มีทั้งฝ่ายหนุน-ค้านแบก‘พระเกี้ยว’จุฬาฯ

26 ต.ค. 2564 - 07:34 น.

อดีตคนเชิญ-ชี้เลิกก็ดี
สมาคมนิสิตเก่าแถลง
สืบสานต่อในงานบอล

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ยกเลิกอัญเชิญ ‘พระเกี้ยว’ งานบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ มี ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ประกาศ สืบสานอัญเชิญต่อไป ขณะที่ ‘ชัยวุฒิ’ รมว.ดิจิทัลฯ ในฐานะศิษย์เก่าไม่เห็นด้วยให้ยกเลิก ด้านนิสิตเก่า อดีตผู้อัญเชิญพระเกี้ยวร่วมแสดงความเห็น ระบุการยกเลิกไม่ได้ด้อยค่า หรือลบหลู่ศักดิ์ศรีสถาบัน ยอมรับความเปลี่ยนแปลง วิวัฒนาการสังคม กล้าตั้งคำถามต่อขนบประเพณี อันเก่าแก่ หักล้างทฤษฎีเก่า เสนอไอเดียใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ในแต่ละยุคสมัย

จากกรณีองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ออกแถลงการณ์ยกเลิกกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ โดยระบุเหตุผลว่ากิจกรรมดังกล่าวสนับสนุน และสะท้อนถึงระบอบอำนาจนิยม รวมถึงค้ำยันความเชื่อว่าคนไม่เท่ากัน รูปแบบกิจกรรมเป็นภาพแทนของวัฒนธรรมแบบศักดินา ที่ยกกลุ่มคนหนึ่งสูงกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง จึงเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ล้าหลังอันขัดต่อคุณค่าสากลอย่างประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และสิทธิมนุษยชน จากมติในวาระการประชุมสามัญครั้งที่ 1/2564 ของคณะกรรมการบริหารฯ อบจ. มีมติ 29-0 เสียง เห็นควรให้ยกเลิก เพื่อยุติการผลิตซ้ำธรรมเนียมปฏิบัติที่สะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมมิให้คงอยู่ในสถาบันการศึกษาอีกต่อไป

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกประกาศว่าสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ และสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันสืบสานงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ สืบเนื่องเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2477 เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ และหลอมรวมความสมัครสมานสามัคคีระหว่างนิสิตเก่า ศิษย์เก่า และนิสิตนักศึกษาทั้งสองสถาบัน และร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับสังคมไทย

โดยทั้งสองมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในการจัดงาน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้กิจกรรมต่างๆ ดำเนินไปด้วยดี และเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ในฝ่ายเชียร์ พาเหรด และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รู้จักการทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคม ทั้งยังได้ซึมซับขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของทั้งสองสถาบัน โดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ และสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นผู้สนับสนุนในการจัดงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 นี้

ประกาศระบุอีกว่า สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ในฐานะเจ้าภาพได้มีหนังสือลงวันที่ 30 ก.ย.2564 แจ้งขอเลื่อนกำหนดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีฯ ออกไปก่อน เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ซึ่งสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ก็เห็นพ้องด้วยเพื่อร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ทั้งนี้ การจัดงานฟุตบอลประเพณีฯ ในครั้งต่อๆ ไป สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ยังคงสืบสานให้มีการอัญเชิญพระเกี้ยว อันเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และความภาคภูมิใจในจุฬาฯ ของเหล่านิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันทั้งมวล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวแสดงความเห็นกรณีอบจ.แถลงยกเลิกอัญเชิญพระเกี้ยวว่า ในฐานะนิสิตเก่าจุฬาฯ เห็นว่าอบจ.เป็นเพียงผู้ประสานงาน ไม่มีอำนาจตัดสินใจแทนคนทั้งมหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมทั้งหมดเป็นเรื่องของนิสิตและศิษย์เก่าที่มา ช่วยกัน อย่ามองว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการ อบจ.ที่มีอยู่ประมาณ 20 คน มาเป็นคนตัดสินให้ใครทำนั่นทำนี่ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยต้องพูดคุยกัน จุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ มีวัฒนธรรม ศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจ และศิษย์เก่ามาก ดังนั้นการจะทำอะไรขอให้คิดถึงเรื่องในอดีตและคนอื่นด้วย

นายชัยวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีคนพูดว่าไม่มีใครอยากแบกเสลี่ยงอัญเชิญพระเกี้ยวนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริงแน่นอน เพราะสมัยที่เรียนอยู่ มีแต่คนแย่งแบกเสลี่ยง เพราะเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นั้นในงานฟุตบอลประเพณี แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป ยังเชื่อว่าคุณค่าและความรู้สึกของนิสิตจะยังไม่เปลี่ยนไป ความภาคภูมิใจของพวกเรายังคงอยู่ เพียงแต่คนบางกลุ่มพยายามด้อยค่าสิ่งเหล่านี้ คิดว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้นควรฟังคนอื่นด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเอง

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวแจ้งว่าช่วงท้ายการประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงกรณีอบจ.มีมติยกเลิกอัญเชิญพระเกี้ยว ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมถามครม.ว่ามีใครจบจากจุฬาฯ บ้าง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ ต่างพากันยกมือขึ้นแสดงตัว จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์จึงยิ้มและแซวว่าไปดูกันเอานะ

ขณะที่นายบรรยง พงษ์พานิช นิสิตเก่าจุฬาฯ โพสต์แสดงความเห็นว่าขอสนับสนุนมติอบจ.ยกเลิกขบวนอัญเชิญพระเกี้ยว ในเมื่อเป็นมติของคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของนิสิต แถมเป็นมติเอกฉันท์ 29-0 เราควรยอมรับ ถ้าในอนาคตมีมติเปลี่ยนแปลงให้กลับมาแห่เหมือนเดิม เราก็ควรยอมรับอีก ตามรากฐานประชาธิปไตย การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา และระบบโซตัสของจุฬาฯ ก็น่าจะเลิกได้แล้ว ฟุตบอลประเพณีเป็นเพียงการแข่งกีฬา เป็นกิจกรรมของนิสิตนักศึกษา การยอมให้เอาพระเกี้ยวสัญลักษณ์สูงสุดของมหาวิทยาลัย ซึ่งปกติเก็บไว้อย่างเคารพ นำออกมาตั้งเฉพาะงานพระราชทานปริญญาเท่านั้น การเอามาแห่ร่วมขบวนล้อเลียนการเมืองสมควรหรือไม่

ส่วน ผศ.ดร.พัทธจิต ตั้งสินมั่นคง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น นิสิตเก่าคณะอักษรศาสตร์ จุฬา ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 64 ร่วมโพสต์แสดงความเห็นว่าการยกเลิกขบวนเชิญพระเกี้ยว ไม่ได้มีความหมายใหญ่โตไปถึงการด้อยค่าผู้ก่อตั้งสถาบัน ไม่ควรมีนัยยะที่สื่อไปถึงการลบหลู่ศักดิ์ศรีของจุฬาฯ และไม่ควรมีความเกี่ยวพันอันใดต่อความอยู่รอดของมหาวิทยาลัย เพราะหากชื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะบอบบางถึงเพียงนั้น คงไม่อยู่รอดมาร้อยกว่าปี

ผศ.ดร.พัทธจิตระบุว่าความรักและเคารพในมหาวิทยาลัย มันคือเราจะใช้ความรู้ประสบการณ์ที่ได้ร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยพัฒนาสังคม ประเทศ และโลกให้น่าอยู่ขึ้นอย่างไร สิ่งนี้ต่างหากคือเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมิใช่หรือ คำถามที่น่าถามกว่า คือคณาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ได้สร้างเซฟโซน หรือบรรยากาศที่ส่งเสริมต่อการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ของนิสิตนักศึกษารุ่นปัจจุบัน ให้สมชื่อเสาหลักแห่งแผ่นดินอย่างที่กล่าวอ้างแล้วหรือยัง

นิสิตเก่าจุฬาฯ ระบุอีกว่าต้องไม่ลืมว่าสังคมวิวัฒนาการไปข้างหน้า จนเรามาถึงจุดนี้ได้ก็ด้วยความกล้าที่จะตั้งคำถามต่อขนบประเพณีอันเก่าแก่ ความกล้าหักล้างทฤษฎีเก่าและเสนอไอเดียใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ในแต่ละยุคสมัย มากกว่าความดันทุรังที่จะรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดมาอย่างไร้ข้อกังขา มิฉะนั้นแล้วเราคงยังเชื่อว่าโลกแบน การหมอบกราบ และการเอานักโทษไปขังในตะกร้อให้ช้างเตะ ก็คงยังเป็นบรรทัดฐานของสังคมไทยมิใช่หรือ สิ่งที่เราในฐานะศิษย์เก่าควรกระทำ คือปล่อยให้มันเป็นฉันทามติของชุมชนมหาวิทยาลัยแต่ละยุคสมัย ได้ตัดสินและเรียนรู้กันเอง ต่างหากมิใช่หรือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ มีทั้งฝ่ายหนุน-ค้านแบก‘พระเกี้ยว’จุฬาฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง