ยื่นผวจ.ปัตตานียกเลิกกฎห้าม

แห่ร้องผวจ. ปมผอ.อนุบาลปัตตานี ยังห้ามนักเรียนคลุมฮิญาบ แม้ศาลปกครองสั่งให้ยกเลิกไปแล้วทั้งศูนย์พิทักษ์ธรรม ประชาชนจิตอาสา เพื่อสันติวิธี รวมทั้งผู้ปกครองรวมตัวยื่นหนังสือ เรียกร้อง 4 ข้อ ให้เด็กคลุมฮิญาบ แก้ระเบียบศธ. ให้ชัด ย้ายผอ.อนุบาล และเร่งสั่งการ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายสายัณห์ สุขจันทร์ ประธานศูนย์พิทักษ์ธรรม ร่วมกับตัวแทน และคณะกรรมการประชาชนจิตอาสาเพื่อสันติ วิธี ร่วมกับผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานีได้ยื่นหนังสื่อ ผ่านนายศักดิ์จิต มาศจิตต์ ศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ส่งต่อไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเรียกร้องให้เด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ที่ถูกทางผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งห้ามเด็กนักเรียนสวมฮิญาบ (คลุมผม) ซึ่งเป็นการแต่งกายตามแบบอย่างศาสนาอิสลามเข้ามาเรียนได้ ถือเป็นการขัดต่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน ที่ระบุให้กับสิทธิแก่นักเรียนมุสลิมเลือกแต่งกายแบบชุดนักเรียนแบบสวนฮิญาบได้ชัดเจน

อีกทั้งทางโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ยังได้ขัด คำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำพิพากษาออกมา ให้ยกเลิกคำสั่งห้ามนักเรียนมุสลิมแต่งกาย ชุดนักเรียนแบบสวมฮิญาบ ของโรงเรียนอนุบาล ปัตตานี เพราะเป็นการออกคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 31 แต่ทางโรงเรียนอนุบาล ปัตตานียังคงมีคำสั่งห้ามเด็กนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบ ส่งผลให้มุสลิมในพื้นที่ไม่ยอมรับพฤติกรรมที่ไม่เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิ ขั้นพื้นฐานของความเป็นพลเมืองไทย

ยื่นผู้ว่าฯ – กลุ่ม ผู้ปกครองยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ปัตตานี ขอให้เด็กนักเรียนหญิงโรงเรียนอนุบาลปัตตานีสวมผ้าฮิญาบคลุมศีรษะได้ตามหลักศาสนา ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนอ้างระเบียบไม่อนุญาต ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.

ดังนั้น ในวันที่ 9 มิ.ย. ทางศูนย์พิทักษ์ธรรม และคณะกรรมการประชาชนจิตอาสาเพื่อสันติ วิธี ร่วมกับผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ได้ทำหนังสือยื่นให้กับทางผวจ.ปัตตานี โดยเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ให้พิจารณาดำเนินการระงับ เพิกถอน ประกาศของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี เรื่องคำชี้แจงคำพิพากษาศาลปกครองยะลา ลงนาม ณ วันที่ 15 พ.ค.65 เพราะเป็นประกาศคำสั่งที่ขัดต่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบ นักเรียน และเป็นประกาศคำสั่งที่ฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 25 มาตรา 27 มาตรา 31 ฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลปกครองยะลากรณีที่ได้มีการวินิจฉัยชี้ขาด ประเด็นเรื่องนี้แล้ว

2.ให้พิจารณาและดำเนินการแก้ไขปรับปรุง ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย เครื่องแบบนักเรียน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ที่กระทรวงได้ทำการแก้ไขใหม่ให้ยกเลิกความ วรรคท้ายของข้อที่ 21 แห่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 โดยด่วน เพื่อมิให้ระเบียบข้อนี้ กระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของนักเรียน และขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญ

3.ให้โปรดพิจารณาและมีคำสั่งย้าย และหรือมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลปัตตานีปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การแต่งกายของนักเรียนมุสลิมอย่างเคร่งครัด มิให้กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิดรอนสิทธิ

และ 4.ขอให้โปรดพิจารณาดำเนินการ สั่งการตามอำนาจหน้าที่ของท่านโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความสงบสุข ความสันติของบ้านเมือง เพื่อการคลี่คลายปัญหาในลำดับเบื้องต้นก่อน เพื่อรักษาสัมพันธ์ภาพที่ดีในการอยู่ร่วมกัน ท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามต่อไป และเพื่อสนองยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

ทั้งนี้ หากข้อเรียกร้องดังกล่าวนี้ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางศูนย์พิทักษ์ธรรม คณะกรรมการประชาชน จิตอาสาเพื่อสันติวิธี ร่วมกับผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนอนุบาลปัตตานี จำเป็นจะต้องดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมาย และยื่นถวายฎีกา จากความเดือดร้อนที่ประชาชนในพื้นที่ประสบ อยู่ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมต่อไป

โดยก่อนหน้านี้โรงเรียนอนุบาลปัตตานี ออกคำสั่งมติที่ประชุมว่า ให้อุทธรณ์คำพิพากษา ต่อศาลปกครองสูงสุด เพราะถือว่าคดียังไม่สิ้นสุดจนกว่า ศาลปกครองจะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ หรือมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ส่วนคำพิพากษาศาลปกครองจังหวัดยะลานั้น มีผลเพียงผู้ฟ้องคดีทั้ง 20 รายเท่านั้น ส่วนนักเรียนจะแต่งกายตามข้อกำหนดของหลักศาสนาได้ ต้องรอจนกว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดหรือมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ซึ่งเท่ากับห้ามนักเรียนแต่งกาย ตามแบบอิสลามเข้ามาเรียน สร้างความไม่พอใจ ให้กับผู้ปกครองอย่างมาก

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน