เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK รวม 1,321 ราย สะสม 4,670,184 ราย หายป่วย 1,251 ราย สะสม 4,627,285 ราย เสียชีวิต 14 ราย สะสม 32,578 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 10,321 ราย อยู่ร.พ.สนามและอื่นๆ 4,208 ราย และอยู่ในร.พ. 6,113 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 655 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 344 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 9.8% ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ และไม่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ ภาพรวม ผู้ป่วยเฉลี่ยรายวัน ผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลง
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีข้อกังวลเรื่องเชื้อ โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน มีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยจำนวนมากว่า ตามปกติเชื้อไวรัสจะมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาเชื้อโควิด-19 ก็มีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ เช่น อัลฟา เบตา เดลตา และล่าสุดคือโอมิครอน ซึ่งมีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยๆ จำนวนมาก ส่วนสายพันธุ์ลูกผสมจะมีโอกาสพบได้หากในพื้นที่ มีการติดเชื้อ 2 สายพันธุ์จำนวนมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใด ประเทศไทยมีเครือข่าย ห้องปฏิบัติการในการติดตามเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อโควิด-19 ทุกสายพันธุ์
นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ขอย้ำว่าผู้ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสทุกราย โดยแพทย์จะวินิจฉัยจ่ายยาต้านไวรัสตามแนวทางเวชปฏิบัติของกรมการแพทย์ และรัฐบาลยังดูแลค่าใช้จ่ายเมื่อไปรักษาตามสิทธิการรักษา ส่วนการเปิดให้ประชาชนสามารถซื้อยาต้านเชื้อโควิดที่ร้านยาได้ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชน โดยต้องใช้ใบสั่งยาของแพทย์เนื่องจากยังเป็นยาที่อนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้การรักษาเกิดความปลอดภัย