โดนสวนคว่ำ-จนมุมอรินทราชชาร์จทันที

ระทึกอรินทราช-สภ.คูคตยกกำลังล้อมจับคนร้ายเพิ่งก่อเหตุบุกรัวยิงเพื่อนดับคาห้องนอนย่านหลักสี่ แล้วหนีไปกบดานบ้านพักที่ปทุมธานี ตร.ให้พี่สาวกล่อมแต่ไม่ยอมมอบตัว กลับฮึดสู้ยิงใส่ตำรวจ เป็นระยะ เลยโดนบุกชาร์จจับ-ยิงสวนได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายเจอข้อหาหนักทั้งฆ่าคนตายโดยเจตนา พยายามฆ่า-ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เผยผู้ต้องหากับผู้ตายเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่มือปืนมีประวัติเสพยาจนต้องนำไปบำบัดและช่วงหลังมีอาการทางประสาทอยู่ระหว่างรักษาตัว

เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 25 มี.ค. พ.ต.ท.จักรวุฒิ พรมแดง สวป.สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ภายในบ้านพักชุมชนซอยร่วมใจพัฒนา ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. จึงรุดไป ตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาล ภูมิพลฯ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนอยู่ด้านหลังกองกำกับการสุนัขตำรวจ ลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้น ภายในห้องนอนชั้นล่างพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายทศพร พ่วงเรือ อายุ 26 ปี พนักงานทำความ สะอาด บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่แก้มซ้าย หลังศีรษะ หน้าอกซ้าย ไหล่ซ้าย ลำตัวข้างขวา ต้นขาซ้าย รวม 6 นัด และบาดแผลด้านหน้า 3 แผล ด้านหลัง 2 แผล นอนหงายอยู่บนที่นอน และที่ปลายเท้า พบหม้อต้มน้ำใบกระท่อม ตรวจสอบภายในห้องพบหัวกระสุนปืนตกอยู่ 8 นัด และปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.กระจายเกลื่อนพื้นห้องรวมกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงบันทึกเก็บรวบรวมไว้เพื่อตรวจพิสูจน์ต่อไป

จากการสอบสวนพ่อของผู้เสียชีวิตให้การว่า ช่วงเกิดเหตุนอนหลับอยู่บนห้องชั้นสอง ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นขึ้นหลายนัด จึงรีบลงมาดูพบว่าบุตรชายนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนไปแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานทราบว่า มีคนร้าย 2 คนลักษณะผมสั้น 1 คนและผมยาว 1 คน ทั้งสองคนนั่งรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาภายในกองกำกับการสุนัขตำรวจ และเดินข้ามรั้วกำแพงด้านหลังแฟลตตำรวจไปบ้านหลังเกิดเหตุ จากนั้นได้เดินตรงเข้าไปใช้เท้าถีบพังประตูห้องนอนชั้นล่างของผู้ตาย ก่อนบุกเข้าไปก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงผู้ตายจำนวนหลายนัด หลังก่อเหตุได้หลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรถรอออกไป คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะรู้จักคุ้นเคยกับผู้ตายเป็นอย่างดี

ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่นั้น ปรากฏมีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาโดยแจ้ง กับชุดสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ว่าผู้ที่ก่อเหตุเป็นน้องชายของตนจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ นำตัวไปสอบปากคำ เพื่อสืบสวนหาเบาะแสติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

ต่อมาเมื่อเวลา 05.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.พัฒทยา วงศ์วานิช รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง นำกำลังฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ร่วมกับ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ปิดล้อมบ้านเดี่ยว 3 คูหา เลขที่ 464/5 หมู่ 4 ซอยพหลโยธิน 62 แยก 27 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

สอบสวนนายสุนทร พ่วงเรือ อายุ 56 ปี พ่อผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุชื่อนายวรชิต แซ่เตีย หรือเบนซ์ อายุ 28 ปี เพื่อนผู้ตาย หลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านพักหลังดังกล่าว

สยบมือฆ่า – หน่วยอรินทราช บช.น. บุกชาร์จจับนายวรชิต แซ่เตีย คนร้ายรัวยิงเพื่อน 10 นัดตายคาห้องในชุมชนซอยร่วมใจพัฒนาย่านหลักสี่ กทม. หนีไปหลบในบ้านที่จ.ปทุมธานี โดยยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ขณะเข้าจับกุม เมื่อวันที่ 25 มี.ค.

เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เดินทางมาควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเอง นำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช เข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการ โดยกำชับชุดปฏิบัติให้ใช้ความละมุนละม่อม รวมถึงใช้ความระมัดระวังให้มาก เนื่องจากผู้ต้องหา มีอาวุธปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา ระหว่างปิดล้อม ได้ยินเสียงปืนดัง 2 นัด ออกมาจากในบ้านคนร้ายหลบซ่อน

กระทั่งเวลา 10.30 น. หน่วยอรินทราช นำกำลังบุกเข้าบ้านขึ้นไปชาร์จตัวผู้ต้องหาที่หลบซ่อนอยู่ชั้น 2 ของตัวบ้าน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนขึ้น 3-4 นัด ก่อนเจ้าหน้าที่ จะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้พร้อมอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.ยี่ห้อทีแซด ที่อยู่ในลักษณะพร้อมยิง โดยรอบตัวบ้านชั้น 2 พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกเกลื่อนพื้นห้อง

จากนั้น เจ้าหน้าที่เรียกหน่วยกู้ภัยมารับนายวรชิตที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิง 2 นัด ที่แขนขวา และเฉี่ยวใบหูขวา นำตัวส่ง ร.พ.บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ เขตสายไหม รักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้น ก่อนจะนำส่ง ร.พ.ตำรวจ และจะนำตัวมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

ด้านพล.ต.ต.อรรถพล เปิดเผยว่า ก่อนจะปฏิบัติการเข้าชาร์จจับกุมนายวรชิต กำชับให้หน่วยปฏิบัติระมัดระวังเป็นพิเศษ และใช้การเจรจาให้จนถึงที่สุด แต่นายวรชิตยิงปืนสวนออกมาเป็นระยะ กระทั่งสบโอกาสจึงนำกำลังเข้าชาร์จจับกุมไว้ได้ โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอดภัย

จากการสอบปากคำญาติของผู้ตายทราบว่า นายวรชิตและผู้ตายเป็นเพื่อนสนิทสนมกัน ที่เคยอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันมาก่อน ซึ่งก็ไม่อยากเชื่อว่าทำไมนายวรชิตจึงมาก่อเหตุยิงเพื่อนตัวเอง นอกจากนี้ยังพบว่านายวรชิต มีประวัติเคยเสพยาเสพติด และได้รับการบำบัด จนเลิกได้ แต่ตอนหลังมีอาการทางประสาท จนต้องเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชที่ ร.พ.ศรีธัญญา และต้องรับประทานยาอย่าง ต่อเนื่อง และนายวรชิตบอกว่าผู้ตายจะไป ฆ่าลูกของตน ซึ่งอยู่กับภรรยาที่ต่างจังหวัด จึงนั่งรถแท็กซี่ไปก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อหาใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิต ต่อสู้ ขัดขวางการจับกุม และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

รายงานข่าวเปิดเผยว่าตั้งแต่เวลา 04.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพยายามเข้าไปเพื่อจับกุมนายวรชิต แต่คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงออกมา 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงวางกำลัง ปิดล้อมเพื่อรอเจ้าหน้าที่สนับสนุน กระทั่งเวลา 05.00 น.เจ้าหน้าที่ให้พี่สาวเป็นคนเจรจาให้มอบตัวเสียโดยดี แต่ไม่คนร้ายไม่มีทีท่า จะยอมจำนน กระทั่งเกิดเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือจึงบุกเข้าไปภายใน บ้านเพื่อจับกุมตัวเวลาประมาณ 10.40 น. โดยคนร้ายได้รับบาดเจ็บก่อนรถกู้ชีพเทศบาลเมืองคูคตนำตัวส่งโรงพยาบาล

เพื่อนบ้านหลังหนึ่งยังแจ้งว่า บ้านหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมนั้น มีนายวรชิตพักอาศัย อยู่เพียงคนเดียว เมื่อเดือนก.ย. 2564 เคยใช้ธนูที่มีลูกเหล็กปลายแหลมยิงใส่เพื่อนบ้าน ไปทั่ว โดยลูกดอกเกือบถูกช่างที่กำลังปรับปรุงซ่อมแซมบ้านโดยมีการเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.คูคต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 1 ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บวัตถุพยานเพื่อใช้ประกอบคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงานสอบสวนสน.ทุ่งสองห้องเตรียมแจ้งข้อหานายวรชิตว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนสภ.คูคตนั้น เตรียมแจ้ง ข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานและต่อสู้ขัดขวาง เจ้าพนักงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน