รุดมอบตัวแล้ว ‘เสี่ยยศ’ หลังศาลออกหมายจับคดีไฟไหม้‘เมาน์เทน บี’ ผับ จนมีผู้ตาย 19 ศพ ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ยันพร้อมเยียวยาเหยื่อทุกราย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปค้นบ้านหาหลักฐานความเชื่อมโยงเป็นเจ้าของสถานบันเทิง เตรียมนำฝากขังพร้อมค้านประกัน ขณะที่ทนายเสี่ยบีนำหลักฐานยืนยันกับพนักงานสอบสวนยันลูกชายเป็นเจ้าของผับตัวจริง

กรณีโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ เพลิงไหม้ เมาน์เทน บี (MOUNTAIN B) สถานบันเทิงเปิดใหม่ ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 9 ถนนสุขุมวิท (บางนา-ตราด) หมู่ 7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 ส.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 13 ศพ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 6 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตในขณะนี้รวมแล้ว 19 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสใส่เครื่องช่วยหายใจ 8 ราย และได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอีกกว่า 30 ชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าตรู่วันที่ 16 ส.ค. บรรยากาศหน้าเมาน์เทน บี หลังผ่านพ้นเหตุการณ์มาแล้ว 12 วัน ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย จากสภ.พลูตาหลวง เฝ้าประจำสถานที่เกิดเหตุตลอด 24 ช.ม. โดยเน้นไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้า ได้รับการเปิดเผยเพียงว่า เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ให้เฝ้าที่เกิดเหตุจนกว่าจะมีวิศวกรเข้ามาตรวจสอบและสรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ ถึงจะให้ถอนกำลังออกจากสถานที่เกิดเหตุ

สำหรับภายหลังการออกหมายจับนายสมยศ หรือเสี่ยยศ ปั้นประสงค์ อายุ 55 ปี พ่อของเสี่ยบี หรือนายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ เจ้าของเมาน์เทน บี ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย สาหัส และร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายจับเลขที่ 375/2565 โดยการออกหมายจับเสี่ยยศในครั้งนี้ ตำรวจมีหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงว่าเป็นเจ้าของ ตัวจริง เมาน์เทน บี แต่ใช้ชื่อเสี่ยบี ลูกชาย ดำเนินกิจการ โดยเฉพาะด้านการเงิน ลักษณะเป็นผู้ลงทุนเปิดผับให้ลูกชาย

บ้านเสี่ยผับ – ตำรวจติดตามตัวนายสมยศ ปั้นประสงค์ พ่อของเสี่ยบี เจ้าของตัวจริงผับเมาน์เทน บี พร้อมนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในซอยธรรมวิทยา ซอย 1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 16 ส.ค.

ส่วนบรรยากาศบ้านพักของนายสมยศ ปั้นประสงค์ พ่อของเสี่ยบี ภายในซอยธรรมวิทยา ซอย 1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ยังคงปิดเงียบ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเสี่ยยศจะเข้ามอบตัวในช่วงเช้า

นายอนุชา วงศ์ศรีรัตน์ ทนายความของ “เสี่ยบี” นายพงศ์ศิริ ได้เดินทางมาที่สภ.พลูตาหลวง เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยติดต่อขอเข้ามอบตัวพร้อมนำข้อมูลมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยืนยันว่าเสี่ยยศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะไม่รู้เรื่องเอกสารโดยอ้างว่า เสี่ยบี เป็นเจ้าของตัวจริง โดยจะนำตัวเสี่ยยศมามอบตัวที่สภ.พลูตาหลวง ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากต่างจังหวัด

ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. นายสมยศเดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรีและชุดสืบสวน สภ.พลูตาหลวง นำตัวมาสอบสวน พร้อมด้วยนายจักรกฤษ์ จินดารัตน์ ทนายความส่วนตัว เข้าร่วมฟังการสอบสวน ก่อนจะถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ห้องอำนวยการ เพื่อสอบปากคำ โดยนายสมยศมีสีหน้าที่เคร่งเครียด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา

ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสมยศ ไปตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่ 14/57 ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวไปกลับมาที่สภ.พลูตาหลวง เพื่อขยายผลการสอบสวนเพิ่มต่อไป

เสี่ยผับตัวจริง – นายสมยศ ปั้นประสงค์ พ่อของเสี่ยบี เจ้าของตัวจริงผับเมาน์เทน บี เข้ามอบตัวกับตำรวจสภ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี โดยปฏิเสธข้อกล่าวหา ตำรวจเตรียมนำฝากขังต่อศาล พร้อมคัดค้าน การประกันตัว เมื่อวันที่ 16 ส.ค.

นายสมยศเปิดเผยภายหลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะมีการนำตัวไปค้นบ้านพัก ด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่าหลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน พอมีหมายจับก็ตกใจและรีบเดินทางมามอบตัวที่ สภ.พลูตาหลวง ด้วยทั้งชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายสมยศกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผมก็รักลูกผม ถึงยังไงก็ต้องดิ้นรนต่อสู้ทุกอย่างเพื่อลูกให้ถึงที่สุด” พร้อมทั้งจะเยียวยาเหยื่อจากเหตุการณ์เพลิงไหม้อย่างเต็มความสามารถ

เมื่อเวลา 17.20 น. ที่ห้องประชุม สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พาญาติผู้ได้รับ บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ผับ ยื่นหนังสือคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาล ต่อผบก.ภ.จว.ชลบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายสมยศไปค้นที่บ้านพักได้นำตัวกลับมาควบคุมยังห้องขัง โดยเช้าวันที่ 17 ส.ค.จะมีการนำตัวไปฝากขังยังศาลพัทยา ในเวลา 11.00 น. ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน