ฉีดภูมิสำเร็จรูป ลดรุนแรง-ตาย

สธ.เล็งใช้ ‘LAAB’ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หรือแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว รักษาโควิด ผลวิจัยชี้ลดความรุนแรงและเสียชีวิตได้มากถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ฉีดยาเข้าร่างกายภายใน 3 วันหลังติดเชื้อ ที่ญี่ปุ่นขึ้นทะเบียนฉีดกลุ่มเสี่ยงอาการหนัก ส่วนยุโรปเตรียมอนุมัติด้วยเช่นกัน ขณะที่ยอดติดเชื้อใหม่ต่ำกว่าพันรายต่อเนื่อง จำนวน 774 ราย เสียชีวิต 15 ราย แนวโน้มเข้าสู่ขาลง ศบค.ชุดใหญ่นัดถก 23 ก.ย.นี้ พิจารณาผ่อนมาตรการ

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่าผู้ป่วยรายใหม่ทั้งการตรวจแบบอาร์ที- พีซีอาร์ และเอทีเค รวม 774 ราย ป่วยสะสม 4,674,403 ราย หายป่วย 919 ราย สะสม 4,633,559 ราย เสียชีวิต 15 ราย สะสม 32,655 ราย อยู่ระหว่างรักษา 8,189 ราย แบ่งเป็นอยู่ร.พ.สนามและอื่นๆ 2,405 ราย และอยู่ในร.พ. 5,784 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 618 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 313 ราย อัตราครองเตียงอยู่ที่ 9.2 เปอร์เซ็นต์ ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวันและผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลง ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ ยังอยู่ในระดับทรงตัว ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นชาย 6 ราย หญิง 9 ราย อายุ 53-93 ปี อายุเฉลี่ย 81 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และโรคเรื้อรัง 93 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หรือแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (Long Acting Antibody : LAAB) ว่าต่างประเทศมีการใช้และขึ้นทะเบียน LAAB เพื่อป้องกันโรคมาก่อนไทย แต่เมื่อใช้ไปก็มีการศึกษาวิจัยในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น โดยใช้ฉีดในกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อแต่มีอาการน้อย พบว่ากลุ่มศึกษา 900 กว่าคน ได้ผลดี โดยการให้ยาภายใน 7 วันหลังติดเชื้อแล้วมีอาการป่วย ลดความรุนแรงและเสียชีวิตได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าให้เร็วขึ้นอีกภายใน 5 วัน ลดได้ 67 เปอร์เซ็นต์ และถ้าให้ภายใน 3 วัน ลดได้ 88 เปอร์เซ็นต์ ผลการศึกษานี้ทำให้ญี่ปุ่นขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ฉีดในกลุ่มเสี่ยงที่จะอาการหนัก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่เพิ่งได้รับเชื้อไปเมื่อวันที่ 30 ส.ค.2565

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ขณะเดียวกันคณะกรรมการการใช้ยาในมนุษย์ของยุโรป ออกคำแนะนำเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2565 ให้ใช้ LAAB เพื่อรักษาผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการ และมีความเสี่ยงที่จะรุนแรงขึ้น โดยเร็วๆ นี้ สหภาพยุโรปจะอนุมัติขึ้นทะเบียนให้ใช้ LAAB เพื่อฉีดในกลุ่มเสี่ยงที่จะอาการหนัก ซึ่งจะมีผลกับหลายๆ ประเทศในสหภาพยุโรป ส่วนสหรัฐยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา คาดว่าบริษัทผู้ผลิตจะนำข้อมูลการขึ้นทะเบียนจากยุโรปมายื่นในประเทศไทย

ต่อข้อถามถึงความกังวลการใช้ LAAB เพื่อรักษาโควิด จะทำให้ประชาชนทุกคนที่ติดเชื้อต้องการเข้าถึงยาชนิดนี้ นพ.โสภณกล่าวว่าการขึ้นทะเบียนใช้ LAAB ในไทย ผู้ผลิตจะนำข้อบ่งชี้ในการใช้ยามาขึ้นทะเบียนด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเหมือนกับที่ขึ้นทะเบียนใช้ในต่างประเทศ พร้อมกันนี้ประเทศไทยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาการใช้ยาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโควิดทุกคนจะได้รับ LAAB เพราะการใช้ยาทุกชนิดขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์ที่รักษาด้วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี ที่เดิมก็มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอยู่แล้ว อย่างกรณีคนไทยอายุ 105 ปี ติดเชื้อโควิดและไม่ได้ฉีดวัคซีน ก็มีความเสี่ยงว่าอาการจะรุนแรง แพทย์ก็พิจารณาให้ยา LAAB แล้วอาการก็ดีขึ้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างชาติเข้ามาในราชอาณาจักร หรือเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง สาระสำคัญคือยกเลิกโรคโควิด-19 ส่วนโรคต้องห้าม อื่นๆ ยังคงไว้ตามเดิม คือโรคเรื้อน, วัณโรคในระยะอันตราย, โรคเท้าช้างที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม, โรคยาเสพติดให้โทษ, โรคพิษสุราเรื้อรัง, โรคซิฟิลิสในระยะที่ 3

ส่วนน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลเปิดประเทศเต็มรูปแบบมาตั้งแต่เดือนก.ค.2565 ดังนั้นในระยะต่อไปจะยังมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดจะมีชาวต่างชาติเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2565 ถึงวันที่ 31 มี.ค.2566 ศบค.มีมาตรการขยายระยะเวลาการพำนักชาวต่างชาติที่เข้ามาไทย โดยให้ผู้ที่ได้รับยกเว้นการตรวจลงตราเข้าไทย หรือฟรีวีซ่า เดิมที่เคยพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน จะขยายเป็นไม่เกิน 45 วัน ส่วนผู้ที่ได้รับวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองในประเทศ จากเดิมพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน จะขยายเป็นไม่เกิน 30 วัน และวันที่ 23 ก.ย.นี้ ศบค.ชุดใหญ่จะประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ในภาพรวม และพิจารณามาตรการที่เหมาะสมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน