ป้อมยืนยันบิ๊กตู่ยังอยู่กับพปชร. โทนี่ป้อง‘อุ๊งอิ๊ง’ฉะอ้างเบื้องสูง
กมธ.กฎหมายลูกเลือกตั้ง โหวตหนุนบัตรสองใบคนละเบอร์ ชนะขาด 32 ต่อ 14 ฝ่ายค้าน เชื่อมีใบสั่งลุยสู้ต่อชั้นแปรญัตติวาระสอง ‘บิ๊กตู่’ เซ็ง คนโจมตี แต่ไม่โกรธ ชี้ต้องทำเพื่อคน ส่วนใหญ่ ถ้ามีโอกาสก็ทำต่อ ไม่มีโอกาสก็กลับบ้านนอน ‘บิ๊กป้อม’ ยัน ‘นายกฯ ยังอยู่กับผม’ หลังมีข่าวไปสังกัดรวมไทยสร้างชาติ ‘โทนี่’ ลั่นพร้อมปกป้อง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่กลัวคำขู่ให้ระวังจะมีชะตากรรมเดียวกับพ่อ-อาปู ปัดไม่รู้ลูกสาวจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรค เพื่อไทยหรือไม่ ซัดบางพรรคอ้างเบื้องสูงทำการเมือง
‘บิ๊กตู่’เล็งหาเวลาลงพื้นที่อีก
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตลาดทรัพย์สินพัฒนา (ตลาดสะพานขาว) ถนนหลานหลวง แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กทม. เมื่อเย็นวันที่ 29 มี.ค.ว่า เนื่องจากพอมีเวลา ตนจึงลงไปดูไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งทราบดีว่า ทุกคนเดือดร้อน ไม่มีความสุข แล้วตนที่เป็นนายกฯจะมีความสุขได้อย่างไร ทุกอย่างได้รับการรายงานตลอด 24 ชั่วโมง มีทั้งรูปทั้งคลิป สื่อต่างๆ แม้แต่สังคมโซเชี่ยล ได้ติดตาม ทุกด้าน รู้ดีว่าเดือดร้อนอะไรกันอย่างไร
ประเด็นสำคัญคือจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไรโดยไม่มีผลกระทบไปสู่ส่วนอื่นในระยะยาว ทั้งเรื่องงบประมาณ การเงินการคลัง เรื่องความพอเพียงและความพอใจของประชาชน ซึ่งทั้งหมดต้องมาหารือร่วมกัน ซึ่งตนมีคณะทำงานหลายคณะ กว่าจะออกโครงการอะไรมาก็ต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และถ้าสถานการณ์ยืดยาวไปกว่านี้จะทำอย่างไรและหาเงินที่ไหน ทั้งหมดยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่รัฐบาลทำอย่างเต็มที่ ต้องขอขอบคุณประชาชนอย่างน้อยที่เข้าใจว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไร
ตนในฐานะผู้นำรัฐบาลพยายามทำ ทุกอย่างอย่างเต็มที่ ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้ บางอย่างอาจจะไม่ได้ 100% หรือไม่เป็นที่พอใจของทุกคนทุกภาคส่วน แต่ต้องยอมรับว่าวิกฤตกาลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เกิดพร้อมในเวลาใกล้เคียงกัน เจอโควิด-19 เข้าไปถามว่าใครเคยเจอบ้าง สถานการณ์การสู้รบซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่และผลกระทบในทุกมิติที่หลายประเทศมีความเชื่อมโยงกัน เรื่องนี้ต้องเข้าใจและให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย ตนไม่เคยนิ่งดูดาย ในทุกๆ งาน แล้วจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนอีกในโอกาสที่เหมาะสมในหลายๆ พื้นที่ อยากไปคุย ให้กำลังใจพวกเขา แม้ใครจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ไม่สนใจตรงนั้นอยู่แล้ว แต่ขอให้เข้าใจว่าความตั้งใจของตนคืออะไร ตนพยายามทำอย่างดีที่สุด
เซ็งถูกวิจารณ์-แย้มมีโอกาสก็ทำต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการมองว่าการลงพื้นที่ของนายกฯเป็นการไปช่วยหาเสียงให้ใครบางคน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า “ทำไมต้องมองไปในเรื่องการหาเสียงด้วย ผมไปหาเสียงให้ใครหรือ มันช่วงหาเสียง หรือเปล่า ไปหาเสียงให้ใครหาเสียงอะไร” ต่อข้อถามว่าช่วงนี้เป็นฤดูการหาเสียงเลือกตั้งกทม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เลือกตั้งอะไร เลือกตั้งกรทม. แล้วผมไปเลือกให้ใคร ผมพูดกับใคร ผมให้เครดิตใครหรือ ถ้ามองกันอย่างนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร พอไม่ไปก็ว่าผม พอไปก็ว่าผมอีก ฉะนั้นช่วงไหนไปได้ก็ไป”
การเป็นนายกฯในวันนี้ไม่ใช่แบบนี้มาก่อน ที่เวลาจะไปไหนก็มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้มา ต่อต้าน มาด่ามาว่า แต่ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้น้อยลง สมัยก่อนมากกว่านี้ ตน ไม่ต้องการให้คนแต่ละฝ่ายมาตีกันหรือมาด่ากันต่อหน้าต่อตา มาว่ากันไปว่ากันมา นี่ไม่ใช่คุณลักษณะของประเทศไทยของคนไทยเลย มันทำให้ประเทศหมดเสน่ห์
ถามว่าความขัดแย้งได้อะไรขึ้นมา มีบางคนก็หวังแต่จะชนะ ถ้าชนะแล้วมีความขัดแย้ง จะได้ประโยชน์อะไรขอถามหน่อย แล้วจะรักษาชัยชนะนั้นไว้ได้หรือไม่ ถ้าทำแล้วชนะแต่ความสงบความเรียบร้อยไม่เกิดขึ้น แต่ตนก็มีหน้าที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ต้องการให้ประเทศชาติมีความรัก มีความสามัคคี
“ถึงแม้ว่าจะมีคนโจมตีว่าอะไรต่างๆ ตนไม่โกรธ และโกรธไม่ได้ เพราะทำให้เขาถูกใจไม่ได้ทั้งหมด แต่จำเป็นต้องทำเพื่อคนส่วนใหญ่ให้มากที่สุด ถ้ามีโอกาสก็ทำต่อไป ไม่มีโอกาสก็กลับบ้านนอนเท่านั้นเอง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘บิ๊กป้อม’ยัน‘บิ๊กตู่’ยังอยู่กับผม
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่มีกระแสข่าวมีชื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นั่งหัวหน้าพรรค ในวันที่ 31 มี.ค. ว่า ขอบคุณสื่อ ที่เตือน ส่วนจะแสดงความยินดีหรือไม่ วันพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่มีชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จะเข้าไปรับตำแหน่งสำคัญในพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ นายกฯจะไปไหน นายกฯจะอยู่กับตน ต่อข้อถามว่านายกฯจะยังอยู่พรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “นายกฯอยู่กับผมนี่แหล่ะ”
ส่วนข้อสังเกตว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคสาขาของพรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมีสาขาเยอะแยะไปหมด ผู้สื่อข่าวว่ากังวลว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะแย่งคะแนนพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี พรรคพลังประชารัฐไม่มีให้ใครแย่ง เพราะเรามีคนอยู่แล้ว
ต่อข้อถามถึงแนวโน้มที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มาๆ ผมอยู่ๆ แล้ว จะมาทำไม” ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ามาก็จะช่วย หาเสียงให้กับผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เขารู้กันอยู่แล้วอยู่ไม่อยู่”
รทสช.โชว์ตัวจริงหลังซักฟอก
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ในวันที่ 31 มี.ค. เวลา 09.00 น. พรรคจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา กทม. วาระสำคัญนอกจากรับรองการประชุมจัดตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ รับรองงบการเงินของพรรคแล้ว ยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)ชุดใหม่ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งชุดใหม่ และการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค โดยจะมีนาย เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ นายปรพล อดิเรกสาร สมาชิกพรรค นายสิทธิศักดิ์ พัฒนชัย สมาชิกพรรค เป็นต้น เข้าร่วมประชุมด้วย
นายเสกสกลเปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าวจะเป็นการประชุมตามวาระ ยังไม่มีแต่งตั้ง ตำแหน่งบิ๊กเซอร์ไพรส์อะไรในพรรค แต่จะมีการเลือกตั้งกก.บห. ชุดใหม่ไปพลางก่อน
รายงานข่าวเปิดเผยว่า พรรคจะเปิดตัวแกนนำสำคัญของพรรคในช่วงเดือนพ.ค.หรือ มิ.ย.2565 หลังฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว และยังจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโลโก้พรรค รวมถึงที่ทำการพรรคยังใช้ที่จ.นครราชสีมา จะยังไม่มีการย้ายมาที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้
‘โทนี่’สาบานไม่เคยดีลกับ‘3 ป.’
นายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม ตอบคำถามในรายการ CARE Talk x CARE ClubHouse หัวข้อ “มองเมืองดูไบ ใส่ใจกรุงเทพฯ ถึงตัวอยู่ไกล แต่ใจยังคิมิโนโตะ” เมื่อคืนวันที่ 29 มี.ค. ถึงกระแสข่าวว่า ‘3 ป.’ ส่งคนไปคุยเพื่อดีลการเมืองเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบ ศึกซักฟอกรัฐบาลกลางปี ว่า “ไม่มี สาบาน ผมลูกผู้ชาย ไม่มีใครมาคุยกับผม และผมไม่ได้คุยกับใคร มีแต่คุยเรื่องสถานการณ์การเมืองทั่วไปกับคนไทยที่มาเยี่ยมผม ไม่เคยขอร้องใคร และไม่เคยมีใครเอาคำพูดใครมาเจรจากับผม ไม่มีจริงๆ”
ต่อข้อถามว่านายทักษิณพร้อมเปิดเจรจาหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ตนไม่มีสถานะอะไรจะมาเจรจาอะไร ถ้าเจรจากับ นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังมีโอกาสเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า วันนี้เขาอยู่หน้างาน เขารู้สถานการณ์ดีกว่าตน
เมื่อถาม พล.อ.ประวิตรระบุไม่เคยปิดประตูเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นายทักษิณกล่าวว่า อย่างที่พล.อ.ประวิตรบอกต้องเลือกตั้งเสร็จก่อน ถึงจะรู้ว่าจะเจรจากันอย่างไร เมื่อเลือกตั้งเสร็จประชาชนเลือกใครมาเท่าไร พรรคใหญ่สุดก็จะเริ่มคุย เป็นธรรมชาติการเมือง แต่เดี๋ยวนี้พรรคใหญ่สุดเป็นพรรคของ ส.ว.
ลั่นพร้อมปกป้อง‘อุ๊งอิ๊ง’
นายทักษิณกล่าวว่า ส่วนกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว เปิดตัวและขยับเข้าใกล้แคนดิเดตนายกฯ แต่ถูกแรงกระแทกจะมีชะตากรรมซ้ำรอยกับนายทักษิณ และน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้น เขาติดตามตนมาตั้งแต่เด็ก หัวใจประชาธิปไตย วันนี้เขาพยายามเอาแนวทางเทคโนโลยี ความคิดของคนรุ่นใหม่มาเสริมให้พรรคเพื่อไทย แต่เขายังไม่ได้ คิดว่าจะเป็นนักการเมือง ไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และยังไม่รู้ว่าจะเล่นการเมืองหรือเปล่า จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือเปล่า
สมมติแต่คงไม่ง่าย เพราะเพื่อไทยต้องคิดว่าจะเสนอใคร สมมติว่าเขาเป็นแคนดิเดต นายกฯ จริง แล้วถ้าได้เป็นนายกฯ จริง ถามว่ากลัวชะตากรรมจะเหมือนผมและคุณ ยิ่งลักษณ์หรือไม่นั้น ต้องถามประชาชนว่า 16 ปีที่ผ่านมาช้ำพอหรือยัง ระบบพัง เศรษฐกิจพัง ครอบครัวพัง เป็นหนี้เป็นสินมหาศาล ล้มลุกคลุกคลานจากการปฏิวัติแล้วปฏิวัติอีก เข็ดหรือยัง ถ้าไม่เข็ดก็ไม่เป็นไร ผมมีบ้านหลายประเทศอยู่ได้หมด แต่ถ้าประชาชนเข็ด นักปฏิวัติจะได้เข็ดเสียที เลิกเสียทีก็จบหมด วันนี้อยู่ที่ประชาชน
“ถ้าประชาชนพร้อมว่าบ้านเมืองพอแล้ว ช้ำมาเยอะแล้ว อนาคตไม่มี พวกคุณทำอะไรเฮงซวย บริหารแบบนี้บ้านเมืองไปไม่ได้ หลักการของผมคือแล้วแต่ลูก ถ้าลูกคิดว่าไปกับผม ลูกรู้สึกว่าอยากสานเจตนารมณ์ที่พอช่วยชาวบ้านให้พ้นจากความยากจนจริงๆ ก็เรื่องของลูก ผมเป็นพ่อที่รักลูก ให้ความอบอุ่นกับลูกและพร้อมปกป้อง ดังนั้นไม่มีปัญหา เครื่องบินส่วนตัวก็มี บ้านอยู่หลายประเทศ ไม่เคยกลัว ผมเป็นคนที่ไม่กลัว อย่ามาขู่ แต่ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ มีความสามารถทำเพื่อบ้านเมืองแล้วตรงนั้นต่างหาก” นายทักษิณกล่าว
ฟาดอดีตลูกพรรคเลวทราม
“มีเรื่องหนึ่งไม่ค่อยสบายใจ มีคนออกไปตั้งพรรคแล้วพูดไปพูดมา ไปเจอไฮโซถามว่าทำไมออกจากพรรคเขาตอบว่า ผมไม่เคารพในหลวง ท่านอยู่เบื้องสูง ทำไมไปดึงลงมา ผมไม่เคยมีอคติ หรือไม่เคารพพระเจ้าอยู่หัวเลย ไฮโซทั้งหลายก็มาถามผมว่าจริงหรือ ผมเลยเล่าให้ฟัง และคนคนเดียวกันนี้ก็ไปชวน ส.ส.เพื่อไทยมาอยู่พรรคเขา เพื่อไทยถูกยุบแน่โดยอ้างเบื้องสูง บังอาจจริงๆ การเมืองสกปรกอย่าไปเอาท่านลงมา เป็นสิ่งที่เลวทรามมาก เมื่อไปถึงพื้นที่ก็ไปบอกคนในพื้นที่อีกว่าเป็นพรรคสาขากัน เลือกใครก็เหมือนกัน สับสนกันไปหมด” นายทักษิณกล่าว
นายทักษิณกล่าวว่า ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุญาตจดทะเบียนตั้งพรรคหนึ่ง ไม่ได้สำรวจหรือว่าชื่อพรรคเป็นการเอาพระเจ้าอยู่หัวมาอ้าง ถือว่าเป็นการบังอาจมาก กรุณาอย่าเอาท่านมายุ่งกับการเมือง กกต.ต้องระวังตั้งแต่ต้น ใครที่มีพฤติกรรมหมิ่นเหม่ ต้องไม่รับจดทะเบียน อย่าเอาเรื่องในวังมายุ่งกับการเมือง
‘หมอวรงค์’ซัดกลับคนเฮงซวย
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี (ทภด.) โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้นายทักษิณว่า ที่ออกมาพูดต้องถามกลับว่า พูดถูกหรือผิดว่าวัฒนธรรมเฮงซวยหรือคนเฮงซวย คนที่มาพร่ำสอนคนนั้นคนนี้ คนที่โกงแล้วหนี แล้วแทนที่จะสำนึกกลับมาพูดสอนคนเหมือนไม่มีอะไรเกิด ชอบอ้างประชาธิปไตย แต่หนีไปอยู่ประเทศที่มีการปกครองอีกแบบแล้วด่าประเทศตนเองเผด็จการ ช่างย้อนแย้ง ส่งน้องสาวมามีอำนาจแต่ให้ใช้อำนาจผิดๆ จนประชาชนขับไล่ไม่มีแผ่นดินอยู่
ล่าสุด ไม่คิดถึงอนาคตลูกสาวจะส่งให้มามีอำนาจเพื่อพาพ่อกลับบ้าน จนหลายฝ่ายออกมาเตือนว่า ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่อีกคน สรุปแล้วประเทศไทยของเรานี่วัฒนธรรมเฮงซวยหรือคนเฮงซวย
กมธ.โหวตคนละเบอร์ชนะ 32:14
เมื่อเวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่)พ.ศ…. มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการแก้กฎหมาย ในประเด็นหมายเลขผู้สมัครส.ส.เขต กับส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ว่าจะใช้เป็นหมายเลขเดียวกันหรือไม่ โดยมีกมธ.ลาประชุม 2 คน คือ 1.นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ รองประธานกมธ. เนื่องจากติดโควิด 2.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ(ปช.) เนื่องจากไปต่างประเทศ
ก่อนการลงมติที่ประชุม เปิดให้กมธ. ได้ ถกเถียงในเหตุผลของแต่ละฝ่าย โดยกมธ.ซีกฝ่ายค้าน จากพรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายไปทางเดียวกันโดยยืนยันให้ใช้บัตรเลือกตั้งส.ส.เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นเบอร์เดียวกัน เพื่อง่ายต่อการจดจำของประชาชน และลดจำนวนบัตรเสีย ขณะที่กมธ.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนยืนกรานว่าบัตรเลือกตั้งส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อต้องเป็นคนละเบอร์กัน เพื่อป้องกันไม่ให้ทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 90 ที่ระบุให้เปิดรับสมัคร ส.ส.เขตในวันแรกก่อน จากนั้นค่อยสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อีกทั้งการใช้หมายเลขคนละเบอร์ยังช่วยป้องกันการซื้อเสียงให้ทำได้ยากขึ้น
กระทั่งเวลา 13.00 น. ที่ประชุมลงมติชี้ขาด ผลปรากฏว่า กมธ.ลงมติเสียงข้างมากด้วยคะแนน 32 ให้ใช้บัตรเลือกตั้งส.ส.เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นคนละเบอร์กัน ตามร่างหลัก และ 14 เสียง ให้ใช้บัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวกัน และงดออกเสียง 1 เสียง คือนายสาธิต
โดยเสียงกมธ.ฝ่ายรัฐบาลแพ็กกันอย่างเหนียวแน่น 32 เสียง จากส.ว. 14 เสียง ครม. 7 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคภูมิใจไทย(ภท.) 3 เสียง พรรคประชา ธิปัตย์(ปชป.) 1 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา(ชพน.) 1 เสียง และพรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) 1 เสียง ส่วนกมธ.ฝ่ายค้าน 14 เสียง ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย 8 เสียง พรรคก้าวไกล(ก.ก.) 3 เสียง พรรคเสรีรวมไทย (สร.) 1 เสียง รวมถึงเสียงกมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ที่แบ่งมาให้ 2 เสียง
ฝ่ายค้านเชื่อมีใบสั่ง-สู้ต่อวาระ 2
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า การเสนอให้ใช้บัตรสองใบเบอร์เดียวกัน เพื่อความสะดวกกับผู้ใช้สิทธิ์ ไม่สร้างความสับสนกับประชาชน แต่การใช้บัตรคนละเบอร์ยิ่งทำให้ผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งไม่ยอมหาเสียงให้พรรคการเมือง และจะยิงลูกโดด การลงมติครั้งนี้เสียงออกมาเป็นกลุ่มเป็นก้อน เชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับ ข้อกังวลจะขัดรัฐธรรมนูญ แต่น่าจะกลัวแลนด์สไลด์จากพรรคเพื่อไทยมากกว่า
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ดูผลลงมติที่ออกมา 32 เสียงของฝ่ายรัฐบาลแล้ว เชื่อว่ามีการสั่งการจากผู้มีอำนาจในรัฐบาลให้ลงมติออกมาในทิศทางเดียวกัน เพราะดูแล้วเป็นไปได้ยาก หากไม่มีการสั่งการมา แต่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยังสู้ต่อไป จะไปอภิปรายเพื่อคัดค้านในการประชุมรัฐสภา วาระ 2
เลื่อนลงมติคุณสมบัติผู้ก่อตั้งพรรค
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เลขานุการกมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ในการประชุมกมธ.วันที่ 31 มี.ค. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ…. จากเดิมที่นัดหมายกมธ.ให้ลงมติประเด็นการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมือง ตามที่นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ เสนอที่ประชุมเห็นว่าควรเลื่อนการลงมติออกไปเป็นสัปดาห์ถัดไป เพื่อรอให้นายอนันต์ ซึ่งรักษาตัวจากอาการติดเชื้อโควิด-19 กลับมาร่วมประชุมได้ก่อน
สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ยังมีประเด็นที่จะพิจารณาต่อ อาทิ การแก้ไขอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเเมือง ที่เก็บจากสมาชิก จากเดิม ปีละ 100 บาท เป็นปีละไม่น้อยกว่า 20 บาท และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคจากสมาชิกแบบตลอดชีพ จากอัตรา ไม่น้อยกว่า 2,000 บาท เป็นไม่น้อยกว่า 200 บาท เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งลงมติเพื่อตัดสิน เพราะต้องรอดูการร่วมประชุมของกมธ.อีกครั้ง