบันทึกการประชุมก็ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น คือ นายกฯ ได้สั่งการในที่ประชุมว่าเรื่องการหาชุดตรวจเอทีเค นั้นขอให้สธ.เร่งดำเนินการโดยเร็ว หากมีความขัดแย้งอยู่ในปัจจุบันก็ให้เร่งแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สธ. ได้รายงานเพิ่มเติมในครม.ว่า สำหรับการจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค ถ้าจะผ่านฮู จะมีเพียงชุดตรวจแบบโปรเฟสชั่นแนลยูส ที่ฮูให้การรับรอง ในส่วนของโฮมยูส ฮูยังไม่ได้ให้การรับรองชุดตรวจใดๆ ทั้งสิ้น

สธ.ถก 9 สมาคมธุรกิจ

ด้านนายอนุทิน หารือร่วมกับ 9 สมาคมธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจร้านอาหาร กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมคลินิกเอกชน สมาคมผู้ประกอบการสปาไทย กลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมสนามกอล์ฟไทย สมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย และสมาคมภัตตาคารไทย ที่เดินทางมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องเพื่อขอผ่อนคลายมาตรการให้ประกอบธุรกิจภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรค

ชงศบค. 27 ส.ค.-ผ่อนมาตรการ

ต่อมา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือว่า ผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ สธ.พิจารณาผ่อนคลายให้ร้านอาหารต่างๆ เปิดให้บริการได้ เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์ติดเชื้อในประเทศไทยดูท่าทีแล้วผ่อนคลายลง แต่การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ยังต้องสอบถาม ศบค. ก่อน ซึ่งจะเสนอวันที่ 27 ส.ค.นี้ แต่มีแนวโน้มว่าเป็นไปได้ที่จะให้ร้านอาหารนั่งรับประทานในร้านได้ประมาณ 50% รวมถึงสถานประกอบการกลางแจ้ง สถานออกกำลังกายต่างๆ อาจจะได้มีการผ่อนคลายให้ต่อไป

สิ่งสำคัญ คือ สธ.อยากจะให้มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อ จึงได้เสนอมาตรการองค์กร ผู้ประกอบการทั้งหลายจัดระบบป้องกันการติดเชื้อ ขอให้พื้นที่บริการทั้งหมดต้องปลอดโควิด (covid free) ช่วยกันคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปในห้างสรรพสินค้า สถานประกอบการแต่ละแห่ง เบื้องต้นมีหลักปฏิบัติ 3 ข้อ 2 ข้อแรกเป็นของผู้ประกอบการ คือ จัดสภาพแวดล้อม ให้มีระยะห่าง ระบบระบายอากาศดี สถานที่สะอาดปลอดภัย ส่งเสริมให้มีการฉีดวัคซีนบุคลากรให้ครบถ้วน 2 เข็ม ซึ่งบางส่วนมีการฉีดไปแล้ว ส่วนที่เหลือมีจำนวนไม่มาก สธ.จะดูแลให้ นอกจากนี้ ระมัดระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อและแพร่เชื้อ โดยให้มีการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK เป็นระยะ ซึ่งในส่วนนี้ลูกค้าต้องปฏิบัติด้วย คือ ตรวจหรือแสดงตนว่าไม่ได้เป็นคนผู้ติดเชื้อ คือ ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ซึ่งมีข้อมูลในหมอพร้อม มีผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR หรือเป็นผู้ที่เคยติดเชื้อไปแล้ว 1-3 เดือน เป็นมาตรการสำหรับสถานประกอบการในระบบปิด ส่วนระบบเปิดน่าจะผ่อนปรนได้มากกว่านี้

ขอให้นั่งที่ร้านได้ 50%

สำหรับข้อเสนอของกลุ่ม 9 กลุ่มผู้ประกอบการ โดยนางศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการสมาคมศูนย์การค้าไทย นำเสนอว่า แนวทางการขอเปิดธุรกิจที่สมาคมศูนย์การค้าเสนอมาแบ่งเป็น 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 คือ วันที่ 1 ก.ย. ได้แก่ เปิดธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มนั่งรับประทานที่ร้าน 50% และเปิดธุรกิจก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน คลินิกทันตกรรม ร้านนวด สปาเฉพาะนวดเท้า คลินิกเวชกรรม ธุรกิจเสริมสวย งดเว้นบริเวณใบหน้า ธุรกิจไอทีอุปกรณ์สื่อสารและไฟฟ้า อาคารสำนักงาน ธุรกิจบริการ เช่น ล้างรถ ซ่อมกุญแจ ไปรษณีย์ เบ็ดเตล็ด เช่น ร้านตัดแว่น สนามกอล์ฟและกีฬากลางแจ้ง

ระยะที่ 2 วันที่ 15 ก.ย. เป็นการเปิดธุรกิจร้านอาหารแบบนั่งรับประทานที่ร้าน 75% ธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และ ธุรกิจสถาบันการศึกษา และ ระยะที่ 3 วันที่ 30 ก.ย. หรืออาจจะเร็วกว่ากำหนดก็ได้ คือ ธุรกิจร้านอาหารแบบนั่งรับประทาน 100% ธุรกิจประกอบการสุขภาพและสปา เครื่องเล่นเด็ก และผู้ใหญ่ ธุรกิจฟิตเนส และออกกำลำลังกายในร่ม ธุรกิจโรงภาพยนตร์และห้องจัดเลี้ยง

ทั้งนี้ มาตรการปฏิบัติเพื่อรองรับการดำเนินการอย่างปลอดภัย อาทิ ผู้มาใช้บริการต้องได้รับการฉีดวัคซีน และมีการทำสว็อบเทสต์ ดังนั้นขอให้ กทม.พิจารณาปลดล็อก ระบุเป็นแผนและแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวเตรียมความพร้อมและการสร้างความเชื่อมั่นทั้งภาครัฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชนโดยรวม ทั้งนี้ศูนย์การค้าทุกแห่งประสงค์จะปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขโดยเคร่งครัดและถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ศูนย์การค้าสนามกอล์ฟสนามกีฬากลางแจ้งสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อใหม่ จำนวน 16 ราย ในจังหวัด 14 ราย และจากต่างจังหวัด 2 ราย สะสมตั้งแต่เดือนก.ค.อยู่ที่ 2,511 ราย ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนฉีดวัคซีนไปแล้ว 382,456 คน

สาวรอตรวจดับคาที่พักคอย

ที่จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตที่บ้านน้อยยอดจันทร์ สถานที่พักคอย กักตัวผู้มีความเสี่ยงสูง วัดบ้านน้อยยอดจันทร์ จึงประสานมูลนิธิสว่างอริโยธรรมสถานบ้านหมี่ พร้อม จนท.อสม.และสาธารณสุขตำบล ร่วมเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุภายในบริเวณวัดบ้านน้อยยอดจันทร์ ต.สายห้วยแก้ว ซึ่งเป็นกุฏิไม้ยกสูง เรียงกัน 3 หลัง ทำเป็นคอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น ศูนย์พักคอย กักตัวผู้มีความเสี่ยงสูง ของตำบลสายห้วยแก้ว ที่หลังกลางพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สภาพศพนอนหงาย หน้าประตูห้อง โดยผู้ตายสวมเสื้อยืดคอปกสีเหลือง สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น จากการชันสูตรพลิกศพไม่มีบาดแผล และร่องรอยการถูกทำร้าย ทราบชื่อนางบุญนาค พลายชุมพล อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 107 ม.7 ต.สายห้วยแก้ว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เบื้องต้นน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง

นางกัญญานัฐ พิมพ์พาภรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่7 ต.สายห้วยแก้ว เล่าว่า ผู้ตาย เป็นผู้เสี่ยงสูง เนื่องจาก สามีติดเชื้อโควิด จึงได้มากักตัวที่ศูนย์พักคอยได้ 4 วัน และในวันนี้มีคิวนัดตรวจสว็อ เทสต์ ที่ร.พ.บ้านหมี่ เมื่อช่วงเช้าไปเรียกแต่ไม่มีเสียงขานรับ พบเสียชีวิตแล้ว สร้างความสะเทือนใจให้กับจนท.ที่คอยดูแลมาก

ด้านสสจ.ชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 816 ราย มียอดสะสม 56,190 ราย กำลังรักษาตัวอยู่อีก 19,341 ราย หายป่วย 36,537 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 8 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิตเป็น 312 ราย ยังพบผู้ติดเชื้อกระจาย 10 อำเภอ ซึ่งพบผู้ติดเชื้อที่มากที่สุดที่อำเภอศรีราชา 247 ราย เมืองชลบุรี 209 ราย บางละมุง 147 ราย บ้านบึง 28 ราย พานทอง 54 ราย สัตหีบ 17 ราย พนัสนิคม 43 ราย บ่อทอง 6 ราย เกาะจันทร์ 3 ราย หนองใหญ่ 7 ราย ด้วยกัน

สำหรับการติดเชื้อในวันนี้ส่วนมากก็ยังมาจากในสถานประกอบการ 21 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง ที่พบการติดเชื้อวันนี้ก็มาจากเชื้อภายในครอบครัว 227 ราย จากสถานที่ทำงาน 138 ราย บุคคลใกล้ชิด 24 ราย ร่วมวงสังสรรค์ 1 ราย

ด้านนสสจ.สมุทรสาคร รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 1,288 ราย และเสียชีวิต 15 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 456 ราย

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า หลังจากสิ้นเดือนส.ค.หากตัวเลขลดลงต่ำกว่า 1,000 ราย ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้แล้วนั้น คงมีมาตรการผ่อนคลายให้ประชาชนต่อไป

นายโชคชัย สาครพานิช นพ.สสจ.ปราจีนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 146 ราย สะสมรวม 7,114 ราย รักษาอยู่ร.พ. 5,138 ราย รักษานอกเขตสะสม 19 ราย และพบผู้เสียชีวิต 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 70 ราย


ฉีดไฟเซอร์ – นักศึกษาที่จะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างชาติใน จ.นครราชสีมา เข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก ซึ่งร.พ.มหาราชนครราชสีมา จัดบริการ ที่ห้องโคราชฮอลล์ ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัลพลาซา จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 ส.ค.

ล็อกตลาดโรงเกลือถึง 7 ก.ย.

ด้านนพ.ประภาส ผูกดวง นพ.สสจ.สระแก้ว กล่าวว่า มียืนยันใหม่ 109 ราย แยกเป็นติดเชื้อในจังหวัด 88 ราย และจากจังหวัดอื่น 21 ราย โดยสถานการณ์การติดเชื้อในจังหวัดมีแนวโน้มทรงตัว ค่อนข้างดี โดยรู้ที่มาที่ไปของแหล่งโรค ควบคุมโรคได้ พบการติดเชื้อจากพื้นที่เสี่ยงที่ไม่ทราบสาเหตุลดลง เหลือแค่อำเภออรัญประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและมีการเคลื่อนย้ายของประชาชนอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการนำเชื้อจากภายนอกเข้ามาต่อเนื่อง ในขณะที่การติดเชื้อในพื้นที่เสี่ยงของอ.วังน้ำเย็นเริ่มมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมพบผู้ติดเชื้อเพิ่มใน 8 คลัสเตอร์เดิมจาก 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ตาพระยา อรัญประเทศ และคลองหาด และ 2 คลัสเตอร์ใหม่ ที่ร้านขายปลาทู ตลาดตระกูลสุข อ.เมือง และวงสังสรรค์บ้านคลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด

ด้านนายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผวจ.สระแก้ว ได้ออกคำสั่งจังหวัด ขยายเวลาล็อกดาวน์ตลาดโรงเกลือและสถานที่โดยรอบ เพิ่มอีก 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.-7 ก.ย.2564 เนื่องจากยังพบอัตราการติดเชื้อในกลุ่มของแรงงานต่างด้าวบริเวณพื้นที่ของตลาดโรงเกลือ ค่อนข้างสูง จึงต้องควบคุมโรค

โรงงานราชบุรียังหนัก

ที่ห้องประชุมสสจ.ราชบุรี นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผวจ.ราชบุรี แถลงว่า ผู้ป่วย โควิดในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นคลัสเตอร์ในโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบกิจการ ทำให้จังหวัดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า จึงได้ออกคำสั่งฉบับที่ 36 เกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดในสถานประกอบกิจการหรือโรงงาน โดยเจ้าของกิจการต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (บับเบิล แอน์ซีล) ตามที่สธ.กำหนดอย่างเคร่งครัด

ด้านพญ.ปาจรีย์ อารีย์รบ นพ.สสจ.ราชบุรี กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 401 ราย จากการค้นหาเชิงรุก และพบคลัสเตอร์ในโรงงานและสถานประกอบกิจการหลายแห่ง ซึ่งจ.ราชบุรี มีผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 11,652 ราย เฉพาะระลอกใหม่เดือนเม.ย. 11,601 ราย รักษาอยู่ในร.พ. 6,430 ราย เสียชีวิต 2 ราย เสียชีวิตสะสม 117 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน