ลูกคนโตร่ำไห้วอนกลับบ้านไล่เช็ก-เจอรถโดนขาย4ทอดสุโขทัยไปอุดร

ตร.เช็กวุ่น 4 ชีวิตพ่อแม่ลูกหายลึกลับ นาน 10 วัน ลูกคนโตร่ำไห้ไม่หยุด ตร.สุโขทัยวอนติดต่อกลับ ลั่นพร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยปัญหาเงินทอง คาดอาจหนีหนี้ 10 ล้าน ไล่เช็กเส้นทางหนี พบปิดมือถือตอนอยู่ลาดกระบัง ส่วนรถกระบะก็ถูกขายทิ้ง 4 ทอด จนไปโผล่ที่อุดรธานี

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ข้อความและภาพประกาศตามหา นายนิรุตน์ บุญชู อายุ 41 ปี น.ส.นฤมล เพ็ชรบุญมี อายุ 41 ปี ด.ช.นฤเบศก์ อายุ 12 ปี และด.ญ.หริญดา อายุ 7 ขวบ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หมู่ 3 ต.บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ขับรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา ทะเบียน บพ 3053 สุโขทัยหายออกจากบ้าน ในอ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ 10 วันแล้ว โดยขาดการติดต่อกับทางญาติ

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 21 เม.ย. รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า ล่าสุดพบรถยนต์กระบะโตโยต้า ทะเบียน บพ 3053 สุโขทัย ถูกส่งไปขายต่อที่เต็นท์รถมือ 2 ใน จ.อุดรธานี ส่วนตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของนายนิรุตน์และครอบครัวทั้ง 3 เบอร์ ระบบของเอไอเอส พบว่า วันที่ 10 เม.ย. ได้ปิดมือถือยกเลิกเบอร์โทรศัพท์ ที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ และจากการประสานข้อมูล ท้องที่คนหายทราบว่า นายนิรุตน์และน.ส.นฤมลได้นำรถกระบะไปขาย ส่วนสาเหตุที่ติดต่อไม่ได้ น่าจะมาจากปัญหาหนี้สินหลาย 10 ล้าน

จากการตรวจไทม์ไลน์พบว่า วันที่ 7 เม.ย. เวลา 15.01 น. พบพิกัดรถผ่านเส้นทาง วชิรบารมี จ.พิจิตร โดยเวลา 15.40 น. น.ส.นฤมลขายรถให้กับนายป้อม นายหน้า คนที่ 1 ที่ปั๊มน้ำมัน สาขาเขื่อนนเรศวร จ.พิษณุโลก ต่อมาเวลา 15.50 น. น.ส.นฤมล โอนเงินปิดบัญชีรถ จากนั้นนายนิรุตน์ขับรถเก๋งอัลติส สภาพกลางเก่ากลางใหม่ สีบรอนซ์ มารอที่ปั๊มระหว่างทำสัญญาซื้อขาย โดยไม่ได้ดับเครื่องรถ และเดินเทียวไปดูที่รถตลอด, ช่วงเช้าวันที่ 8 เม.ย. 65 นายหน้าคนที่ 1 ขับรถกระบะ ทะเบียน บพ 3053 มากรุงเทพฯ แล้วขายต่อให้นายกฤต สมุทรปราการ นายหน้าคนที่ 2 ช่วงเช้าวันที่ 9 เม.ย. รถกระบะทะเบียน บพ 3053 ถูกขายต่อให้นายณัฐวุฒิ ที่จ.เลย นายหน้าคนที่ 3 ก่อนจะถูกขายให้นายนพพล อุดรธานี นายหน้าคนที่ 4 ต่อมาวันที่ 10 เม.ย. นายนพพลได้ประกาศขายรถกระบะหน้าเพจ และจอดขายหน้าเต็นท์รถมือสอง จ.อุดรธานี

นายนพพล พลรักษา อายุ 31 ปี ผจก.เต็นท์รถมือสองประเสริฐยูสคาร์ กล่าวว่า รถยนต์คันนี้ซื้อมาจากนายหน้าชื่อนายณัฐวุฒิ คำรักเกียรติเจริญ ที่จ.เลย เมื่อวันที่ 9 เม.ย.65 ยืนยันซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารรถ มีรูปถ่ายการซื้อขาย บัตรประชาชนทั้งผู้ซื้อและผู้ชายและเอกสารอื่นๆ เกี่ยวกับซื้อขายรถชัดเจน ซื้อรถคันนี้มาในราคา 420,000 บาท แต่วันนั้นโอนไปให้นายณัฐวุฒิ 972,000 บาทเพราะวันนั้นซื้อรถเอาไว้ 2 คันมีรถปิกอัพคันนี้และรถเก๋งอีกคัน ทางร้านเรามีหลายสาขาทั่วประเทศและเราจะมีทีมงานตระเวนซื้อรถบ้าน ส่วนนายณัฐวุฒิไปซื้อมาจากไหนตนเองไม่ทราบ ก็รู้สึกเป็นห่วง 4 ชีวิต อย่างไรแล้วก็อยากให้ออกมาพูดความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น

หายลึกลับ – นายนิรุตน์ บุญชู น.ส. นฤมล เพ็ชรบุญมี สามีภรรยา และลูกชายอายุ 12 ปี ลูกสาว 7 ขวบ หายปริศนานาน 10 วัน หลังขับปิกอัพออกจากบ้าน จ.สุโขทัย ญาติแจ้งความตามหาตัววุ่น สงสัยปมหนี้สิน 10 ล้านบาท

พ.ต.อ.จามร อันดี ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า วันนี้ทางตร.ได้เข้ามาตรวจสอบการซื้อขายรถเบื้องต้นทางร้านซื้อมาอย่างถูกต้อง มีเอกสารครบกรรมสิทธิ์ก็เป็นรถของเต็นท์รถ และทางเต็นท์พร้อมจะให้ความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ แต่ทางตร.เราก็จะได้ตรวจสอบที่มาที่ไปเกี่ยวกับคนซื้อรถมาว่ากี่ทอด ว่ามีอะไรผิดปกติมั้ย โดยเต็นท์รถแห่งนี้ถือเป็นบุคคลที่ 4 แล้วที่ซื้อรถคันนี้มา เราก็จะได้ประสานกับทางพื้นที่ทางสุโขทัยเพื่อประสานการทำงาน ก็อยากให้ทางครอบครัวออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่พบตัวบุคคลทั้ง 4 แต่อย่างใด

รายงานข่าวแข้งด้วยว่า ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ร่วมลงพื้นที่แกะรอยและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามภายในปั๊มน้ำมัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการคลี่คลายคดี เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในปั๊มพบว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 เม.ย. แต่ได้ถูกบันทึกทับไปแล้วเริ่มบันทึกใหม่วันที่ 9 เม.ย. จึงไม่สามารถดูย้อนหลังเหตุการณ์ได้ ทั้งนี้ปั๊มได้ติดต่อฝ่ายเทคนิค เพื่อที่จะดึงข้อมูลในวันเกิดเหตุมาดูอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ตำรวจชุดสืบสวนจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ามีผู้ขับรถยนต์มารับทั้ง 4 คน ออกไปจากปั๊มน้ำมัน ก่อนจะหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ในที่สุด

วันเดียวกันนายวัชระ เกิดทอง ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 บ้านลุเต่า ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย กล่าวว่า เรื่องที่ครอบครัวของ 4 คนพ่อแม่ลูก ซึ่งหายจากบ้านไปหลายวัน พวกตนไม่รู้สาเหตุจริงๆ ว่า ไปไหน มีปัญหาอะไรกันแน่ นายนิรุตน์นอกจากจะเป็นลูกบ้านแล้วยังเป็นญาติห่างๆ กันอีกด้วย ทั้งนี้ นายนิรุตน์เป็นคนอัธยาศัยดี เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของตนเอง แต่หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาได้ย้ายไปอยู่ที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม ไปซื้อบ้านอยู่ใหม่ ส่วนน.ส.นฤมล ภรรยา มีอาชีพเป็นนักบัญชี แต่รายละเอียดนั้นไม่ทราบ ตอนที่นายนิรุตน์อยู่ที่นี่ก็มีอาชีพเลี้ยงหมู เลี้ยงวัว

ด้านนายสอบ บุญชู หรือตาล้วน พ่อของนายนิรุตน์ กล่าวว่า ตอนนี้ลูกชายไม่มีการติดต่อมา ยังไม่รู้ว่าไปไหนกันแน่ แต่โดยทั่วไปลูกชายและครอบครัวเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดนานสุด 7-8 วันก็กลับ แต่ที่ต้องไป แจ้งคนหายเพราะครั้งนี้ไปนานเกิน 10 วัน ตนรู้สึกสงสารหลานสาวที่เอาแต่ร้องไห้จนตาบวม คิดถึงพ่อแม่และน้องๆ เนื่องจากติดต่อกันไม่ได้เลย

นายสอบกล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่หลานสาวไม่ได้ไปกับครอบครัวเมื่อ 10 กว่าวันก่อนก็เพราะหลานสาวต้องไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ และเพิ่งกลับมาในช่วงสงกรานต์นี้ แล้วไม่เจอครอบครัวจึงเกิดความเป็นห่วง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนิรุตน์มีปัญหาครอบครัวหรือปัญหาการเงินอะไรที่พอจะเป็นเหตุให้ครอบครัวนี้ต้องหายตัวไปหรือไม่ นายสอบกล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะลูกชายย้ายไปอยู่ที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม นานแล้ว ส่วนลูกสะใภ้เป็นคน จ.อุตรดิตถ์ เป็นนักบัญชี แต่มาอยู่ด้วยกันทำอาชีพอะไรนั้นตนไม่ทราบ ได้แต่รอให้ลูกชายติดต่อกลับมาเท่านั้น

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.บ้านไร่ ได้พานายสอบและน้องอุ้ยลูกสาวคนโตวัย 19 ปี ของนายนิรุตน์ เดินทางไปยังที่บ้านพักของครอบครัวนายนิรุตน์ ที่ อ.ทุ่งเสลี่ยมตรวจสอบว่ามีร่องรอยอะไรที่พอจะเป็นเบาะแสเพิ่มเติมได้บ้าง เมื่อเข้าไปภายในบ้าน พบว่าสภาพบ้านยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยดี ข้าวของเครื่องใช้อยู่ครบเป็นระเบียบไม่มีร่องรอยการรื้อค้นภายในบ้านแต่อย่างใด

พ.ต.อ.ชัชวาล เมืองดี ผกก.สืบสวน บก.ภ.สุโขทัย กล่าวว่า ได้ส่งชุดสืบเข้าไปติดตามสืบหาความจริงถึงการหายตัวไปในครั้งนี้ ตอนนี้ครอบครัวนี้มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ โดยเฉพาะลูกสาววัย 19 ปี ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ที่จู่ๆ ต้องมารับรู้ว่า พ่อแม่และน้องๆ หายตัวไปสิบกว่าวันแบบไร้ร่องรอย แถมยังขาดการติดต่อ ลูกอีกสองคนยังอยู่กับพ่อแม่ แต่น้องอุ้ยต้องมาเผชิญกับกระแสสังคมแบบนี้น่าเป็นห่วงว่าจิตใจน้องจะรับสภาพไม่ไหว จึงอยากให้นายนิรุตน์และน.ส.นฤมลติดต่อกลับมาหาครอบครัว หรือติดต่อกลับมาหา เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทางใดก็ได้ ซึ่งหากเป็นประเด็นที่ทางเจ้าหน้าที่ตั้งข้องสันนิษฐานไว้ ว่าน่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หรือไประดมทุนมาและหมุนเงินไม่ทัน หากเป็นเช่นนั้นจริง ทางเจ้าหน้าที่จะได้หาคนกลางมาไกล่เกลี่ยพูดคุยประสานงานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทางเจ้าหน้าที่พร้อมให้การช่วยเหลือตลอดเวลา ขอให้บอกที่อยู่ที่แน่ชัด และจะไปรับมาให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหนี้มาแสดงตนหรือแจ้งความร้องทุกข์เลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน