มอบตัวแล้วแก๊งหนุ่มแฟนเก่าสุดโหด ตื้บแฟนใหม่สาวคนรักสลบคาไฟแดงย่านปู่เจ้าสมิงพราย สารภาพอ้างสุดอดใจหลังสืบพบแฟนสาวแอบคบซ้อน เคยแช็ตคุยกับไอ้หนุ่มเหยื่อตื้บก็รับปากจะเลิกคบ พอเห็นคาตาเลยบันดาลโทสะ ลั่นรักแค่ไหนก็ขอพอแค่นี้ไม่กลับไปคบอีกแล้ว ด้านเหยื่อหนุ่มเผยคบหากับผู้หญิงไม่ถึงเดือนและเพิ่งพบหน้าเป็นครั้งแรกก็เกิดเหตุ ยังไม่รู้จะคบกันต่อหรือไม่ ส่วนฝ่ายสาวยืนยันเลิกกับคนก่อเหตุแล้ว เพราะทนพฤติกรรมรุนแรงไม่ไหว

มอบตัว – นายศุภวิช นิจศรีวงษ์ พร้อมพวกรวม 4 คน เข้ามอบตัวคดีรุมทำร้ายนายสถาพร ป้องศรี (ภาพเล็ก) จนบาดเจ็บ แล้วฉุดสาวแฟนเก่าลงจากรถ ระหว่างรถติดไฟแดงแยกปู่เจ้าสมิงพราย จ.สมุทรปราการ เมื่อ 11 ม.ค.
จากกรณีเหตุอุกอาจแฟนเก่ายกพวกขับรถเก๋งตามประกบรถของอดีตแฟนสาวซึ่งนั่งมากับชายหนุ่มคนใหม่ที่กำลังเพิ่งคบหากัน ก่อนลากชายหนุ่มที่นั่งมาด้วยลงมารุมกระทืบจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนพาแฟนสาวขึ้นรถขับหลบหนีไป เหตุเกิดใกล้สี่แยกปู่เจ้าสมิงพราย ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ม.ค. พ.ต.อ. อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ เผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจนำตัวนายสถาพร ป้องศรี อายุ 24 ปี ผู้บาดเจ็บมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สภ.สำโรงเหนือ นอกจากนั้นยังติดต่อน.ส.ปาริชาติ พูนขวัญ อายุ 31 ปี หญิงสาวที่ถูกผู้ก่อเหตุพาตัวไปได้ และเชิญมาสอบปากคำพร้อมกัน โดยน.ส.ปาริชาติให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถไปรับนายสถาพรที่กำลังเริ่มคบหากัน เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ นายศุภวิช นิจศรีวงษ์ อายุ 28 ปี แฟนของน.ส.ปาริชาติ พร้อมพวกอีก 3 คน ขับรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ สีขาว ทะเบียน 5 กฌ 7954 กรุงเทพมหานคร ผ่านมาพบและขับมาประกบด้านข้างแล้วลงมาทำร้ายนายสถาพร
จากนั้นนายศุภวิชขอร้องให้น.ส.ปาริชาติกลับบ้านเพื่อพูดปรับความเข้าใจกัน และให้เข้านั่งในรถของน.ส.ปาริชาติ โดยใช้มือข้างหนึ่งประคองบริเวณท้ายทอยของน.ส.ปาริชาติ เพื่อขึ้นรถ ซึ่งน.ส.ปาริชาติ รับว่า ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด จากนั้นให้เพื่อนที่มาด้วยขับรถทั้งสองคันพากันเดินทางกลับบ้าน
ด้านนายสถาพรที่นำใบรับรองแพทย์เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม เผยว่า เพิ่งรู้จักกับน.ส.ปาริชาติผ่านแอพพลิเคชั่นบีโก้ไลฟ์ได้ประมาณ 1 เดือน วันเกิดเหตุเป็นการนัดพบกันเป็นครั้งแรก น.ส.ปาริชาติขับรถมาจากจ.นครปฐม มารับตนที่บ้านย่านสำโรงใต้ไปทานข้าวด้วยกัน แต่ระหว่างทางจู่ๆ ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอดีตแฟนหนุ่มของน.ส.ปาริชาติเข้ามาถีบกระจกฝั่งตนนั่งจนแตก ก่อนที่จะชกต่อยและลากลงมาจากรถ มีพวก 3 คน ตามมารุมทำร้ายจนบาดเจ็บ ก่อนที่นายศุภวิชจะพาน.ส.ปาริชาติขึ้นรถขับหลบหนีไป ทั้งนี้ก่อนตกลงคบกัน น.ส.ปาริชาติบอกว่าเลิกกับนายศุภวิชไปแล้วจึงตัดสินใจเริ่มความสัมพันธ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้ยังจะคบต่อหรือไม่นั้น นายสถาพรกล่าวว่า ยังไม่สามารถให้คำตอบได้
ขณะที่น.ส.ปาริชาติ ที่เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม เผยว่า ก่อนหน้านี้คบหากับนายศุภวิชนานกว่า 4 ปี มาระยะหลังอีกฝ่ายเริ่มทำร้ายร่างกายตน จากเหตุหึงหวง จนตนไม่สามารถทนได้ กระทั่งตนตัดสินใจบอกแยกทางและเพิ่งเก็บข้าวของออกจากบ้านนายศุภวิชกลับไปอยู่บ้าน ที่จ.นครปฐม เพียง 3 วัน หลังเลิกรากับนายศุภวิชจึงกลับไปคุยกับนายสถาพร พร้อมยืนยันว่าเลิกกับแฟนแล้ว
“วันเกิดเหตุขับรถมาหานายสถาพร แต่ทราบว่า อดีตแฟนหนุ่มเคยนำจีพีเอสมาติดไว้ที่รถ แต่พยายามหาแล้วแต่ไม่เจอว่าติดตั้งไว้ส่วนไหนจึงตัดสินใจขับมาหานายสถาพร โดยไม่คิดว่านายศุภวิชจะตามมาก่อเหตุ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังจากนี้จะไม่กลับไปคบหากับนายศุภวิชอีกแล้ว กลัวจะไม่ปลอดภัยกับชีวิต” น.ส.ปาริชาติกล่าว
ต่อมานายศุภวิชพร้อมพวกที่ร่วมกันก่อเหตุเข้าพบพนักงานสอบสวน สารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ยอมรับผิดว่าทำเกินกว่าเหตุ แต่บันดาลโทสะที่ทราบว่าน.ส.วปาริชาติคบซ้อนผู้ชายมาแล้วถึง 4 คน ในรอบ 2 เดือน โดยนายสถาพรเป็นผู้ชายคนที่ 5 ที่จับได้ ก่อนหน้านี้เคยแช็ตไปคุยกับนายสถาพรแล้วว่าให้เลิกติดต่อกับน.ส.ปาริชาติ โดยนายสถาพรก็รับปากและอ้างว่าเป็นลูกผู้ชายพอ แต่กลับมาแอบติดต่อกัน เมื่อจับได้คาหนังคาเขาจึงบันดาลโทสะจนควบคุมตัวเองไม่ได้ก่อเหตุดังกล่าว จากนี้ไปคงไม่กลับไปคบน.ส. ปาริชาติอีกถึงแม้ว่ายังรักอยู่ก็ตาม
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานายศุภวิชพร้อมพวก ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ ก่อนปล่อยตัวทั้งหมดเนื่องจากเข้ามอบตัว และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่คิดหลบหนี หลังสรุปสำนวนเสร็จแล้วจะเรียกตัวมาส่งฟ้องศาลต่อไป ส่วนกรณีผู้ก่อเหตุไปทุบรถของน.ส.ปาริชาตินั้น ผู้เสียหายยังไม่ขอแจ้งความดำเนินคดีกับทางผู้ก่อเหตุ