ถกร่วมชัชชาติ บิ๊กป๊อกเชื่อมือ ยันทำงานดีแน่

ฝ่ายค้านแย้มบัญชีเชือด ‘ตู่’ กับ 5 รัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ คลัง-พาณิชย์-คมนาคม-สาธารณสุข-เกษตรฯ ‘ป้อม’ ไม่ตอบส.ส.งูเห่าฝ่ายค้าน จะหนุนโหวตซักฟอกด้วยหรือไม่ ‘อาคม’ นั่งประธาน กมธ.งบฯ เศรษฐกิจไทย-พรรคเล็กพรึบ นั่งรองประธาน-เลขาฯ-ที่ปรึกษา วิปรัฐบาลเผยไทม์ไลน์ รัฐสภาเปิดถกกฎหมายลูกเลือกตั้ง 23-24 มิ.ย. ‘ป๊อก’ เปิดประชุมสภา กทม.นัดแรก เชื่อมือ ‘ชัชชาติ’ ทำงานดีแน่นอน ยันมหาดไทยไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายงาน ‘ชาดา’ โพสต์ขอโทษ ‘ณัฐวุฒิ’ รับขว้างโทรศัพท์จริง เพราะนึกว่า ชี้หน้า แต่ยันไม่ได้ตบ ‘ตู่’ ยกคณะทัวร์ภูเก็ต นักการเมืองแห่รับ ยอมรับเป็นนายกฯ นานไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้จะอยู่จนตายคารัง

ตู่บินภูเก็ต-สส.พปชร.แห่รับ
เวลา 13.00 น. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางถึงจ.ภูเก็ต โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าฯ ภูเก็ต และนักการเมืองในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้อนรับ อาทิ นาย สุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต เขต 1 นายนัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 และนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณพร้อมระบุ “จำได้ทุกคน จำหน้าได้” และให้กำลังใจว่า “สู้เขาได้อยู่ แต่ก็แข่งกับเขาให้ได้ก็แล้วกัน” จากนั้นเข้าไปยังห้องรับรองและพูดคุยเป็นการส่วนตัวประมาณ 5 นาที

พล.อ.ประยุทธ์ยังทักทายและให้กำลังใจนักท่องที่ยวและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใน ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยรถยนต์ไปยังโรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เพื่อรับฟังรายงานการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยพระครูเมตตาภิรม ทวีสมาน เจ้าอาวาสวัดพุทธมงคลนิมิตร ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร นายวิทยา เกตุชู ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต และน.ส.วิไลพร ปิติมานะอารี ผู้แทนบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน)

สักขีพยาน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม พร้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ตรวจเยี่ยมงานการพัฒนาการศึกษาของจ.ภูเก็ต และร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือด้านการศึกษา ที่ร.ร.พุทธมงคลนิมิตร ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 มิ.ย

ลั่นรัฐบาลไม่ท้อ
เวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร ตรวจเยี่ยมงานการพัฒนาการศึกษาของจ.ภูเก็ต พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือด้านการศึกษา โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นายกฯ มาเพราะให้ความสำคัญกับภูเก็ตเพราะคือหน้าตาประเทศ ภูเก็ตก้าวข้ามช่วง โควิดมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบรุนแรง แต่ที่เราไม่เคยท้อคือจิตใจพวกเรา รัฐบาลก็ไม่เคยท้อ แม้เจอปัญหาโลกแห่งความไม่แน่นอนหรือโลกแห่งความผันผวนท้าทายและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ส่วนเรื่องการศึกษา นายกฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากตั้งแต่วันแรกที่เป็นนายกฯ เป็นหนึ่งในหัวข้อหลักในยุทธศาสตร์ชาติคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขณะที่รัฐบาลทำทุกอย่างแม้เผชิญปัญหาอย่างมากมาย แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องการศึกษาเพราะคืออนาคตของประเทศไทย

พ้อเป็นนายกฯคิดจนหัวแตก
ที่ผ่านมารัฐบาลทุ่มเทอย่างหนัก หลายอย่างอยู่ในกระบวนการสำเร็จไปบ้าง กำลังจะทำใหม่บ้าง ส่วนงบประมาณต้องเข้าใจว่ามีหลายส่วนด้วยกันและสภาเพิ่งอภิปรายผ่านวาระแรก ขอให้เข้าใจรัฐบาลจะดูแลเต็มที่และจะพิจารณาว่าจะสามารถตัดในส่วนที่เกินหรือเติมในส่วนที่ขาดอย่างไรได้บ้าง ยืนยันให้ความสำคัญในส่วนท้องถิ่น หลายอย่างรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนต้องช่วยกันทั้งคู่ ขอให้ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำอย่างไรเราจะไปด้วยกันได้ ขอให้ทุกคนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ขณะที่นายกฯ คิดจนหัวจะแตก ซึ่งตนเป็นนายกฯ ไม่ใช่รู้ทุกเรื่องแต่ถามคนโน้นคนนี้แล้วมาหารือกัน

ช่วงท้าย นักเรียนร่วมกันร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” ที่เด็กๆ ระบุซุ่มซ้อมมา 3 วัน พล.อ.ประยุทธ์เดินเข้าไปยังกลุ่มเด็กๆ พร้อมร้องเพลงคลอไปด้วยความปลาบปลื้ม กล่าวย้ำกับเด็กๆ ว่า เราต้องรู้จักว่าบ้านเกิดเมืองนอนของเราคือที่ไหน ที่นี่คือประเทศไทย และนี่คือธงชาติไทยที่เราต้องร่วมกันรักเทิดทูนสถาบันชาติกันต่อไป

รับอยู่นานแต่ไม่ตายคารัง
เวลา 15.30 น. ที่โรงแรมบียอนด์ รีสอร์ท กะตะ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนากําหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเมื่อนายกฯกล่าวช่วงหนึ่งว่า ไม่มีใครจะแก้ปัญหาได้เพียงลำพังทั้งสิ้น ถ้าดีเอาไปเลย ถ้าไม่ดีตนรับผิดชอบเอง เมื่อพล.อ.ประยุทธ์พูดมาถึงตรงนี้ มีเสียงตะโกน “ลุงตู่สู้ๆ” ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมสู้มาตลอดอยู่แล้ว สู้จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เมื่อสักครู่นั่งในห้องกับรัฐมนตรีแรงงาน เห็นทะเลภูเก็ตอยากลงน้ำจริงๆ 8 ปีไม่เคยเหยียบน้ำทะเลเลย ทั้งที่แต่ก่อนได้ไปทุกที่ ได้ลงน้ำทะเลอย่างอิสระเสรี แต่ทุกวันนี้ไปไหนไม่ได้ จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ไม่ได้โกรธใครทั้งสิ้น แต่ผมไม่ต้องการให้เป็นภาระของใครและไม่อยากให้มีสิ่งที่เป็นปัญหากับผม แต่คิดถึงน้ำทะเล คิดถึงทะเลใสใส ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย”

ในตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “นายกฯ เป็นคนที่นึกถึงคนอื่นเสมอ อยากให้ทุกอย่าง วันนี้มาก็ให้หัวใจคนภูเก็ตไปหมดแล้ว ผมไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน แต่อาจเป็นนานหน่อย แต่มันก็ทำให้งานมันเดินเพราะเรามียุทธศาสตร์ แต่ผมไม่ได้อยู่จนตายคารังเสียเมื่อไหร่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนอยู่แล้ว แต่ในขณะที่อยู่ก็ขอให้ช่วยกัน ผมพร้อมจะยิ้มให้ทุกคน ความจริงผมเป็นคนใจดีนะ ขอบคุณมากๆ ผมมีความตั้งใจ มีความพยายามสูงแต่จะสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่เราช่วยกัน”

ฝ่ายค้านสรุปญัตติเชือดไม่เกิน8มิ.ย.
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวหลังประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า คืบหน้าไปแล้ว กว่าร้อยละ 90 พรรคร่วมยังขอสรุปความ ถูกต้อง วันที่ 7 มิ.ย.จะได้ข้อสรุป รัฐมนตรี ที่จะถูกอภิปรายหลักคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ เช่น คลัง พาณิชย์ คมนาคม สาธารณสุข เกษตรฯ จะมีกระทรวง อื่นๆ เพิ่มเติมอีกคาดไม่เกิน 8 มิ.ย.จะได้ข้อสรุปและแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนได้ โดยจะยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาวันที่ 15 มิ.ย.นี้

เมื่อถามว่าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) และพรรคเล็ก มีแนวโน้มร่วมอภิปรายด้วยหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องคุยอะไรเยอะ ที่ผ่านมาก็รู้กันอยู่แล้วว่าใครควรทำอะไร แต่ พท.ต้องเดินหน้ายืนด้วยขาตัวเองให้แหลมคมมากที่สุด ใครจะมาไม่มาเป็นประเด็นรอง เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ดต่างจากทุกครั้งอย่างไร นาย สุทินกล่าวว่า เราก็คิดว่าเด็ด การอภิปรายงบที่ผ่านมาเราก็ยังพูดไม่หมด เพราะจะเอาข้อมูลมาอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งสุดท้าย คิดว่าครั้งนี้จะดีและสมบูรณ์กว่าทุกครั้ง

ปัดข้อสอบรั่ว-เมิน 7 งูเห่า
เมื่อถามว่าข้อสอบจะรั่วหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ก็ลือกันไป แต่ความจริงแล้วไม่ถึงกับเป็นข้อสอบรั่วหรือข้อมูลรั่ว เพราะบางครั้งคนรู้กันอยู่ ดักทางกันง่าย เมื่อถามถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พท. จะอภิปรายนอกสภาควบคู่การอภิปรายในสภา นายสุทินกล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันแต่สามารถเกิดขึ้นได้

เมื่อถามว่ากังวล 7 ส.ส.งูเห่าที่จะยกมือโหวตไว้วางใจให้รัฐบาลหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่กังวล มองเป็นเรื่องธรรมชาติ สังคมก็ตัดเสียงเหล่านี้ออก จึงไม่คาดหวังกับส.ส.เหล่านี้อยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าร้อยละ 90 ของฝ่ายค้านทั่วโลกไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ในการอภิปราย แต่เนื้อหาสาระต่างหากที่ทำให้รัฐบาลเสื่อมและสังคมจะลงโทษ อาจแพ้หลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือจบที่การเลือกตั้ง

ก้าวไกลล็อกเป้า3ป.
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายฯ ในส่วนพรรคก้าวไกล(ก.ก.) เบื้องต้นยังยึด 3 ป. เป็นเป้าหมายหลัก คือพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เพราะกุมอำนาจ คสช. หากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด นอกจากนี้ ก.ก. ยังตั้งใจจะอภิปรายฯนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เป็นประเด็นสืบเนื่องมาจากเรื่องที่ดิน และการออกโฉนดทับซ้อน โดยประเด็นการอภิปรายฯ จะขยายลึกลงลงไปจากเดิม

ทั้งนี้ รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายฯที่พรรคเสนอในที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน เป็นเพียงรายชื่อขั้นต้น พรรคยังคงแสวงหาข้อมูลให้มากที่สุด จึงอาจมีเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อรัฐมนตรีได้เสมอ จนกว่าจะถึง 15 มิ.ย.ที่จะยื่นญัตติ ซึ่งต้องผ่านการหารือร่วมกับพรรคฝ่ายค้านว่าสรุปแล้วจะอภิปรายรัฐมนตรีกี่คน ประเด็นใดบ้าง

เปิดตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัว ‘เจ๊นาง’ นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่ย้ายจากพรรคภูมิใจไทยมาซบไทยสร้างไทย เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 ที่วัดสว่างหัวนาคำ อ.ยางตลาด

ป้อมรูดซิปปม‘งูเห่า’
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธการตอบคำถาม การหยั่งเสียงรัฐบาลในการอภิปรายพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่ผ่านมา จะมีผลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้รัฐบาลอยู่ครบเทอมหรือไม่ โดยพล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถามแต่รีบเดินขึ้นรถเพื่อเป็นประธานเปิดการประชุมแถลงผลงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์

ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตรยังคงปฏิเสธจะตอบคำถามเรื่องการเมือง กรณีมีเสียง 7 ส.ส.งูเห่าของฝ่ายค้านโหวตสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.งบ ทำให้รัฐบาลมั่นใจการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรายบุคคลจะได้เสียงสนับสนุนให้ผ่านไปได้หรือไม่ โดยพล.อ.ประวิตรนิ่งเฉย และเดินขึ้นรถเดินทางกลับทันที

กมธ.งบฝ่ายค้าน-ไม่ใช่ตรายาง
นางอนุรักษ์ บุญศล ส.ส.พท. ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ กล่าวว่า จะไม่ปล่อยให้รัฐบาลนำเงินของแผ่นดิน เงินของประชาชน ไปใช้จ่ายตามอำเภอใจอย่างแน่นอน จะไม่ยอมเป็นตรายางให้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้จะให้ความสำคัญกับงบแก้ปัญหาภัยแล้งมากที่สุด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงงบกลางของสำนักนายกฯ เพราะแต่ละปี พล.อ.ประยุทธ์ ใช้งบแก้ภัยแล้งปีละเกือบ 20,000 ล้านบาท รวม 3 ปีที่ผ่านมาใช้ไม่ต่ำกว่า 60,000 ล้านบาท แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

รัฐบาลไม่มีแผนงานบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกปีเกษตรกรหลายจังหวัดไม่มีน้ำทำการเกษตร ส.ส.ในพื้นที่นำ ปัญหาภัยแล้งไปอภิปรายในสภา ทั้งหารือ และตั้งกระทู้ถามแต่รัฐบาลไม่เคยสนใจ พล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นโรคหูดับ กล้าพูดว่ารัฐบาลไม่เคยได้รับการร้องเรียนเรื่องภัยแล้ง งบแก้ภัยแล้งของรัฐบาลหลายหมื่นล้านเอาไปทำอะไร หรือเป็นงบไอติม กว่าจะถึงชาวบ้านละลายเหลือแต่ไม้

วิปรัฐปัดไลฟ์สดกมธ.งบ
เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.พปชร. ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ผลโหวตร่างพ.ร.บ.งบ เพราะให้เกียรติฝ่ายค้าน แต่ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนตำหนิประเทศไทย รัฐบาลและพรรคอื่น ไม่เคยหันกลับไปดูตัวเองหรือพรรคตัวเอง เรียกว่าอาการของผู้ผิดหวังจากการจะเข้ามาแสวงอำนาจในการบริหารประเทศ ติติงรัฐบาลไปเรื่อย ถ้าฝ่ายค้านมาเป็นรัฐบาลในขีดจำกัดของภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะโควิดและภาวะรายได้ที่ประเทศจัดเก็บได้เท่านี้ก็ไม่สามารถจัดงบประมาณให้ดีกว่านี้ ส่วนกรณีฝ่ายค้านเสนอให้ไลฟ์สดการประชุม กมธ.เพื่อป้องกันการตบทรัพย์นั้น ไม่มี พูดกันไปเรื่อย ยืนยันไม่มีแน่นอน เป็นการพูดดาวน์เกรดรัฐบาลและพรรคการเมือง

ถกกฎหมายลูก 23-24 มิ.ย.
การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.ตำรวจมีผู้แปรญัตติจำนวนมาก การพิจารณา 9-10 มิ.ย.อาจไม่แล้วเสร็จ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กำหนดวันเพิ่มเติมอีก 2 วัน ได้แก่ 16-17 มิ.ย. จากนั้นวันที่ 23-24 มิ.ย. จะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ส่วนตัวไม่กังวลเรื่องกฎหมายลูกทั้งสองฉบับ เพราะเสียงข้างมากในชั้น กมธ.เห็นพ้องต้องกัน เป็นเสียงข้างมาก แต่ต้องไปดูในชั้นการประชุมร่วมรัฐสภาเพราะยังไม่ทราบว่า ส.วและพรรคเล็กจะคิดเห็นอย่างไรที่แตกต่างออกไป

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่กรณี ส.ว และ ส.ส.พรรคเล็กสงวนคำแปรญัตติเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 และ 500 นายนิโรธกล่าวว่า ไม่กังวล เป็นเรื่องที่แต่ละคนต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิและเสรีภาพว่าจะทำอย่างไรให้สมดุล พรรคเล็กอาจเห็นว่าเสียเปรียบจึงต้องต่อสู้ด้วยการแปรญัตติ สุดท้ายยังไม่ทราบว่าต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

คาดถกปิดสวิตช์สว.16-17มิย.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ผู้นำยื่นญัตติร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ… มาตรา 272 เพื่อ ตัดอำนาจส.ว. ไม่ให้ร่วมลงมติเลือกนายกฯ กล่าวว่า ตามขั้นตอนการตรวจสอบและบรรจุเข้าสู่วาระ ขณะนี้ไม่รับแจ้งว่ามีปัญหา ดังนั้นเชื่อว่าที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขฯ ที่ตนยื่นในช่วง 16-17 มิ.ย. หรือ 23-24 มิ.ย. และตนพร้อมชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อถามว่าหวังว่าส.ว.จะสนับสนุนและผ่านชั้นรับหลักการหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่พร้อมชี้แจงเหตุผลให้ดีที่สุด

นัดแรก – คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ประชุมนัดแรก มีนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ซึ่งอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว มีมติเลือกนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นประธานกมธ. กำหนดประชุมตั้งแต่ 6 มิ.ย.-3 ส.ค. ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.

‘อาคม’ปธ.กมธ.งบ-พรรคเล็กอื้อ
เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 นัดแรก เพื่อเลือกประธานกมธ.และตำแหน่งต่างๆ โดยมีนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พท. ซึ่งอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว

ที่ประชุมมีมติให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นประธานกมธ. ส่วนรองประธานกมธ. 24 คน อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง, นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง, นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล, นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพท. นายกิตติรัตน์ ณ ระยอง รองหัวหน้า พท. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย เป็นต้น

เลขานุการ กมธ. 9 คน อาทิ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.พปชร., น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.ศท., โฆษกกมธ. 10 คน อาทิ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.พปชร. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้า พท. และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.พรรคเพื่อชาติ (พช.), นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพปชร., ที่ปรึกษา กมธ. 11 คน อาทิ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.พท., นายไผ่ ลิกค์ ส.ส. ศท. นายปวีณ แซ่จึง อดีตส.ส. พท. สามีนางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ ที่อนาคตจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

17 ส.ค.ถกวาระ 2
เวลา 16.00 น. นายยุทธพงศ์แถลงหลังประชุมว่า หลังที่ประชุมมีมติเลือกตำแหน่งต่างๆ โดยให้ นายสันติ รองประธานคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานแทน เนื่องจากนายอาคมไม่ได้มาร่วมประชุม ซึ่งได้พิจารณากรอบเวลาการประชุม ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดย วันที่ 7 มิ.ย. เป็นการประชุมครั้งแรกที่จะพิจารณาเนื้อหา ประกอบกับมีการประชุมครม.และให้เจ้าหน้าที่เตรียมข้อมูล จึงนัดประชุมเวลา 13.00 น. การพิจารณาจะเริ่มต้นตั้งแต่ 6 มิ.ย. ถึงวันที่ 3 ส.ค.65 จากนั้น 5 ส.ค. กมธ.จะตรวจรายงานก่อนเสนอกลับเข้าที่ประชุมสภา เพื่อพิจารณาวาระที่ 2-3 โดยกำหนดการพิจารณาวาระ 2-3 คือวันที่ 17-18 ส.ค.

แนวทางพิจารณาจะพิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ จากนั้นเริ่มพิจารณากลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจ กลุ่มภารกิจด้านความมั่นคง ปิดท้ายด้วยหน่วยงานอิสระ ส่วนการตั้งคณะอนุกมธ.คงพิจารณาหลังจากกมธ.พิจารณาไปแล้ว 2 สัปดาห์ การประชุมไม่ผ่านระบบซูมเหมือนปีที่แล้ว ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะผบ.เหล่าทัพ ต้องมาชี้แจงด้วยตนเอง เนื่องจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว

ส่วนงบของกลาโหมซึ่งวาระที่ 1 ถูก ท้วงติงมากโดยเฉพาะการจัดซื้ออาวุธของทุกเหล่าทัพ เชื่อว่าในชั้นกมธ.ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นแน่นอน เช่น เครื่องบินรบ F-35 ที่กองทัพอากาศเสนอซื้อ ตอนนี้ส.ส.และกมธ.เพิ่งได้รับเอกสารขาวคาดแดงแต่ไม่มีรายละเอียด ยืนยันว่าเป็นงบฟุ่มเฟือยและเป็นไขมันต้องตัดออก ไม่ปล่อยผ่านแน่นอน เรือดำน้ำไม่เป็นประโยชน์ ไม่เหมาะกับภาวะขณะนี้ แต่ปี 66 กองทัพเรือไม่ได้ตั้งงบเรือดำน้ำลำที่ 2-3 แต่เป็นเรื่องงบผูกพันของลำที่ 1 ที่ต้องพิจารณา

ป๊อกถกสภากทม.นัดแรก
เวลา 13.32 น. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานการ ประชุมสภากทม. โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมรองผู้ว่าฯ กทม. และปลัดกทม. ส.ก. คณะผู้บริหาร ผอ.เขต 50 เขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมนัดแรก

ก่อนจะมีการประชุม และมีมติเลือก นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภากทม.

สภากทม. – พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครนัดแรก โดยมีส.ก.ที่ได้รับการรับรอง 45 เขตเข้าร่วมประชุม ที่ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.

ยัน‘ชัชชาติ’ทำงานไร้รอยต่อ
พล.อ.อนุพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า การพูดคุยวันนี้เป็นเรื่องกว้างๆ ของการทำงาน ผู้ว่าฯ กทม.มีเจตนาที่จะทำให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ตนจึงเรียนว่า มหาดไทยพร้อมสนับสนุน ทุกอย่าง และไม่มีปัญหาในการทำงาน ซึ่งบรรยากาศการประชุมดีเพราะนายชัชชาติทำงานมานาน

เมื่อถามว่า พล.อ.อนุพงษ์ เป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดรอยต่อ พล.อ. อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน อันดับแรก กทม.เป็น อปท.โดยกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ด้วยตนเอง มีแผนพัฒนาและมีข้อบัญญัติของตนเอง ไม่ต้องไปขอความเห็นชอบจากใคร

“ผมไม่มีอำนาจไปก้าวก่ายการทำงานของนายชัชชาติ และกทม.เป็นการปกครอง ท้องถิ่นที่เป็นอิสระ เพราะฉะนั้นไม่มีรอยต่อ ไม่เกี่ยวกัน นายชัชชาติสามารถทำตามอำนาจหน้าที่ แต่หากต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลก็จะสนับสนุนเต็มที่” รมว.มหาดไทยกล่าว เมื่อถามว่าหลายคนคาดหวังว่าจะทำให้กทม.พัฒนาไปมากน้อยขนาดไหน พล.อ. อนุพงษ์กล่าวว่า ดีแน่นอน เพราะผู้ว่าฯ ชัชชาติ มีความตั้งใจในการทำงาน

หน้าที่ผู้ว่าฯกทม.-ผวจ.ต่างกัน
ส่วนสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นอำนาจหน้าที่ของกทม.ที่ดำเนินการ ที่ผ่านมา กทม.มีปัญหามานานแล้ว การแก้ไขรวมถึงการเจรจากำลังรอเข้าสู่ครม.พิจารณา เมื่อมี ผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ สภากทม.จะทำหนังสือว่าจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามว่า กระแสนายชัชชาติมาแรง ทำให้เกิดโดมิโนไปถึงจังหวัดอื่นที่อยากเลือกตั้งผู้ว่าฯ ด้วย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะต่างกัน กทม.มีหน้าที่บริการสาธารณะแต่พื้นที่อื่นๆ ไม่ใช่ ผู้ว่าฯ กทม.มีหน้าที่เชื่อมต่อกับอำนาจส่วนกลางลงไปในพื้นที่ ยึดโยงกับพื้นที่คนละอำนาจกัน

ชาดาขอโทษณัฐวุฒิ-ยันไม่ได้ตบ
จากกรณีเมื่อ 2 มิ.ย. ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ 66 เกิดเหตุการณ์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ภท. ตบหน้าและขว้างโทรศัพท์ของนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ล่าสุด เมื่อเวลา 18.15 น. นายชาดาโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงระบุ “ไม่อยากพูดแต่ต้องพูด ผมไม่ได้แซงคิวและผมไม่ได้ตบ แต่ขว้างโทรศัพท์จริง….การประท้วงต่อท่านประธานน่ะถูก แต่ที่ผมโกรธเพราะเอาคำอภิปรายผม พูดแทนเด็ก ไม่สมควรเอามาหมิ่นผม ผมถือว่าไม่ถูก กรณีท่านส.ส.ณัฐวุฒิยื่นโทรศัพท์ให้ผมดู ผมเข้าใจว่าชี้หน้า หลานผมที่เป็นส.ส. บอกว่าท่านไม่ได้ชี้หน้า อันนี้ผมผิดเต็มๆ เรื่องโทรศัพท์ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ตบ คนที่บอกนักข่าวใช้ไม่ได้ มือใหญ่ขนาดผมตบใครคงร่วง

จะอย่างไรก็ตาม ผมต้องชื่นชม และยกย่องท่าน ส.ส.ณัฐวุฒิ ท่านไม่ออกมาพูดให้เรื่องยาว ผมต้องขอบคุณท่านอย่างมาก แต่ผมส.ส.ชาดาต้องขอโทษ ท่านส.ส.ณัฐวุฒิ พรุ่งนี้วันเกิดผม ผมต้องออกมาแก้บ้าง มิฉะนั้นพวกอันธพาลคอมพ์จะด่าแต่คนอื่น ถามว่าคนอย่างพวกคุณเคยผิดป่าว อย่าด่าคนอื่นให้ตัวเองดูดี แต่ผมไม่สนคนประเภทนี้ ดีชั่วอยู่ที่ตัวผม ไม่ใช่คำวิจารณ์ของคนที่ไม่มีธรรมะในหัวใจ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน