สภาส่อเลื่อนถก2กม.ลูก ‘สมชัย’ให้ระวัง-ยุบสภา
วิปรัฐบาลรับ หากร่างพ.ร.บ.ตำรวจไม่จบภายใน 17 มิ.ย. กระทบคิวกฎหมายลูกเลือกตั้ง 23-24 มิ.ย.นี้แน่ ‘สมชัย’ฉะรัฐสภาต้วมเตี้ยม หวั่นร่างแก้มาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว. ไม่ได้พิจารณา เตือนชิงยุบสภา กฎหมายตกหมด โฆษกรัฐบาลโต้‘ประยุทธ์’ควง‘ป้อม-ป๊อก’ออกงาน ไม่เกี่ยวเช็กเรตติ้ง แค่ว่างตรงกัน ฝ่ายค้านยันขยายผลศึกซักฟอก มีข้อมูลยื่นป.ป.ช.-ศาลรัฐธรรมนูญเอาผิดต่อ ป.ป.ช.เผยคดีรุกป่าเขาใหญ่หมดอายุความ 13 มิ.ย. หวั่น‘สุนทร’รอด แต่ชุดจับกุม กอ.รมน.เห็นต่าง ชี้ไม่มีผลต่อคดี ม็อบ‘เดินไล่ตู่’มาตามนัด ปะทะเดือดสามเหลี่ยมดินแดง
วิปรัฐแจงถกพรบ.ตำรวจล่าช้า
วันที่ 11 มิ.ย. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่ล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ในวาระ 2, 3 ได้ว่า วิปรัฐบาลคิดเบื้องต้นคือร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เมื่อกำหนดให้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้วก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน จะต้องพิจารณาเรียงลำดับมาตรา สมาชิกรัฐสภาที่สงวนความเห็นหรือแปรญัตติไว้ก็สามารถอภิปรายได้
ประกอบกับร่างพ.ร.บ.ตำรวจ ทาง กมธ.มีการแก้ไขถึง 70 มาตรา จาก 172 มาตรา ก็ต้องให้สมาชิกสามารถแสดงความคิดเห็นได้ และยังมีหมวดที่มีความคิดเห็นก้ำกึ่งกันในชั้นกมธ. เช่น หมวดเรื่องโครงการ หมวดเรื่องตำแหน่งการโยกย้ายและการแต่งตั้ง ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาพอสมควร เมื่อเป็นเช่นนี้การพิจารณา 2 วันที่ผ่านมาจึงได้เพียง 13 มาตรา
รับ 17 มิย.อาจไม่จบ
เมื่อถามว่า มีการมองกันว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ ล้าช้าเพราะต้องการยื้อให้การพิจารณากฎหมายลูกล่าช้าออกไป นายชินวรณ์กล่าวว่า เข้าใจว่าประธานรัฐสภาต้องเปิดโอกาสและสิทธิให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปราย เราจะไปคาดหวังว่าจะให้เสร็จในวันที่ 16-17 มิ.ย.นี้ คงจะ ยากหน่อย อย่างไรก็ตามคิดว่าสมาชิกรัฐสภาคงให้ความร่วมมือกับประธานรัฐสภา และรองประธานรัฐสภาที่ขอให้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า
ถ้ามีประเด็นใดที่คิดเห็นซ้ำซ้อนกันไม่ต้องพูดก็ได้ หรือประเด็นที่เกี่ยวโยงกับมาตราที่มีการแก้ไขในประเด็นหลักแล้ว ประเด็นย่อยก็ไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นแล้ว หรือ กมธ.ไม่จำเป็นต้องชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดก็ได้ เพราะได้ชี้แจงไปแล้วในชั้นกมธ. หากเป็นอย่างนี้คิดว่าการอภิปรายในช่วงหลังน่าจะเร็วขึ้น ถ้าสมาชิกรัฐสภาให้ความร่วมมือ ร่างพ.ร.บ.ตำรวจก็น่าเสร็จในวันที่ 17 มิ.ย.ได้
กระทบ 2 กฎหมายลูก
ขณะนี้วิปรัฐบาลได้ให้สัญญาณกับสมาชิกให้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายลูกในวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้แล้ว แต่หากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ ไม่เสร็จในวันที่ 17 มิ.ย. ก็ต้องขยายเวลาการพิจารณาไปเรื่อยๆ จนเสร็จ เพราะตามข้อบังคับต้องพิจารณาในระเบียบวาระต่อเนื่องต่อไป และพ.ร.บ.ตำรวจ เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ก็ต้องให้สมาชิกอภิปรายด้วย
เมื่อถามถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แก้ไขมาตรา 172 ตัดอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เสนอโดยภาคประชาชน จะสามารถเข้าที่ประชุมรัฐสภาได้วันไหน นายชินวรณ์กล่าวว่า ยังไม่มีการหารือกับวิปรัฐบาล แต่อยู่ในระเบียบวาระแล้วโดยจะพิจารณาต่อเนื่องจาก ร่างพ.ร.ป. 2 ฉบับ ส่วนจะเป็นวันไหนนั้น ประธานรัฐสภาคงประสานหารือกับวิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง
สมชัยเตือนยุบสภา-กม.ตกหมด
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย อดีต กกต. โพสต์ เฟซบุ๊กระบุ ร่างแก้ไข มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ บรรจุเป็นวาระด่วนลำดับที่ 6 ของการประชุมรัฐสภา 16 มิ.ย. 2565 แล้ว แต่กว่าจะได้พิจารณาจริงคงอีกนาน เพราะรัฐสภาพิจารณากฎหมายต้วมเตี้ยมเป็นหอยทากมาก ร่างพ.ร.บ.ตำรวจ ที่อยู่ก่อนหน้า ประชุมรัฐสภา 2 วัน คือพฤหัสฯ ศุกร์ที่ 9-10 มิ.ย. ผ่านวาระสองได้ 13 มาตรา จาก 172 มาตรา ต้องมาพิจารณาต่อวันพฤหัสฯ ที่ 16 มิ.ย. และไปเรื่อยๆ จนกว่าจะผ่านวาระ 3 แล้วยังมีร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมาย อื่นๆ คั่นอีกหลายฉบับ
“หากสปีดเป็นหอยทากแบบนี้ หมดสมัยประชุม ก.ย.2565 ก็ยังไม่ได้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ทำงานกันละเอียดดี ระวังยุบสภาแล้วกฎหมายทั้งหมดตกไป งามหน้าแน่” นายสมชัยระบุ
พท.จี้ตู่ไฟเขียวปิดสวิตช์สว.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุไม่อยู่จนตายคารัง อาจเป็น นายกฯ นานหน่อย แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจส่งสัญญาณถึงความไม่มั่นใจในการก้าวเข้าสู่ 3 สมรภูมิสุดท้าย ที่กลายเป็นอุปสรรคขวากหนามสำคัญคือ 1.การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2.การพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ 3.วาระนายกฯ 8 ปี
ถ้าไม่เข้าตาจน พล.อ.ประยุทธ์อาจไม่นึกถึงประชาชน ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่ออก มาไล่ดูสิ มาวันนี้บอกว่าอยู่หรือไปขึ้นกับประชาชน สวนทางที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) บอกตั้งแต่แรกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา การให้ส.ว. 250 คน ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน เห็นชอบให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เป็นหลักฐานยืนยันชัดว่าการกระทำของพล.อ.ประยุทธ์ สวนทางกับคำพูดหรือไม่ ถ้ามีความจริงใจควรแสดงความมุ่งมั่นให้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะมาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว.เลือก นายกฯ เป็นทางออกประเทศ และอย่าไปโบ้ยให้เป็นหน้าที่ของสภา
โต้ตู่ควง 2 ป.ออกงาน-เช็กเรตติ้ง
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่จ.สกลนคร วันที่ 15 มิ.ย.นี้ ว่า ไม่ได้เป็นสัญญาณทางการเมืองอะไร ปกติหากมีเวลา นายกฯ จะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ครั้งนี้ที่ จ.สกลนคร เป็นการติดตามโครงการพระราชดำริ ที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร การลงพื้นที่ของนายกฯ จึงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีลงพื้นที่ร่วมกับพล.อ.อนุพงษ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พร้อมหน้า เป็นการเช็กความนิยมก่อนการเลือกตั้งใหญ่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน อยู่ที่เวลาของทั้ง 3 คนว่างพร้อมกันหรือไม่ หากว่างพร้อมกันก็ไปด้วยกัน เพราะมีหลายโครงการที่ต้อง บูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง นอกจากนี้ นายกฯ ชอบลงพื้นที่อยู่แล้ว เพราะต้องการพบปะกับ พี่น้องประชาชน
มั่นใจผ่านศึกซักฟอกได้
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่และการทำงานช่วงนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนถึงความพร้อมชิงนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายธนกรกล่าวว่า ตนตอบแทนพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ แต่ส่วนตัวมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีคุณสมบัติสามารถเป็นผู้นำได้ต่อไป หากมองด้วยใจที่เป็นธรรมคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ยังทำงานได้ดี ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเป็นภาวะที่ไม่ปกติ เพราะมีผลกระทบจากโควิด สงครามรัสเซีย-ยูเครน วิกฤตเศรษฐกิจที่ประดังเข้ามา
เมื่อถามว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ จนต้องสะดุดหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า คิดว่าไม่มีปัญหา เพราะการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ 66 ที่ผ่านมา เห็นแล้วว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคง ดังนั้น นายกฯ มีความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้อยู่แล้ว และคิดว่าจะกลายเป็นเวทีหนึ่งที่ทำให้นายกฯ และรัฐมนตรีแต่ละคนได้ชี้แจง รวมทั้งใช้เป็นเวทีนำเสนอผลงานรัฐบาล
ฝ่ายค้านฮึ่มถึงหลุดเก้าอี้
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคอยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อมอย่างละเอียดตามมาตรฐานพรรค มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดและถี่ถ้วน ยืนยันว่าเราทำได้ดีกว่าเดิมแน่นอน ทุกครั้งที่เราทำจะมีข้อมูลโยงถึงครม. เป็นประเด็นที่รัฐบาลไม่สามารถตอบได้ ยังได้รับข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งต้องตรวจสอบหาความเชื่อถือว่าส่วนไหนโยงถึงตัวรัฐมนตรี
ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว อยากให้ทุกพรรคอย่าคิดเรื่องฝักฝ่าย ถ้ารัฐมนตรีหรือนายกฯ ไม่สามารถตอบได้ก็ควรจะลงคะแนนอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปล็อบบี้หรือทำให้สภาเสียหาย ช่วงสมัยสุดท้ายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ รัฐมนตรีอาจถึงขั้นหลุดตำแหน่งถ้าไม่สามารถตอบได้จริง อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ
เมื่อถามว่ารัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มถูกดำเนินคดี เช่น นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า อาจเป็นจังหวะพอดี ทำให้ความน่าเชื่อถือของฝ่ายรัฐบาลหรือรมต.ลดลงไป อาจเป็นตัวเสริมในการอภิปรายของฝ่ายค้าน แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก
หลังศึกฟอกยื่นป.ป.ช.-ศาลรธน.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ข้อมูลของพรรคมีความพร้อม และวางตัว ผู้อภิปรายไว้หมดแล้ว เหลือเพียงการ ซักซ้อมให้อภิปรายพุ่งเป้าตรงประเด็นกับข้อกล่าวหาที่จะนำไปร้องต่อป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ หลังการอภิปรายเสร็จสิ้น เพราะเนื้อหาที่จะอภิปรายครั้งนี้จะชี้ชัดว่า ผู้ถูกอภิปรายกระทำผิดกฎหมาย ต้องให้ 2 หน่วยงานนี้ดำเนินการ เช่น การทุจริตในโครงการต่างๆ ของหลายกระทรวง รวมถึงการปล่อยปละละเลยให้การบริหารราชการเกิดความเสียหายต่อประชาชน
เมื่อถามถึงจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะมีมากกว่า 10 คนตามที่ได้แถลงไปหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันว่าจะอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมทั้งสิ้น 10 คนตามที่ได้แถลงข่าวไป และอยู่ระหว่างการสรุปญัตติเพื่อยื่นต่อประธานสภาวันที่ 15 มิ.ย.นี้
ศท.ยันไม่โหวตหนุนรบ.ทุกเรื่อง
นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางและจุดยืนของพรรคหลังร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ว่า พรรคยืนในหลักไม่ว่าจะเรื่องของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านหากเป็นประโยชน์ของประชาชน เราก็โอเคและสนับสนุน หากเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารประเทศเราก็ไม่เห็นด้วย แม้วันนี้เราจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และมีส.ส.ของพรรคเป็นวิป ร่วมรัฐบาลอยู่ แต่หากเรื่องนั้นขัดต่อแนวทางของพรรคเราจะไม่ทำตามทุกเรื่อง
ส่วนจุดยืนของพรรคต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ศท.ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราคงไม่ร่วมลงชื่ออภิปราย แต่จะขอฟังข้อมูลการอภิปรายก่อน การอภิปรายของฝ่ายค้านหากเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เป็นสิ่งที่พิสูจน์ชัดเจนได้ สังคมก็สนใจ การอภิปรายจะมีผลอย่างไรต่อรัฐบาลหรือไม่นั้นก็อยู่ที่ข้อมูลของฝ่ายค้านที่จะนำเสนอและสามารถชี้เรื่องจุดบกพร่องของรัฐบาลออกมาได้ ก็คิดว่าจะมีผลกระทบ แต่หากข้อมูลไม่มีน้ำหนักก็อาจไม่สามารถไปกระเทือนรัฐบาลได้เท่าไร
พรรคเล็กจี้ยื่นนายกฯ-ชวน-พรรค
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ให้สัมภาษณ์จุดยืนกลุ่มพรรคเล็กเรื่องสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 ในวาระ 2-3 ว่า สัปดาห์นี้จะมีการยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์, นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
เพื่อให้พรรคต่างๆ รับทราบว่า พรรคเล็กมีเจตนารมณ์เช่นนี้ แต่ไม่ใช่กลัวว่าพรรคเล็กจะสูญพันธุ์และไม่ได้หวังผลอะไร ซึ่งพรรคเล็กจะมีการประชุมอีกครั้งวันที่ 16 มิ.ย. และเซ็นชื่อในหนังสือที่จะส่งถึงบุคคลต่างๆ ที่กล่าวถึง รวมถึงจะนัดหมายและแบ่งกันว่าใครจะไปยื่นหนังสือถึงใคร อย่างไร และจะไปยื่นที่ไหน
คดีรุกป่าเขาใหญ่หมดอายุ 13 มิย.
กรณี ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายสุนทร วิลาวัลย์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี บิดา และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐออกโฉนดที่ดินบุกรุกป่าเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี นั้น มีรายงานว่า ในส่วนคดีการออกเอกสารสิทธิโดย มิชอบ สำหรับการออกโฉนดที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คดีความจะหมดอายุในวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย.นี้ โดยส่วนของนายสุนทรยังไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมอบตัวแต่อย่างใด
พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์การประสานการปฏิบัติ (ศปป.) ที่ 4 กอ.รมน. ในฐานะชุดจับกุมดำเนินคดีนายสุนทร นางกนกวรรณกับพวกให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องของการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบซึ่งมีการตรวจสอบเจอว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวออกเป็นโฉนดเมื่อปี 2545 โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ซึ่งเมื่อเข้าไปดูในรายละเอียดพบว่าการออกโฉนดเป็นที่ดินมือแรกมีนายสุนทร และนางกนกวรรณ เป็นผู้เดินนำชี้ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินด้วย ซึ่งคดีการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบนั้นเป็นคดีอาญา
ชุดจับกุมยันไม่มีผลต่อคดี
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เป็นบทกำหนดอายุความของความผิดอาญาทุกฐาน โดยกำหนดให้เริ่มนับอายุความในคดีอาญานับแต่วันที่กระทำความผิด และกำหนดอายุความสูงสุด 20 ปี เมื่อไปดูรายละเอียดอีกพบว่าการออกโฉนดดังกล่าวทำเมื่อปี 2545 ถึงเวลานี้ปี 2565 ก็ครบ 20 ปีแล้วพอดี “ถึงแม้คดีจะหมดอายุความในวันที่ 13 มิ.ย.นี้แล้ว แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเอาผิด เพราะเวลานี้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากเจ้าของที่แล้ว ผู้นำชี้การรังวัดที่ดิน รวมไปถึง เจ้าหน้าที่ที่ดินก็ต้องมีความผิดด้วย”
ปปช.มองต่าง-หวั่น‘สุนทร’รอด
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการเอาผิดนางกนกวรรณ และนายสุนทร กรณีบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี ที่คดีจะหมดอายุความ 13 มิ.ย.นี้ ว่า ในส่วนคดีนางกนกวรรณจะหมดอายุความ ก.ค.นี้ ถือว่าไม่มีปัญหา เพราะสามารถนำตัวส่งอัยการฟ้องดำเนินคดีต่อศาลได้แล้ว แต่กรณีนายสุนทร คดีจะหมดอายุความ 13 มิ.ย.นี้ หากยังไม่ได้ตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีก่อนที่คดีหมดอายุความ ถือว่าคดีสิ้นสุด ทำอะไรต่อไปไม่ได้ ป.ป.ช. เพิ่งได้รับสำนวนคดีจากตำรวจมาปี 2563 ก็เร่งพิจารณามาโดยตลอด จนสรุปสำนวนชี้มูลความผิดได้ ขณะนี้พยายามประสานกับทางตำรวจเต็มที่เพื่อหาทางนำตัวนายสุนทรมารายงานตัวต่ออัยการให้ทัน 13 มิ.ย.นี้ ก่อนคดีหมดอายุความ หากกรณีนายสุนทรหมดอายุความไปจริง ป.ป.ช.จะไปพิจารณาดำเนินการถอดถอนนายสุนทรออกจาก นายกอบจ.ปราจีนบุรีต่อไป
นิพนธ์ไม่กังวลปปช.จ่อฟ้อง
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ให้มีมติสั่งฟ้อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่เซ็นจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ให้บริษัทที่ชนะประมูล ในสมัยเป็นนายกฯอบจ.สงขลา โดยเตรียมยื่นต่อศาลในเดือนนี้ว่า เมื่ออัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ทำให้เห็นได้ว่าพยานหลักฐานมีความน่าเชื่อถือจริง ซึ่งตนพูดมาตลอดว่าที่ไม่จ่ายเพราะจังหวัดสั่งให้สอบข้อเท็จจริงถึงข้อร้องเรียนว่ามีการฮั้วกัน

เดินไล่ตู่ – กลุ่มราษฎรไล่ตู่และเครือข่ายจัดชุมนุมเดินไล่ตู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กทม. โดยระหว่างทางบีบแตรรถ ชูสามนิ้ว โบกธงชูป้าย และตะโกนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.
ม็อบ‘เดินไล่ตู่’มาตามนัด
เวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ และแนวร่วมจัดกิจกรรม “เดินไล่ตู่” รวมตัวกันเพื่อนัดเคลื่อนไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แสดงจุดยืนไม่เอารัฐบาลที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้เส้นทางถนนราชดำเนินกลาง ถนนนครสวรรค์ ถนนพิษณุโลก ถนนเพชรบุรี ถนนพญาไท บรรยากาศคึกคัก มีการเปิดเพลงจากรถเครื่องเสียงจากที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ ขณะที่ตำรวจกระจายกำลังชุดจราจร ชุดสายตรวจป้องกันปราบปรามอยู่รอบบริเวณ โดยไม่ได้ปิดกั้นการจราจร
เวลา 14.20 น. พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.ชนะสงคราม และ พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ตรวจความเรียบร้อยพร้อมพูดคุยกับ ผู้ชุมนุมกัน
เวลา 14.20 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.ดูแลด้านจราจร มาติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง เผยว่า ภาพรวมการชุมนุมวันนี้ไม่มีความกังวลใดเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาปิดกั้นเส้นทางการจราจร พร้อมนำกำลังตำรวจจราจรมาคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนโดยเฉพาะบริเวณถนนเพชรบุรีและถนนพญาไทที่ผ่านใจกลางเมือง ซึ่งได้แจ้งประชา สัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป และได้เตรียมกำลังไว้พร้อมหากเกิดสถานการณ์ที่มีความรุนแรง

เดินไล่ตู่ – กลุ่มราษฎรไล่ตู่จัดกิจกรรมเดินไล่ตู่ จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม. โดยบีบแตรรถ ชูสามนิ้ว โบกธงชูป้ายและตะโกนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 11 มิ.ย.
โฆษกตร.ฮึ่ม-อย่าขัดกฎหมาย
เวลา 15.20 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้มีการรวมตัวจากคนหลายกลุ่ม เรายังคงบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ ดังนั้นการรวมตัวมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคจำเป็นต่อการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของการบังคับใช้กฎหมายมีการจัดกิจกรรมชุมนุมกว่า 4,000 ครั้ง มีการดำเนินคดี 1,300 คดี ทั่วประเทศ เฉพาะ บช.น.รวม 800 กว่าคดี มีการจับกุมผู้ก่อความวุ่นวายที่แยกดินแดงเป็นเด็กและเยาวชนเกินครึ่ง ยืนยันว่าตำรวจไม่อยากจับกุม แต่ขอให้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายต่างๆ เช่น พ.ร.บ.ความสะอาด พ.ร.บ.จราจรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะคอยประกาศเพื่อแจ้งผู้ชุมนุมถึงการดำเนินการต่างๆ โดยตลอด
ถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ-จี้ปล่อยเด็ก
เวลา 15.40 น. ผู้ชุมนุมเริ่มจัดขบวน นำขบวนโดยรถจักรยานยนต์หลายสิบคัน กลางขบวนเป็นผู้ชุมนุมที่เดินเท้า ท้ายขบวนเป็นรถยนต์ เวลา 15.50 น. ขบวนเริ่มเคลื่อน มีการบีบแตรรถชูสามนิ้ว ตะโกนส่งเสียงขับไล่นายกฯ และโบกธง ชูป้ายที่เขียนข้อความและสัญลักษณ์ต่างๆ ไปตลอดทาง การเดินขบวนเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยที่เจ้าหน้าที่กั้นรั้วเหล็กไม่ให้ผ่านเส้นราชดำเนินนอก แต่เส้นนครสวรรค์-นางเลิ้ง ไม่ได้วางรั้วกั้นหรือวางกำลังเจ้าหน้าที่ตามซอยต่างๆ
เวลา 17.00 น. ผู้ชุมนุมที่เดินเท้ามาถึงจุดหมายและรวมตัวกันบริเวณเกาะกลางอนุสาวรีย์ชัยฯ มีการเรียกร้องให้ปล่อย ผู้ต้องขังทางการเมือง มีการปราศรัยความในใจที่มีต่อพล.อ.ประยุทธ์ และมีการประกาศจะเดินทางไปบ้านพักของนายกฯ แต่มีผู้สูงอายุเข้าร่วมทำกิจกรรมจึงเปลี่ยนเป็นการจัดกิจกรรมยืนหยุดขัง และกิจกรรมทะเลดาว เปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ

ปะทะตร. – กลุ่มวัยรุ่นปะทะแนวกั้นเจ้าหน้าที่คฝ. พร้อมปืนกระสุนยาง รถฉีดน้ำแรงดันสูงที่สามเหลี่ยมดินแดง กทม. สกัดไม่ให้ไปหน้ากรมทหารบ้านพักพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเสียงประทัดยักษ์ และเผารถตำรวจ เมื่อค่ำวันที่ 11 มิ.ย.
ปะทะสามเหลี่ยมดินแดง
ขณะที่ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งประกาศจะเคลื่อนไปยังบ้านพักนายกฯ แต่เวลา 18.00 น. ฝนโปรยปราย เพจเฟซบุ๊ก ราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ จึงประกาศยุติการชุมนุม โดยที่บางส่วนพยายามไปที่บ้านพักนายกฯแต่เมื่อถึงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง พบตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตรึงกำลัง ตั้งแนวโล่ปิดกั้นการจราจรถนนวิภาวดีขาออก ให้รถวิ่งเลนขวาสุด พร้อมนำรถขยายเสียงและรถจีโน่อีก 1 คัน มาอยู่หลังแนว คฝ.
ช่วงหนึ่งกลุ่มบุคลไม่ทราบฝ่ายจุดประทัด เขวี้ยงระเบิดขวดใส่เจ้าหน้าที่ มีการจุดไฟเผารถตำรวจ สน.ดินแดง ก่อนเจ้าหน้าที่จะใช้ถังดับเพลิงดับไฟ และพบอีกคันถูกทุบกระจก จากนั้นตำรวจ คฝ.ถือโล่ กระสุนยางพร้อมรถจีโน่เข้ากระชับพื้นที่ กระทั่งผู้ชุมนุมล่าถอยไปบริเวณถนนราชปรารภและแยกย้าย เจ้าหน้าที่รื้อถอนรั้วหนวดหนามหีบเพลง เปิดพื้นที่การจราจร