เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายประเทือง ช้อยบัวงาม อายุ 60 ปี คนขับรถสองแถวสายอุทัยธานี-หนองฉาง จ.อุทัยธานี กล่าวว่า ขณะนี้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่พวกตนก็ยังเก็บค่าโดยสารคนละ 25 บาทเท่าเดิม บางเที่ยวมีลูกค้าเพียง 2 คน หรือเต็มคันบ้าง ต้องเฉลี่ยกันไป ตอนนี้ค่าน้ำมันที่ต้องจ่ายอย่างน้อยอยู่ที่ 2 วัน 500 บาท ถ้าเติมทีเดียวจะไม่เหลือเงินไปซื้อกับข้าว หากเทียบระยะทางอุทัยธานี-หนองฉางแล้วไปกลับอยู่ที่ประมาณ 44 ก.ม. ถือว่าแบกรับภาระค่าน้ำมันมากพอสมควร ยังไม่รวมค่าภาษี ค่าซ่อมบำรุงต่างๆ อีก
ด้านนายวันเพ็ง โกฎเกตุ อายุ 57 ปี คนขับรถสามล้อ สกายแล็บ กล่าวว่า ตอนนี้แบกรับต้นทุนค่าน้ำมันหนักเช่นกัน จากเดิมปกติเติมน้ำมัน 100 บาท ต้องเติม 200 บาท แต่ยังคงเก็บค่าบริการลูกค้าเท่าเดิม เพราะเห็นใจผู้โดยสารที่มีภาระรายจ่ายเพิ่มเหมือนกัน อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องสวัสดิการค่าน้ำมันด้วย

ขึ้นราคา – วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างริมถนนวิภาวดีฯ หน้าวัดเสมียนนารี เขตจตุจักร ติดป้ายประกาศขอปรับค่าบริการ จากราคาเริ่มต้น 10 บาทเป็น 15 บาท หลังจากราคาน้ำมันเบนซิน ปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง
นายเวสสุวรรณ ยิ้มเจริญ นายท่าขนส่ง บขส.อุทัยธานี กล่าวว่า รถตู้ที่สถานียังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสาร เพราะต้องรอดูคำสั่งจากทางขนส่งว่าจะดำเนินการอะไรหรือไม่ ตอนนี้ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นมาอีกเที่ยวละ 100 บาท ไปกลับ 200 บาท รวมแล้วจากเติมน้ำมันรอบละ 600 กว่าบาท ตอนนี้เป็น 900 บาท รวมแล้วถ้า 1 วัน วิ่ง 6 รอบ ต้องจ่ายเพิ่มไปอีกวันละ 1,000 กว่าบาท
ขณะที่นางขวัญใจ จำปา อายุ 51 ปี เจ้าของร้านขวัญใจข้าวกล่อง ภายในตลาดเซ็นเตอร์พ้อยท์ ในเขตเทศบาลนครตรัง จ.ตรัง ซึ่งเปิดมานาน 15 ปี กล่าวว่า ร้านจะมีเมนูมากกว่า 10 อย่าง ขายกล่องละ 35 บาท พอเจอวัตถุดิบ เช่น น้ำมัน เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ ปรับราคาเพิ่มขึ้น ร้านจึงปรับการซื้อวัตถุดิบจากที่เคยซื้อในห้างสรรพสินค้า หันมาซื้อหน้าฟาร์มแทน เพื่อลดต้นทุน หากวัตถุดิบขยับตัวขึ้นต่อไปจะขอปรับราคาข้าวกล่อง