เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK รวม 477 ราย สะสม 4,673,387 ราย หายป่วย 1,170 ราย สะสม 4,631,535 ราย เสียชีวิต 12 ราย สะสม 32,629 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 9,223 ราย อยู่ ร.พ.สนามและอื่นๆ 3,225 ราย และอยู่ใน ร.พ. 5,998 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 651 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 333 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 9.6% ทั้งนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1 ราย ไม่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวัน และผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลง ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ ยังอยู่ในระดับทรงตัว

การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 17 ก.ย. 2565 ฉีดได้ 34,465 โดส สะสม 143,135,345 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 57,302,077 โดส คิดเป็น 82.4% เข็มสอง 53,798,030 โดส คิดเป็น 77.3% และเข็มสามขึ้นไป 32,035,238 โดส คิดเป็น 46.1% สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็มสามแล้ว 6,484,925 โดส คิดเป็น 51% ส่วนเด็กอายุ 5-11 ขวบ ฉีดเข็มแรก 3,322,288 โดส คิดเป็น 64.5% เข็มสอง 2,475,374 โดส คิดเป็น 48.1% และเข็มสาม 47,707 คิดเป็น 0.9%

สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก วันนี้รายงานผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงเหลือ 338,128 ราย สะสม 616,892,725 ราย เสียชีวิตลดลงเหลือ 774 ราย สะสม 6,530,128 ราย อัตรา เสียชีวิตอยู่ที่ 1.06% ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับ คือ 1.สหรัฐอเมริกา 97,495,561 ราย 2.อินเดีย 44,531,498 ราย 3.ฝรั่งเศส 34,893,247 ราย 4.บราซิล 34,627,090 ราย และ 5.เยอรมนี 32,680,355 ราย ส่วนที่รายงานติดเชื้อใหม่สูงสุด คือ ญี่ปุ่น 77,804 ราย รัสเซีย 58,305 ราย เกาหลีใต้ 43,400 ราย

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยได้จัดหาภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหรือ Long Acting Antibody (LAAB) มาฉีดให้แก่ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยวัคซีน คือ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ฟอกไต ผู้ปลูก ถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูกที่ได้รับยากดภูมิ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งหากติดเชื้ออาจเสี่ยงอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตสูง ฉีดครั้งแรกที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2565 และส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2565 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ได้สำรวจจำนวนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในสถานพยาบาลทุกสังกัด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับภูมิคุ้มกันจาก LAAB อย่างทั่วถึง

“พบผู้ป่วยโควิด 105 ปี ไม่เคยฉีดวัคซีน รอดตายหลังให้ LAAB ช่วยอาการดีขึ้นกลับบ้านก่อน 2 สัปดาห์ โดยการให้ LAAB น่าจะมีผลดีในการรักษาผู้ป่วยสูงอายุกลุ่มเสี่ยงที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ยังเน้นย้ำผู้สูงอายุทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดโดยเร็วก่อนเกิดการติดเชื้อ” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน