เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีอุบัติเหตุสยองรถยนต์กระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บริเวณถนนรัชดาภิเษกขาเข้า แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เลยช่วงทางโค้งอันตรายที่ได้ชื่อว่าโค้งร้อยศพ ประมาณ 200 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีถึง 5 ศพ บาดเจ็บอีก 2 ราย ศพของนางกิ่งแก้ว กิมเต็ก อายุ 41 ปี จะถูกนำร่างไปฌาปนกิจที่ จ.ปราจีนบุรี บ้านเกิด ส่วนอีก 4 ศพ เป็นชาว ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ประกอบด้วยนางอนงค์ เกิดรัมย์ อายุ 40 ปี, นายฤทธิเกียรติ เปียขุนทศ อายุ 26 ปี, นายเทวัญ แก้วกลม อายุ 35 ปี และนายธวัชชัย แก้วกลม อายุ 30 ปี สองพี่น้อง
บรรยากาศทั่วไปชาวบ้านได้ออกมาช่วยเตรียมงานกันเป็นจำนวนมาก ผู้หญิงจะช่วยกันเตรียมข้าวปลาอาหาร ส่วนผู้ชายจะช่วยหาฟืนมาเตรียมไว้เป็นเชิงตะกอน เผาร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากเมรุเผาไม่ทัน และอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นญาติ ได้ไปทำพิธีตามประเพณี

รับ5ศพ – ญาติผู้เสียชีวิต 5 รายจากเหตุกระบะชนเสาไฟฟ้าที่โค้งรัชดา มารับศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ด้วยความเศร้าโศก โดย 1 รายนำไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ปราจีนบุรี ส่วนอีก 4 ราย รับไปที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.
นางเชย เกิดรัมย์ อายุ 74 ปี แม่ของนายอนงค์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต บอกว่า ปกติลูกชายจะรับจ้างทั่วไปในหมู่บ้าน ได้ค่าจ้างวันละ 100-200 บาท ก่อนเกิดเหตุได้มีญาติมาชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ จึงตัดสินใจไปด้วย เพราะจะได้ค่าแรงสูงกว่าอยู่บ้าน ไม่คิดว่าจะไปเกิดเหตุแบบนี้
ด้านนายมนัส ชำนาญกอง อายุ 67 ปี สัปเหร่อ วัดบ้านยาง ต.ตาจง อ.ละหานทราย บอกว่า ที่ผ่านมาเคยเผาศพคนในหมู่บ้านครั้งละ 2 ศพครั้งเดียว นอกนั้นเผาทีละศพ เพราะเป็นหมู่บ้านไม่ใหญ่ มีเพียงครั้งนี้ที่เผามากที่สุด 4 ศพ แต่เมรุของวัด ซึ่งเป็นเมรุขนาดเล็ก เผาสูงสุดได้วันละ 1 ศพ คณะกรรมการวัดจึงประชุมกัน โดยจะเผาในเมรุ 1 ศพ ส่วนอีก 3 ศพจะเผาบนเชิงตะกอนกลางแจ้ง และทำพิธีพร้อมกันหมดทุกศพ จากที่ได้รับแจ้งมา ศพจะเดินทางมาถึงเย็นวันนี้ และจะฌาปนกิจในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) น.ส.สมใจ กิมเต็ก อายุ 46 ปี เดินทางมารับศพนางกิ่งแก้ว กิมเต็ก อายุ 41 ปี น้องสาว เพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศล 3 วัน ที่วัดใหม่กรงทอง จ.ปราจีนบุรี ส่วนน.ส.ประกาย พอกพูนดี อายุ 49 ปี เป็นตัวแทนญาติ ผู้เสียชีวิตมารับทั้ง 4 ศพ โดยจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านหนองยางโป่งสะเดา ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า