จับATKปลอมล่านายทุนจีน

โลกผวาไวรัสร้ายตัวใหม่ชื่อ ‘เลย์วี’ เริ่มระบาดในจีน ติดเชื้อแล้ว 35 คน หวั่นระบาดซ้ำรอยโควิดคาดรับเชื้อจากสัตว์ พบ ‘หนูผี’ เป็นพาหะโรค ยังไม่พบติดต่อจากคนสู่คน ส่วนป่วยโควิดยังสูงเกิน 2.3 พัน เสียชีวิตพุ่ง 35 ราย แต่ป่วยหนัก ใส่ท่อหายใจเริ่มลด ด้านตำรวจปคบ.จับมืออย.บุกทลายแหล่งผลิตชุดตรวจเอทีเคปลอม ที่นนทบุรีและนครปฐม ยึดของกลางนับหมื่นชิ้น ลักลอบขายผ่านเฟซบุ๊ก ราคาถูกกว่าท้องตลาด เตรียมขยายผลนายทุนจีน

โลกผวาไวรัสใหม่‘เลย์วี’
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษรายงานความคืบหน้าการแพร่ระบาดของไวรัส “ลางยาเฮนิปาห์” หรือ “เลย์วี” (LayV) ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นอย่างน้อย 35 คนในมณฑลชานตงและมณฑลเหอหนาน ทางตะวันออกของประเทศจีน ระหว่างเดือนเม.ย.2561 ถึงต้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสหวาดวิตกว่าจะระบาดเป็นวงกว้างและซ้ำเติมวิกฤตโรคโควิด-19 ให้ยิ่งสาหัสนั้นว่า คณะนักวิทยาศาสตร์จากจีน สิงคโปร์ และออสเตรเลียที่ร่วมศึกษาเกี่ยวกับไวรัสเลย์วีระบุเชื่อว่าผู้ป่วยอาจได้รับเชื้อมาจากสัตว์ ทั้งยังพบว่าหนูผี สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายหนู น่าจะเป็นพาหะหลักของไวรัสชนิดนี้

ด้านวารสารนิวอิงแลนด์ เจอร์นอล ออฟ เมดิซี ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ตรวจหาไวรัสเลย์วีในสัตว์ชนิดต่างๆ กว่า 20 ชนิด พบว่าหนูผี ร้อยละ 27 มีเชื้อไวรัสเลย์วี เมื่อเปรียบเทียบกับการพบเชื้อในสุนัขที่ ร้อยละ 5 และแพะ ร้อยละ 2 ทำให้สันนิษฐานได้ว่าหนูผีอาจเป็นแหล่งรังโรคหรือเป็นพาหะนำโรคตามธรรมชาติของไวรัสเลย์วี

นายหวัง หลินฟา จากโรงเรียนแพทย์ดุ๊ก-เอ็นยูเอส ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ หนึ่งในคณะนักวิจัย เปิดเผยว่า ในกลุ่มผู้ป่วย 35 คน มี 26 คนที่ติดไวรัสเลย์วีเพียงชนิดเดียว และไม่มีการติดเชื้อร่วมกับโรคอื่น โดยอาการพบบ่อยที่สุด ได้แก่ มีไข้ เหนื่อยล้า ไอ เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน และจากการติดตามผู้ป่วย 9 คนที่มีสมาชิกในครอบครัวรวมกัน 15 คน นักวิจัยไม่พบการติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ จนถึงปัจจุบันยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสเลย์วีเสียชีวิตหรือมีอาการรุนแรง และยังไม่มีหลักฐานการแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์ด้วยกัน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม คณะนักวิจัยจะตรวจสอบและศึกษาการระบาดของไวรัสเลย์วีเพิ่มเติม

ป่วยโควิด 2.3 พัน-ตายเพิ่ม 35
วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK 2,316 ราย ป่วยสะสม 4,614,057 ราย หายป่วยเพิ่ม 2,076 ราย สะสม 4,561,023 ราย เสียชีวิต เพิ่ม 35 ราย สะสม 31,730 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 21,304 ราย อยู่ ร.พ.สนามและอื่นๆ 10,136 ราย และอยู่ใน ร.พ. 11,168 ราย จำนวนนี้มี ผู้ป่วยอาการหนัก 919 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 463 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 15.5% ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวันเริ่มทรงตัว ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักและใส่ท่อช่วยหายใจเริ่มลดลง ส่วนผู้เสียชีวิตยังสูงเกิน 30 ราย แต่มีแนวโน้มทรงตัว

สำหรับผู้เสียชีวิต 35 ราย มาจากกทม. 6 ราย, สมุทรปราการ นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ จังหวัดละ 3 รา, สุโขทัย ชลบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี จังหวัดละ 2 ราย และสกลนคร เลย สงขลา สตูล ภูเก็ต ระยอง และตราด จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 22 ราย และหญิง 13 ราย อายุ 1-91 ปี เป็น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรัง 94%

กรมควบคุมโรครายงานว่า กทม.มีผู้ป่วยใหม่มากสุด 1,336 ราย ภาพรวมมีรายงาน ผู้ป่วย 63 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วย 14 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ชัยภูมิ ตาก นราธิวาส บึงกาฬ ปัตตานี พะเยา พังงา ระนอง ลำพูน ศรีสะเกษ สุโขทัย และอำนาจเจริญ

เอทีเคเก๊ – พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และนพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการ อย. แถลงผลปฏิบัติการบุกทลายแหล่งผลิตชุดเอทีเคปลอม ยึดของกลางนับหมื่นชิ้น ในจ.นนทบุรีและนครปฐม สอบขยายผลสาวถึงนายทุนจีน ที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 11 ส.ค.

‘ปคบ.’ทลายชุดตรวจเอทีเคปลอม
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับนพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แถลงผลการทลายแหล่งผลิตและขายชุดตรวจโควิด-19 ปลอม มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ในพื้นที่จ.นนทบุรี และจ.นครปฐม

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า ตำรวจบก.ปคบ.ได้รับการร้องเรียนว่ามีมิจฉาชีพปลอมชุดตรวจเอทีเคที่ได้รับการอนุญาตจากอย. โดยปลอมยี่ห้อมาจำหน่าย จึงสืบสวนก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นและยึดเอทีเคปลอมได้จำนวนมาก

พ.ต.อ.เนติกล่าวว่า จุดแรกตำรวจนำหมายศาลจังหวัดนครปฐม ตรวจค้นอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ต.นราภิรมย์ อ.บางเลน จ.นครปฐม สถานที่ผลิตชุดตรวจเอทีเคปลอม มีน.ส.อนุสรา (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และสถานที่ และมีพนักงานคอยทำหน้าที่บรรจุอุปกรณ์ตรวจโควิด-19 ซึ่งเป็นยี่ห้อที่นิยม โดยมีของกลาง 14 รายการ รวมหลายหมื่นชิ้น จุดที่ 2 ตำรวจนำหมายศาลจังหวัดนนทบุรีตรวจค้นบ้านในพื้นที่ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เป็นสถานที่จัดเก็บเพื่อรอกระจายสินค้า มีน.ส.ปัชญาพร (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่และผลิตภัณฑ์ และพบใบรับสินค้าชุดตรวจ เอทีเคจากโกดังที่จัดเก็บสินค้าแห่งแรก และผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์อื่น และสมุนไพรจีน ถุงมือทางการแพทย์ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วและปรอทวัดไข้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมของกลางหลายหมื่นชิ้น

“จากการตรวจสอบพบว่าชุดตรวจเอทีเคปลอมดังกล่าวถูกจำหน่ายผ่านเพจเฟซบุ๊กของผู้ต้องหาตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมาในราคาชุดละ 40-45 บาท ถือว่าถูกกว่าท้องตลาด และยังจำหน่ายผ่านช่องทางอื่นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ล่อซื้อสินค้าจากร้านค้าใกล้ๆ จุดตรวจแห่งแรกใน จ.นครปฐม และพบความเชื่อมโยงไปยังจ.นนทบุรี ก่อนรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายค้นจากศาล จากนี้จะขยายผลไปยังนายทุนคนจีนที่แยกสินค้าแต่ละชิ้น เช่น ไม้แยงจมูก น้ำยาตรวจโรค แล้วส่งมาที่จ.นนทบุรี ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าขนส่งมาด้วยวิธีใด ก่อนจะส่งของไปยังจ.นครปฐม พร้อมจ้างโรงงานในไทยผลิตกล่องกระดาษ เทปติดข้างกล่อง เบื้องต้นพบว่ามีผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 4 ราย”

นพ.ไพศาลกล่าวว่า เครื่องตรวจออกซิเจนปลายนิ้ว ชุดตรวจเอทีเค ถือเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ โดยการปลอมยี่ห้อและชื่อ ผู้ผลิต ทำให้ชุดตรวจนั้นไม่มีคุณภาพหรือมาตรฐานความปลอดภัย อาจส่งผลต่อการตรวจหาโรค ถือเป็นอันตรายต่อการรักษาและเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคอย่างร้ายแรง ซึ่งการขออนุญาตชุดตรวจเอทีเคจาก อย.มี 2 ชนิด คือ 1.แบบตรวจเอง มีการอนุญาตแล้ว 300 รายการ สามารถค้นหายี่ห้อผ่านเว็บไซต์ อย.ได้ และ 2.แบบให้ผู้อื่นตรวจ ซึ่งในการตรวจสอบ จะต้องแกะกล่องดูว่า วันที่ผลิตและวันหมดอายุบนกล่อง ตรงกับซองตลับภายในหรือไม่ ขอให้ประชาชนซื้อสินค้าจากร้านที่น่าเชื่อถือ โดยโทษของการกระทำผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน