ชี้ช่วงสุญญากาศ-รอ‘กม.ลูก’ ตร.เตือนสูบควันรบกวนผู้อื่น มีโทษทั้งจำทั้งปรับ2.5หมื่น

ปลดล็อกกัญชาวันนี้ แต่ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ตร.เตือนสูบในที่สาธารณะ ควันรบกวนผู้อื่นมีความผิด โทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท ยังอยู่ในช่วงสุญญากาศเพราะกฎหมายลูกยังไม่เสร็จ ขณะที่เรือนจำทั่วประเทศปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีกัญชากว่า 4 พันคน ถ้าอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ศาลยกฟ้อง ยกเว้นมีความผิดอื่นร่วมด้วย ส่วนสภาผ่านร่างพ.ร.บ.กัญชา วาระแรก ส.ส.ฝ่ายค้านท้วงติงส่อเอื้อนายทุน ขัดสนธิสัญญาระหว่างประเทศ จี้แก้ให้รอบคอบ

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) กล่าวถึงการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากวันที่ 9 มิ.ย.2565 พืชกัญชาไม่ถือเป็นยาเสพติดอีกต่อไป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าการมีพืชกัญชาไว้ในครอบครอง หรือปลูกกัญชา ไม่ว่าจะจำนวนเท่าใดไม่มีความผิด แต่การมี ใช้ จำหน่าย สารสกัดจากกัญชาที่มีปริมาณสารเตตรา ไฮโดรแคนนาบินอล หรือทีเอชซี เกินกว่า 0.2 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีใบสั่งแพทย์ ไม่ผ่านการรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือเป็นสารสกัดจากกัญชานั้นมีแหล่งที่มาจากนอกราชอาณาจักร ยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

พล.ต.อ.รอยกล่าวว่า เมื่อตำรวจตรวจพบจะยังไม่ดำเนินคดีในทันที เนื่องจากไม่เป็นความผิดซึ่งหน้า ตำรวจจะต้องยึดสารสกัดนั้นส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาค่าสารทีเอชซี สืบเสาะแหล่งที่มา ตรวจหลักฐานการขออนุญาต หากพบว่าผิดกฎหมายจึงจะเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีภายหลัง ส่วนการสูบกัญชานั้นไม่มีความผิด แต่สูบกัญชาในที่สาธารณะ รบกวนสิทธิ์ผู้อื่น มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท การสูบกัญชาในที่สาธารณะยังไม่มีกฎหมายควบคุมโดยตรงเหมือนบุหรี่ ที่มีพ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบควบคุมอยู่

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า เมื่อกฎหมายยกเลิกความผิดกัญชา ผู้ต้องขังและผู้ต้องหาคดีกัญชา 4,200 ราย จะพ้นผิด และถูกปล่อยตัว จึงมีหนังสือสั่งการให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศสั่งไม่ฟ้องคดีเกี่ยวกับพืชกัญชาที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน กรณีขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว ให้ขอถอนหมายจับ แต่หากมีความผิดอื่นร่วมด้วย ยังคงดำเนินการตามกฎหมายในข้อหาความผิดอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ให้คืนทรัพย์สินของกลางในคดีกัญชา รวมทั้งของส่วนตัวผู้ต้องหาที่ยังมิได้ทำลาย หรือใช้ประโยชน์ หรือขายทอดตลาดตามคำพิพากษา ส่วนทรัพย์สินเกี่ยวเนื่องกับการกระทำในคดีเกี่ยวกับกัญชา ที่ตำรวจตรวจยึด หรืออายัดไว้ แต่ยังไม่มีคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน หรือเลขาธิการ ป.ป.ส. ให้ยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราว ให้แจ้งเจ้าของทรัพย์สินมารับคืนทั้งหมด

ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพ สุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานประชุมผู้บริหารกระทรวง และรายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่าขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมหลังปลดล็อกกัญชา ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะเกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังคดีกัญชาที่ต้องปล่อยตัวกว่า 4,000 คนทันที โดยกรมราชทัณฑ์รายงานจำนวนผู้ต้องขังคดีกัญชา 4,075 ราย แบ่งเป็นความผิดกัญชาคดีเดียว 3,071 ราย ความผิดฐานอื่นร่วมด้วย 1,004 ราย โดยนักโทษเด็ดขาด และผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีกัญชาคดีเดียว ศาลจะปล่อยตัว และพิพากษายกฟ้อง ส่วนที่มีฐานความผิดอื่นด้วย จะไม่ปล่อยตัวออกจากเรือนจำ แต่ศาลจะแก้ไขยกเลิกโทษที่เกี่ยวกับคดีกัญชา

รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมราชทัณฑ์ให้ ผบ.เรือนจำเร่งทำคำร้องให้ ผู้ต้องขังคดีกัญชาให้ศาลพิจารณา เพื่อศาลจะได้ออกหมายปล่อยตัว ทั้งคดีเด็ดขาดและ ไม่เด็ดขาด โดยคดีเด็ดขาดจะต้องปล่อยตัว ส่วนที่ยังไม่เด็ดขาดจะต้องยกฟ้อง ขณะนี้หลายเรือนจำมีความพร้อมเรื่องปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีกัญชาในวันที่ 9 มิ.ย. ผู้ต้องขังทุกคนรู้ตัวล่วงหน้าแล้ว ขอให้กรมราชทัณฑ์ดูแลเรื่องการปล่อยตัวให้เรียบร้อย ส่วนคดีในส่วนของ ป.ป.ส.ต้องจำหน่ายออกจากสารบบ แบ่ง เป็นคดียึดทรัพย์ 99 คดี คดีทรัพย์สิน 110 ล้านบาท

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาอย่างเข้าใจ พร้อมด้วยนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต แถลงปลดล็อกกัญชากัญชง ใช้กัญชาอย่างเข้าใจ

โดยนายปานเทพกล่าวว่า พ.ร.บ.กัญชาฯ กว่าจะผ่านสภาออกมาก็ไม่ทันปลดล็อกวันที่ 9 มิ.ย.นี้ จึงเกิดสุญญากาศทางกฎหมาย จำเป็นต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจทั้งประโยชน์และข้อควรระวัง และประเมินติดตามให้ประชาชนใช้กัญชาอย่างถูกต้องและเข้าใจ โดยคณะกรรมการจะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อปรับปรุงข้อห่วงใยช่วงรอยต่อกฎหมาย หลายคนมองว่าแบบนี้กัญชาจะไม่มีอะไรควบคุมหรือไม่ ย้ำว่าแม้จะไม่ใช่ยา เสพติด แต่ สธ.เตรียมความรู้และมาตรการมากกว่าช่วงนิรโทษกรรมกัญชาปี 2562 มีการควบคุมทั้งควันและกลิ่น การควบคุมการใส่สารสำคัญในผลิตภัณฑ์ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือหามาตรการช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม มีข้อแนะนำ คือ 1.ผู้ที่ต้องการปลูกกัญชาเพิ่มเติมหรือปลูกใหม่ ให้จดแจ้งในแอพฯ “ปลูกกัญ” เพื่อรักษาสิทธิ หากไม่จดแจ้งอาจตกจากข้อมูลสารบบ สิทธิทั้งหลายที่ได้หลังจาก พ.ร.บ.ออกมาก็อาจจะไม่ได้

2.การปรุงอาหารนั้น ย้ำว่ากัญชาชูรสอาหารให้อร่อย แต่ตัวเองไม่ได้อร่อย การใส่กัญชาเยอะๆ ต้องระวัง เพราะการย่อยอาหารที่มีกัญชาผสม มีกระบวนการที่แรงและสะสมมากกว่าการสูบ หากกินอย่างไม่ระวัง อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์และเสียลูกค้า เช่น มีอาการมึนเมาควบคุมไม่ได้ เกิดความหวาดวิตก ใจเต้นเร็ว ความดันตก ก็จะมาครั้งเดียวและไม่กลับมาอีกเลย 3.ทำเพื่อการค้า ย้ำว่ากัญชาดูดทุกอย่างเร็ว ทั้งสารพิษ ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก แต่ละสายพันธุ์ให้คุณสมบัติต่างกัน กำหนดวิธีการปลูกไม่เหมือนกัน จึงต้องรู้ก่อนว่าใครเป็นผู้ซื้อ ผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียน อย.ถูกต้องตามขั้นตอนหรือยัง หากยังถือว่ามีความเสี่ยง ถึงขั้นปลูกแล้วลงทุนเยอะอาจสูญเสียเงินทั้งหมดได้หรือขายให้ใครไม่ได้ เพราะต้องตรวจคุณสมบัติความปลอดภัยความเป็นพิษ

4.การพกกัญชาและเดินทางไปต่างประเทศปัจจุบันทำไม่ได้ ถ้าไม่มีใบรับรองทางการแพทย์ หรือประเทศนั้นไม่รับรองแม้จะมีใบรับรองทางการแพทย์ก็ตาม การพกไปต่างประเทศไม่ว่ารูปแบบใด อาจโดนโทษอาญาของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกันได้ 5.จะเอาต้นกัญชา เมล็ดกัญชาจากที่ใด ปัจจุบันมีการปลูกโดยวิสาหกิจชุมชนร่วมกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งเดิมปลูกแล้วจะส่งช่อดอกให้แพทย์แผนไทยฟรี แต่เมื่อพ้นจากยาเสพติด ก็จำหน่ายต้นได้ ก็ติดต่อวิสาหกิจชุมชนใกล้บ้าน ซึ่งการจะปลูกได้ต้องผ่านมาตรฐานสูงมาก โดยจำหน่ายแล้วขอให้จดแจ้งทั้ง ผู้ปลูกเดิมและผู้ปลูกใหม่ และ 6.ข้อห่วงใยต่างๆ ย้ำว่ากฎหมายอื่นๆ ยังมีสิทธิและบังคับใช้แม้ไม่มีพ.ร.บ.กัญชากัญชง จะเป็นเรื่องของคณะกรรมการบูรณาการต่อไปในอนาคตทั้งเรื่องจราจร ใช้กัญชาแล้วขับ เหตุเมา เหตุกลิ่นและควัน หรือการโฆษณา ฯลฯ ต้องมีการควบคุมตามหลังแน่นอน แม้ไม่มี พ.ร.บ.กัญชาก็ตาม

นพ.ธงชัยกล่าวว่าจะสื่อสารให้ทราบว่ากัญชาไม่ได้ใช้เพื่อสันทนาการ การเข้ามาเพื่อสูบยังผิดกฎหมายจากเหตุรำคาญ มาตรา 25 (4) ถูกจำคุก 3 เดือน ปรับ 2.5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้หยุดได้ หากไม่หยุดดำเนินการทางกฎหมายได้ ส่วนเรื่องการโฆษณา ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะหารือกันห้ามโฆษณากัญชาด้านสันทนาการการสูบ ส่วนการมึนเมาการขับรถ มีพ.ร.บ.จราจร กำหนดไว้แล้วผู้เสพของมึนเมาผิดกฎหมาย ส่วนมึนเมาในที่สาธารณะ กฎหมายอาญากำหนดผู้มีสภาพมึนเมาก็ผิดอาญาอยู่แล้ว เป็นแนวทางที่ สธ.ประสาน ผู้ที่มีกฎหมายอื่นใด และสามารถเข้ามาบังคับใช้ได้ ส่วนการโฆษณาจัดงานปาร์ตี้ปลดล็อกกัญชา 11-14 มิ.ย. จ.นครปฐม จะคุยกับ สคบ. ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้องไม่สามารถดำเนินการเช่นนี้ได้ ฝากสังคมทำความเข้าใจว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เราทำกัญชามาเพื่อดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ทำลายสุขภาพ กัญชามีโลหะหนักอยู่ การสูบก็เหมือนสูบโลหะหนัก

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะควบคุมการผสมกัญชาในการปรุงอาหารอย่างไรให้ปลอดภัยต่อ คนกิน นายปานเทพกล่าวว่า ถ้าร้านอาหารจะ ใส่กัญชา 1.ต้องติดป้ายว่าเมนูใดใส่กัญชาไว้เพื่อเตือนผู้บริโภค 2.การใส่กัญชาเยอะเกินพอดี ไม่ทำให้ผู้บริโภคอยากกลับมาใช้บริการอีก เพราะเข็ดขยาดจากผลข้างเคียงไม่รู้ตัว แม้ไม่ใช่ปัญหารุนแรงแต่ก็ต้องรับมือ คนก็ไม่กล้ากลับไปบริโภคอีก ร้านอาหารก็เสียลูกค้า ซึ่งอดีตการปรุงตำรับอาหารกัญชาที่อร่อยและชูรส ใส่กัญชานิดเดียว ทั้งนี้ กว่าคนจะรู้ว่าเกินพอดี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง การบริโภคระหว่างทาง ถ้าไม่รู้ว่าใส่เกินพอดีย่อมส่งผลเสีย วิธีที่ปลอดภัย คือ ใส่ให้น้อยเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า ถ้าอยากรู้เจ้าของร้านก็ชิมก่อนว่าอาการจะเป็นอย่างไร

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และคณะผู้เสนอ และร่างพ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์กัญชา กัญชง เสนอโดยนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ และคณะเป็นผู้เสนอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ฝ่ายค้านส่วนใหญ่เป็นห่วงร่างพ.ร.บ. แม้เป็นเรื่องดี นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ รักษาโรค แต่เป็นห่วงเรื่องมาตรการควบคุมการใช้กัญชาจะคุมไม่ได้ และส่อเอื้อให้นายทุน มากกว่าช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการกำหนดบทนิยาม คำว่าผลิตให้หมายรวมถึงการปลูก ซึ่งตามร่างกฎหมายต้องขอใบอนุญาตซึ่งมีขั้นตอนและค่าใช้จ่าย ที่ประชาชนหรือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถขออนุญาตได้ หากฝ่าฝืนจะเป็นผู้มีความผิดทันที ซึ่งค่าธรรมเนียมการขออนุญาตปลูกกัญชามีราคาแพงถึง 50,000 บาท และเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เน้นเรื่องเศรษฐกิจมากเกินไป ไม่มีการควบคุมเรื่องครอบครัว เพราะกัญชาก็ยังเป็นกัญชาเสพแล้วเมา และนำไปผสมกับพืชอื่นได้ จนทำให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมา และขัดกับหลักศาสนาอิสลามด้วย

หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมลงมติรับหลักการด้วยคะแนน 373 ไม่รับหลักการ 7 งดออกเสียง 23 เสียง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จำนวน 25 คน แบ่งเป็นครม. 5 คน ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน 20 คน แปรญัตติ 15 วัน โดยใช้ร่างของนายอนุทินกับคณะเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่ 2

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน