สธ.ระบุเหมือนเป็นหวัด
วัคซีนคุมได้-อย่ากังวล
ปรับคัดกรองต่างชาติ
‘ตู่’ขู่เด้งผู้การตร.จังหวัด
ปล่อยให้เปิด‘ผับ-บาร์’

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โควิด ‘โอไมครอน’ บุกแล้ว 18 ประเทศทั่วโลก ติดเชื้อ 177 ราย สิงคโปร์ชาติแรกในอาเซียนเจอ 2 ราย มากับเที่ยวบินโยฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ไปซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตรวจพบตอนเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ กักตัวกลุ่มเสี่ยงมาไฟลต์เดียวกันอีก 7 ราย นายกฯ ถกครม.จี้ปรับแผน-มาตรการรับมือ เข้มชายแดน สกัดต่างด้าวลอบเข้าเมืองแพร่เชื้อ ฮึ่มไม่ย้ายแค่ 5 เสือโรงพัก แต่จะเด้งยันผู้การจังหวัดที่ปล่อยให้เปิดผับบาร์ก่อนกำหนด ปลัดสธ.ชี้โอไมครอนอาการเหมือนไข้หวัด ยังไม่พบคนไทยป่วยสายพันธุ์นี้ ครม.อนุมัติกลับมติครม.ให้ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์คนมาจากต่างประเทศเหมือนเดิม โควิดรายวันขาลง ติดเชื้อลดเหลือ 4,306 ราย ตาย 37

ป่วยลด 4.3 พัน-ตาย 37

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 4,306 ราย สะสม 2,115,872 ราย หายป่วย 6,407 ราย สะสม 2,019,428 ราย เสียชีวิต 37 ราย สะสม 20,771 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 75,673 ราย อยู่ใน ร.พ. 34,970 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 40,703 ราย มีอาการหนัก 1,353 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 329 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมาจากการติดเชื้อในประเทศ 4,175 ราย เรือนจำ 123 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 8 ราย ได้แก่ สเปน สหรัฐอเมริกา เมียนมา ประเทศละ 1 ราย รัสเซีย 2 ราย และเบลเยียม 3 ราย ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 5 ราย เข้าระบบกักตัว 2 ราย และช่องทางธรรมชาติ 1 ราย

ผู้เสียชีวิต 37 ราย มาจาก 19 จังหวัด ได้แก่ กทม. 6 ราย, สงขลา อุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย, นครศรีธรรมราช 3 ราย, ตาก อุตรดิตถ์ ชุมพร ปัตตานี สตูล จังหวัดละ 2 ราย, ชัยภูมิ นครสวรรค์ ตรัง ยะลา ระนอง จันทบุรี ชลบุรี นครนายก สระบุรี และสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย มาจากภาคใต้สูงสุดรวม 16 ราย เป็นชาย 15 ราย หญิง 22 ราย อายุ 46-95 ปี ค่ากลางอายุ 71 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีและมีโรคประจำตัวรวมกัน 92% ไม่มีโรคเรื้อรัง 8%

ป่วยเกิน 100 เหลือ 7 จว.

จังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 รายมี 7 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 740 ราย สะสม 422,074 ราย 2.นครศรีธรรมราช 307 ราย สะสม 40,669 ราย 3.สงขลา 247 ราย สะสม 60,970 ราย 4.สุราษฎร์ธานี 247 ราย สะสม 25,449 ราย 5.ชลบุรี 170 ราย สะสม 107,637 ราย 6.เชียงใหม่ 167 ราย สะสม 26,199 ราย 7.สมุทรปราการ 119 ราย สะสม 128,619 ราย 8.ตรัง 98 ราย สะสม 15,793 ราย 9.ปัตตานี 96 ราย สะสม 45,781 ราย และ10.กระบี่ 93 ราย สะสม 10,299 ราย

ขณะที่ติดเชื้อต่ำกว่า 20 ราย มี 33 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 19 ราย, สุพรรณบุรี 18 ราย, น่าน 17 ราย, พิจิตร 17 ราย, เลย 17 ราย, นครปฐม 16 ราย, เพชรบุรี 16 ราย, บึงกาฬ 15 ราย, สมุทรสงคราม 15 ราย, บุรีรัมย์ 13 ราย, เพชรบูรณ์ 13 ราย, ระนอง 12 ราย, สระแก้ว 12 ราย, สุรินทร์ 12 ราย, หนองบัวลำภู 12 ราย, อุตรดิตถ์ 11 ราย, ลำปาง 10 ราย, สิงห์บุรี 7 ราย, กำแพงเพชร 6 ราย, นครนายก 6 ราย, มหาสารคาม 6 ราย, แพร่ 5 ราย, กาฬสินธุ์ 4 ราย, ชัยนาท 4 ราย, ชัยภูมิ 4 ราย, นครพนม 3 ราย, หนองคาย 3 ราย, อำนาจเจริญ 3 ราย, อุทัยธานี 2 ราย, ยโสธร 1 ราย, สุโขทัย 1 ราย และอ่างทอง 1 ราย ขณะที่สกลนคร ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม

ยอดฉีดวัคซีนนิ่งที่ 92 ล้านโดส

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 29 พ.ย. ฉีดเพิ่มขึ้น 297,973 โดส สะสม 92,658,390 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 48,074,050 ราย คิดเป็น 66.7% ของประชากร เข็มสอง 41,210,777 ราย คิดเป็น 57.2% ของประชากร และเข็มสาม 3,373,563 ราย คิดเป็น 4.7% ของประชากร

ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-29 พ.ย. สะสม 128,466 คน ได้แก่ ระบบ Test&Go 102,057 คน ติดเชื้อ 78 ราย คิดเป็น 0.08%, ระบบแซนด์บ็อกซ์ 21,132 คน ติดเชื้อ 44 ราย คิดเป็น 0.21% และระบบกักตัว 5,277 คน ติดเชื้อ 44 คน คิดเป็น 0.83% (กักตัว 7 วัน 1,727 คน และกักตัว 10 วัน 3,550 คน) โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 88,303 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 1,034 คน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 456 คน ท่าอากาศยานหัวหิน 7 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 36,362 คน และท่าอากาศยานสมุย 2,304 คน ภาพรวมพบผู้ติดเชื้อ 166 คน คิดเป็น 0.13%

ศูนย์บางซื่อแจ้งฉีด 4 วัคซีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ CVC กลางบางซื่อ ประกาศเปิดวอล์กอินฉีดวัคซีน โควิด-19 เข็ม 2 ฟรี ได้แก่ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค ฟรี โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 มาจากทุกศูนย์ฉีดในประเทศไทยแล้วยังไม่ได้รับเข็มที่ 2 ตั้งแต่ 1 ธ.ค.-28 ธ.ค.2564 เวลา 14.00-17.00 น. ของทุกวัน

มาจากตปท.ตรวจ‘อาร์ที-พีซีอาร์’

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลับมติศบค.26 พ.ย. กรณีให้ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศมาเป็นการตรวจแบบอาร์ที-พีซีอาร์ เช่นเดิมว่า ใช่ เนื่องจากเราต้องให้ความระมัดระวัง จึงต้องแก้ไขนิดหน่อยเพราะสถานการณ์ โอไมครอนระบาดอยู่ในขณะนี้ จากเดิมที่จะให้ตรวจแอนติเจน เทสต์คิต (เอทีเค) โดยให้เริ่มทันทีในตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขกล่าวว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ใช้วิธีตรวจเชื้อโควิด-19 แบบอาร์ที-พีซีอาร์ กับผู้เดินทางเข้าประเทศเหมือนเดิม จนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง หรือทราบข้อมูลว่าโอไมครอนมีผลแพร่กระจายเชื้อเร็วกว่าเดลต้า หรือผู้ป่วยอาการรุนแรงกว่าหรือไม่ โดยเราจะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากประเทศที่มีการระบาดเชื้อ อย่างไรก็ตาม จำนวนหนามของไวรัสที่มีมากขึ้นเป็นข้อสันนิษฐานที่น่ากังวลแต่ก็ไม่ตื่นตระหนก โดยจะตรวจอย่างเข้มข้นมากขึ้นทั้งทางอากาศ ช่องทางธรรมชาติ ทางบก และทางเรือ นอกจากนี้ นายกฯ ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคงไปแล้วว่าต้องจัดการอย่างเข้มข้น และคาดโทษกรณีมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการเข้าประเทศผิดกฎหมาย

จับตา‘โอไมครอน’บุกสิงคโปร์

เมื่อถามว่าเชื้อโอไมครอนระบาดที่สิงคโปร์แล้วกังวลจะเข้ามาไทยหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า เราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะนี้ทราบว่าพบการระบาดในหลายประเทศ หากตรวจพบเชื้อในคนที่เดินทางเข้าประเทศ เราจะตรวจอีกครั้งว่าเป็นสายพันธุ์อะไร สิ่งที่เรากังวลคือหากมาทางช่องทางธรรมชาติจะไม่ทราบว่าเป็นสายพันธุ์อะไร หากเข้ามาระบาดแล้วตรวจพบทีหลังจะตามหาต้นตอยากขึ้น แต่ถ้าพบที่ต้นตอก็จะจัดการตามมาตรการได้ เมื่อถามว่ามีความกังวลกรณีคนไทยกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่ามีความเสี่ยงเท่ากัน เมื่อถามว่าหากพบเชื้อโอไมครอนขึ้นมาจะประกาศล็อกดาวน์เลยหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า มาตรการของนายกฯ หากตรวจพบต้องรีบรายงานให้ท่านทันที เพื่อหารือและให้ตัดสินใจว่าจะมีมาตรการอย่างไร ซึ่งต้องตัดสินใจอย่างเร็ว

นายสาธิตกล่าวถึงค่าตอบแทนเยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัยสำหรับการปฏิบัติงาน ของอสม.ว่า นายกฯอนุญาตจะให้ขยายจ่ายค่าตอบแทนอสม.ออกไปอีก 6 เดือน ขณะนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จทันเป็นของขวัญปีใหม่

ปีหน้าตุนวัคซีนแล้ว 120 ล.โดส

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอเชิญชวนคนไทยรวมทั้งบุคคลที่มิใช่สัญชาติไทยในไทยยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เร่งเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ฟรี โดยจัดจุดฉีดวัคซีนทั้ง ณ สถานที่ที่กำหนด และรูปแบบหน่วยเคลื่อนที่ และปีหน้า รัฐบาลได้จัดหาวัคซีน 120 ล้านโดส เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวัคซีนกระตุ้น เป็นวัคซีนเข็ม 3 หรือเข็ม 4 ด้วย ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกพื้นที่จะได้ลุยเคลื่อนที่ฉีดวัคซีนให้ประชาชน นับถอยหลัง “สัปดาห์แห่งการฉีดวัคซีน” สู่เป้าหมาย 100 ล้านโดส 27 พ.ย.-5 ธ.ค.2564

ปรับมาตรการสู้โอไมครอน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอน ระหว่างเข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยพิเศษ ที่สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก (ฮู) นครเจนีวา สมาพันธ รัฐสวิส ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1 ธ.ค. เพื่อพิจารณาการจัดทำกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อสร้างพันธสัญญาระหว่างประชาคมโลก ในการร่วมกันป้องกัน ตรวจจับและตอบโต้โรคระบาดระดับโลก ไม่จำกัดเฉพาะโควิด-19 ว่า สธ.จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนมาตรการเพื่อให้ประชาชนมั่นใจและปลอดภัย ส่วนเป้าหมายฉีดวัคซีนปีนี้ของสธ.คือ 120 ล้านโดส ส่วนสายพันธุ์ โอไมครอนที่เกิดขึ้น ทั่วโลกกำลังหาวัคซีนเพื่อจัดการกับเชื้อตัวนี้ ไทยก็ติดตามความก้าวหน้าจากทั่วโลก และมีทีมศึกษาวิจัย โดยหวังว่า เร็วๆ นี้ จะมีวัคซีนที่ป้องกันเชื้อตัวใหม่นี้ได้ ขณะที่ภาพรวมของ สธ. คือต้อง เตรียมพร้อม ทั้งแผนการดำเนินการ เวชภัณฑ์ บุคลากร และวัคซีน เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

“ที่ประชุมได้พูดคุยถึงการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอไมครอนว่า ถ้าทุกประเทศให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีน การเว้นระยะห่างและการปฏิบัติตัวตามวิถีชีวิตใหม่ ที่มีการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด ก็จะป้องกันสายพันธุ์นี้ได้ ทั้งนี้ ผอ.องค์การอนามัยโลก ได้พูดในที่ประชุมว่าขอให้ทุกประเทศเร่งฉีดวัคซีนซึ่งภายในสิ้นปีนี้ประชากรโลกอย่างน้อยควรได้รับวัคซีนครอบคลุม 40% และให้ได้ 70% ในกลางปีหน้า ซึ่งในส่วนของประเทศไทยถือว่าโชคดี เพราะขณะนี้ฉีดครอบคลุมกว่า 70% แล้ว” นายอนุทินกล่าว

เที่ยวสมุย – นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาถึงสนามบินสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเชื้อโอไมครอนเข้ามาระบาดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 พ.ย.

ชี้อาการเหมือนไข้หวัด

ที่สธ. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ. ให้สัมภาษณ์ถึงการเพิ่มมาตรการป้องกันโรค โควิด-19 ในประเทศไทย หลังจากเริ่มพบว่าเชื้อกลายพันธุ์ “โอไมครอน” ในหลายประเทศว่า สำหรับไวสรัสกลายพันธุ์ โอไมครอน มีข้อมูลเปลี่ยนแปลงตลอดทุกชั่วโมง

“เบื้องต้นองค์การอนามัยโลกระบุว่า ลักษณะการระบาดใกล้เคียงกับสายพันธุ์ เดลตา ซึ่งยังไม่พบว่ามีความรุนแรงมากกว่า อาการสำคัญเหมือนโรคไข้หวัดคือ เพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ประมาณ 2-3 วัน ก็จะ ดีขึ้น ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ที่สำคัญขณะนี้ระบาดในประเทศแถบแอฟริกาใต้ โดยเฉพาะ 8 ประเทศ ที่เราได้ประกาศไม่อนุญาตให้เข้าไทยแล้ว ทั้งในระบบไม่กักตัว (Test and go) และแซนด์บ็อกซ์ (sand box) ได้แก่บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว ยกเว้นคนไทยยังสามารถเข้ามาได้โดยต้องกักตัว 14 วัน” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า สำหรับระบบ Test and go เราเสนอไปทางศบค.แล้วว่า แม้การตรวจด้วยเอทีเค ยังตรวจพบเชื้อได้ แต่ยังขอให้ใช้เป็นอาร์ที-พีซีอาร์ ต่อไปไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 เพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันนักวิชาการก็ระบุว่าวัคซีนยังใช้ได้ มีประสิทธิภาพ หากถามว่าโอไมครอนจะมาหรือไม่ เชื่อว่าทางอากาศยังกั้นได้อยู่ แต่อาจมาทางบกหรือลักลอบได้ทุกเมื่อ แต่ขณะนี้เรายังปิดทุกด่าน สำหรับด่านจ.หนองคาย เรากำลังวางระบบจะเปิดอยู่ คาดว่าหลังวันที่ 16 ธ.ค.นี้ แต่คิดว่าไม่น่าจะปัญหา ซึ่งความรุนแรงยังเป็นเดลตาที่เราเจอมาและยังไม่พบในไทย

นพ.เกียรติภูมิกล่าวถึงสถานการณ์เตียงรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ว่า ปัจจุบันมีประมาณ 2 แสนเตียง ใช้ไปประมาณร้อยละ 30 ขณะนี้ยังมีพอเหลือ ส่วนยามีการสำรองฟาวิพิราเวียร์ อย่างน้อย 45 วัน วันละ 5 แสนเม็ด และสั่งเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันประเทศไทย โดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีวัตถุดิบสำหรับผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ประมาณ 60 ล้านเม็ด นอกจากนี้ ยังมีการทำสัญญาสั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ 50,000 คอร์ส จะเข้ามาในเดือม.ค.2565

สิ้นปีฉีดวัคซีนได้ 75%

“ไทยเราวัคซีนค่อนข้างดี ฉีดเข็มที่ 1 แล้วกว่าร้อยละ 72 ซึ่งนายกฯ อยากให้ได้ถึงร้อยละ 75 คาดว่าในสิ้นปีนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 60 ขอความร่วมมือประชาชนทุกฝ่ายมาฉีดวัคซีน ซึ่งเรามีวัคซีนมากพอ วัคซีนภาครัฐมีราวๆ 140 ล้านโดส วัคซีนทางเลือกประมาณ 20-30 ล้านโดส” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

เมื่อถามถึงความกังวลว่าจะต้องมีการปิดประเทศอีกครั้ง รวมถึงชะลอจัดเทศกาลปีใหม่ด้วย นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น จึงอยากให้ทุกคนร่วมมือช่วยกันไม่ให้เกิดการระบาด ย้ำว่า การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือ ยังป้องกันการแพร่และรับเชื้อโควิด-19 ได้ดี

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า สถานการณ์โรค โควิดของไทยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตามการคาดการณ์ โดยภายในเดือนธ.ค. สธ.ตั้งเป้าหมายควบคุมโรคให้มีผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 5 พันรายต่อวัน และเสียชีวิตไม่เกิน 30 รายต่อวัน โดยวันนี้มีรายงานผู้ป่วยรักษาหาย 6,407 ราย มากกว่าผู้ติดเชื้อใหม่ที่พบ 4,306 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 75,673 ราย เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ 1,353 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 329 ราย อัตราครองเตียงลดลงทำให้มีเตียงเพียงพอรองรับผู้ป่วย

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า การระบาดในขณะนี้พบในชุมชน ครอบครัว จากการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกัน ได้แก่ งานศพ งานบุญ ศาสนพิธี งานเลี้ยงสังสรรค์ โดยมีสถานที่เสี่ยง คือ ตลาด แคมป์คนงาน โรงเรียน โรงงาน และร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านที่เปิดให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีการใช้เวลาในการกินดื่มนานขึ้น มีการเปิดหน้ากากและพูดคุย ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ จึงควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าวให้มากที่สุด

โต้ล็อกดาวน์คุมเชื้อ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เศรษฐกิจกำลังเดินหน้าไปด้วยดี เชื้อกลายพันธุ์ โอไมครอนทำให้เกิดความวิตกกังวล นายกฯ จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างไร ว่า นายกฯ ชี้แจงว่า เตรียมความพร้อมเรื่องมาตรการควบคุม ป้องกัน การติดตามให้ทันสถาน การณ์ เร่งฉีดวัคซีน ให้ครอบคลุมมากขึ้นก็จะช่วยลดอัตราอาการรุนแรงได้ และลดการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดทุกสายพันธุ์ได้ ให้ข้อมูลต่อประชาชนหากพบโอไมครอนในไทยทันที ส่วนข่าวที่ระบุว่าหากพบเชื้อและจะล็อกดาวน์อีกนั้นไม่เป็นความจริง

เข้มชายแดนสกัดโอไมครอน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ค่อนข้างอารมณ์ดี แต่ได้สั่งการและเน้นย้ำเรื่องการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอนเป็นพิเศษ โดยกำชับหน่วยงานความมั่นคง สธ. และกระทรวงมหาดไทยให้เข้มงวด เรื่องช่องทางการเดินทางเข้าประเทศทางบก และตามแนวชายแดน เพราะยังมีการจับกุมได้อยู่ทุกวัน ซึ่งหากพบว่า มีการลักลอบนำแรงงานเข้าประเทศ และพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด รวมทั้งให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่นั้นด้วย โดยให้ดำเนินการให้เด็ดขาด อย่าให้มีช่องว่าง จนเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอนเข้าประเทศ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กำชับ ว่า อย่าให้มีการลักลอบเปิดผับ บาร์ก่อนกำหนด หากพบลักลอบเปิด จะไม่ย้ายแค่ 5 เสือในพื้นที่นั้น แต่จะรวมถึงผู้บังคับการจังหวัดด้วย

ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ธ.ค. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จะรายงานความคืบหน้าผลการเจรจากับตัวแทนสมาคมเครือข่ายนักร้อง นักแสดง นักดนตรี และผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ คาราโอเกะ และขอให้ศบศ.พิจารณาวงเงิน และหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนการประชุมศบค.ชุดใหญ่จะมีขึ้นอีกครั้งช่วงกลางเดือนธ.ค.เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ในห้วง 14 วัน แต่หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน และเร่งด่วน ศปก.ศบค. สามารถเสนอขอเปิดประชุมศบค.ชุดใหญ่ได้ทันที

สิงคโปร์เจอ 2 ราย-กัก 7

วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ แจ้งว่า สิงคโปร์เร่งติดตามและตรวจหาเชื้อโควิดให้แก่พนักงาน ที่สนามบินชางงี หลังตรวจพบผู้โดยสาร 2 ราย ติดโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์โอไมครอน ขณะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน หลังออกเดินทางจากเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ มุ่งหน้าสู่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยผู้โดยสารร่วมเที่ยวบินดังกล่าวของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ได้รับการคัดกรอง ซึ่ง 1 รายที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบกักตัวแล้ว โดยผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ราย ตรวจไม่พบ โดยติดเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนออกเดินทางในวันต่อมา และมีผลตรวจหาเชื้อเป็นบวก ก่อนเปลี่ยนเครื่องไปยังออสเตรเลีย โดยในผู้โดยสาร 7 รายที่ลงจากเครื่อง มี 6 ราย ถูกสั่งให้กักตัวอยู่บ้าน 10 วัน ขณะที่รายที่ 7 ซึ่งเป็นผู้ติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อบนเที่ยวบิน ถูกกักกันในสถานที่จำเพาะ

ระบาดแล้ว 18 ปท.-177 ราย

สำหรับสิงคโปร์นับเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ตรวจพบผู้ติดโควิดสายพันธุ์ โอไมครอน ขณะที่ทั่วโลกเริ่มติดเชื้อแล้ว 18 ประเทศ กว่า 177 ราย ประกอบด้วย 1.แอฟริกาใต้ ผู้ติดเชื้อกว่า 100 ราย 2.บอตสวานา 19 ราย 3.เบลเยียม 1 ราย 4.ฮ่องกง 2 ราย 5.อิสราเอล 2 ราย 6.อังกฤษ 3 ราย 7.เยอรมัน 3 ราย 8.อิตาลี 1 ราย 9.เนเธอร์แลนด์ 13 ราย 10.เดนมาร์ก 2 ราย 11.ออสเตรเลีย 4 ราย 12.แคนาดา 2 ราย 13.สาธารณรัฐเช็ก 1 ราย 14.สกอตแลนด์ 6 ราย 15.สวีเดน 1 ราย 16.โปรตุเกส 13 ราย 17.สหราชอาณาจักร 2 ราย และ18.สิงคโปร์ 2 ราย

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลจุฬา ภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์ถึง “โอไมครอน” โควิดสายพันธุ์ใหม่ โดยอ้างอิงข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ประกาศว่า เชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ รหัส B.1.1.529 หรือ “โอไมครอน” ถูกค้นพบครั้งแรกจากประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2564 เป็นเชื้อที่มีการกลายพันธุ์ไปจากเชื้อดั้งเดิมมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา โดยรวมแล้วพันธุกรรมของโอไมครอนกลายพันธุ์ไปมากถึง 50 ตำแหน่ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเกิดการกลายพันธุ์ในส่วนที่เป็นตัวกำหนดให้สร้างโปรตีนหนามมากถึง 32 ตำแหน่ง และพบความเสี่ยงอัตราการเกิดการติดเชื้อสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งขณะนี้ได้ผู้ติดเชื้อแล้วใน 18 ประเทศทั่วโลก

เชียงใหม่ป่วยลดแล้ว 172-ดับ 1

ส่วนสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 172 ราย จากในจังหวัด 170 ราย อีก 2 ราย จากต่างจังหวัด และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้มี ผู้เสียชีวิตสะสม 127 ราย ส่วนการบริหารจัดการวัคซีน มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว 1,429,757 คน คิดเป็นร้อยละ 82.68 จากประชากรจังหวัด

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงใหม่ ลงนามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ สั่งปิด 3 สถานที่เสี่ยง ใน 3 อำเภอเป็นการชั่วคราว เพื่อควบคุมและป้องกันโรคในพื้นที่ ภายหลังพบว่ามีการติดเชื้อโรค โควิด-19 เป็นกลุ่มก้อน ได้แก่ บ้านแม่ยางส้าน (หย่อมบ้านป่าเหียะ) หมู่ 8 ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. ถึง 12 ธ.ค., หย่อมบ้านปางอีกา หมู่ 8 ต.แม่แรม อ.แม่ริม ถึงวันที่ 9 ธ.ค. และบ้านออนกลางเหนือ หมู่ 11 ต.ออนกลาง อ.แม่ออน ถึง 12 ธ.ค.

ด้านนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ ธานี กล่าวว่า แม้ว่ากลุ่มตลาดแอฟริกาจะไม่ได้เป็นเป้าหมายตลาดท่องเที่ยวใหญ่ของเกาะ แต่ต้องดูแลนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเกาะสมุยซึ่งมีจำนวนไม่มาก พร้อมทั้งให้การตรวจหาเชื้อโควิดแบบอาร์ที-พีซีอาร์ ฟรีจำนวน 3 รอบ ขณะนี้ผลการตรวจยังไม่พบการติดเชื้อของนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาแม้แต่รายเดียว

สงขลาเฮป่วยลดต่อเนื่อง

ที่สสจ.สงขลา รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่ 247 ราย เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และอันดับ 2 ของภาคใต้รองจาก จ.นครศรีธรรมราช ลดลงต่ำสุดในรอบ 45 วัน

4 จว.อีสานล่างพร้อมเปิดเมือง

ด้านศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ร่วมกับ จังหวัดนครราชสีมา และสสจ.นครราชสีมา จัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนมาตรการปลอดภัยในการป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อการเปิดบ้านเปิดเมือง นครชัยบุรินทร์” โดยมี นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธาน มีหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม ที่โรงแรมแคนทารี จ.นครราชสีมา

นพ.อรรถพลกล่าวว่า การประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเมืองตามนโยบายรัฐบาล และเพื่อสนับสนุนให้ ผู้ประกอบการ ประชาชน ในเขตนคร ชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ มีความมั่นใจ ปลอดภัย ไร้โควิด ตามมาตรการแนวทางปฏิบัติ โควิด ฟรี เซ็ตติ้ง

‘บิ๊กปั๊ด’สั่งเข้มมาตรการ

ด้านพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ศบค.เผยแพร่แนวทางการดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ล่าสุด คือยกเลิกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม), ยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ, ผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม เพื่อให้การเดินทางเข้ามาในประเทศสะดวกมากยิ่งขึ้น และให้บริการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 23.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. นั้น

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับอย่างต่อเนื่อง ไปยังหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศ โดยเสริมจากแนวทางการดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิดของ ศบค. ให้กวดขันสถานประกอบการในพื้นที่ สถานที่ที่จะเป็นคลัสเตอร์ของการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงสถานบริการ บ่อนการพนัน ที่อาจลักลอบดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย หากพบพื้นที่ใด มีการปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิด ผู้บังคับการที่ควบคุมพื้นที่นั้นๆ ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน