ไทยพบแล้ว10 เลิก‘ด่านโควิด’แอพไทยชนะ
พบอีก 2 ป่วยฝีดาษลิง เป็นคู่หญิงไทยกับชายเยอรมัน โดยหญิงไทยมารักษาผื่นตุ่มที่ภูเก็ต พบสัมผัสใกล้ชิดชายชาวเยอรมัน รวมพบป่วยฝีดาษลิงในไทยแล้ว 10 ราย เริ่มแล้ว ‘โควิด’ โรคเฝ้าระวัง ปรับรายงานตัวเลขป่วยหนัก-ดับ รายสัปดาห์ผ่านเว็บ กรมควบคุมโรค เน้นอาการ ไม่เน้นเชื้อ ถ้ามีอาการทางเดินหายใจให้ใส่หน้ากาก หากติดโควิดเข้ารักษา ร.พ.จะรักษาจนไม่มีอาการ คาดระบาดเป็นฤดูกาลแบบหวัดใหญ่หลังคนผ่อนคลายสวมหน้ากาก ติดตามคลัสเตอร์ คุมเฉพาะพื้นที่ รองโฆษกรัฐบาลเผย ยกเลิกแอพฯ ไทยชนะ ไม่ตรวจเอกสารโควิดผู้เดินทาง เข้าไทย
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงการรายงานสถานการณ์ โควิด-19 ว่า วันนี้โควิดเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ปกติทั้งหมด แต่ผู้ที่มีอาการป่วยระบบ ทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ แม้จะไม่ใช่โควิด ยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย ส่วนหลังจากนี้จะรายงานข้อมูลผู้ป่วยที่มีอาการหนักและเสียชีวิตผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมโรคเป็นรายสัปดาห์ ให้สอดคล้องกับการปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งตามปกติก็จะรายงานรายสัปดาห์ เช่น โรคไข้หวัด
“การดูตัวเลขรายสัปดาห์จะดีกว่ารายวันที่จะแกว่งมาก ส่วนการรักษาผู้ป่วยโควิดจากนี้ หากเข้านอนโรงพยาบาลจะรักษาจนกว่าอาการจะหายดี เราเน้นที่อาการ ไม่เน้นเชื้อ เพราะแม้จะยังตรวจพบเชื้ออยู่ แต่ถ้าอาการป่วยหายแล้วก็ออกจากโรงพยาบาลได้” นพ.จักรรัฐกล่าว
ผอ.กองระบาดวิทยากล่าวต่อว่า การเฝ้าระวังต้องดูตัวเลขในคลัสเตอร์ต่างๆ ไปเรื่อยๆ ถ้าระบาดในจังหวัดจะเข้าไปควบคุมโรค หรือสั่งปิดสถานที่ แต่ถ้าระบาดเป็นวงกว้างเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. บริหารจัดการ หรือถ้ามากกว่า 1 จังหวัด อธิบดีกรมควบคุมโรคสามารถประกาศเขตระบาดได้ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ แต่ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งประเทศเหมือนเมื่อก่อน ยกเว้นกรณียาและวัคซีนไม่ได้ผลแล้ว แต่ตอนนี้ ยังใช้ได้ผลดีอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังประชาชนผ่อนคลายการสวมหน้ากากมากขึ้นหรือไม่ นพ.จักรรัฐกล่าวว่าคาดการณ์โดยใช้โมเดลโรคไข้หวัดใหญ่เป็นตัวจับ ฉะนั้น การระบาดจะเป็นลักษณะฤดูกาล แม้มีผู้ไม่ค่อย สวมหน้ากากแต่เรามีผู้ที่เคยติดเชื้อรวมกับผู้ที่รับวัคซีน เกินร้อยละ 90 มีภูมิคุ้มกันแล้ว ฉะนั้นอาการป่วยจะน้อย ไม่ต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ไม่เสียชีวิต ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเหมือนสมัยก่อนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน สิ่งที่ยังต้องกังวล คือกลุ่มเสี่ยงที่ไม่รับวัคซีน ต้องรณรงค์ต่อ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี เผยว่าเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับโรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขยกเลิกแอพฯ ไทยชนะ ข้อมูลทั้งหมดในระบบจะถูกทำลายทิ้งตามมาตรฐานความปลอดภัยทางสารสนเทศ ขณะที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 อาทิ เอกสารรับรองการได้รับวัคซีน และผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทย
“ขณะนี้โรคโควิด-19 ถูกปรับลดเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม รัฐบาล ยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่เชื้ออย่าง ใกล้ชิด รวมถึงการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นยังคงจำเป็นเพราะช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงได้มากโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ จึงอยากให้ประชาชนรับการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน อีกทั้งการเว้นระยะห่าง การใส่หน้ากากเมื่ออยู่ในสถานที่แออัดยังคงสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ แม้อาการจะไม่รุนแรงแต่อาจเป็นลองโควิดได้ มากไปกว่านั้นรัฐบาลจัดหาวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุหกเดือนถึงสี่ขวบจำนวนสามล้านโดสไว้แล้ว คาดว่าจะมาถึงและกระจายการฉีดให้เด็กทั่วประเทศในช่วงครึ่งหลังเดือนต.ค.นี้” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ปลัดคนใหม่ – นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงสาธารณสุข ในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ปลัดกระทรวง ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1 ต.ค.
ขณะที่นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช ตรวจพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร 2 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 9 และรายที่ 10 ในภูเก็ต ประวัติพบว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน โดยผู้ป่วยยืนยันรายที่ 9 เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 37 ปี อาชีพพนักงานบริการ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2565 มีไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว วันที่ 17 ก.ย. ผู้ป่วยซื้อยารับประทานเอง ต่อมาเริ่มมีผื่นบริเวณก้น มีผื่นตุ่มหลายประเภท ทั้งตุ่มน้ำใส ตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง ทั่วร่างกาย ไม่คัน แต่เจ็บบริเวณที่เป็นตุ่ม จนถึงวันที่ 25 ก.ย. ขณะมีอาการป่วยในวันที่ 17 ก.ย. ให้ประวัติว่าสัมผัสใกล้ชิดชายชาวเยอรมนี อายุ 54 ปี ซึ่งต่อมาเริ่มมีอาการผื่นและตุ่มหนองบริเวณหน้าอก ในวันที่ 27 ก.ย.
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 9 ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต แพทย์ซักประวัติ ผู้ป่วยได้ข้อมูลว่าไม่ได้สัมผัสผู้ป่วยที่มี ผื่นหรือตุ่มที่ผิวหนัง และไม่ได้เดินทางไป ต่างประเทศในช่วง 21 วันก่อนป่วย แต่มีประวัติ สัมผัสใกล้ชิดชาวต่างชาติ แพทย์วินิจฉัยว่าสงสัยเป็นโรค ฝีดาษวานร ส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเชื้อ วันที่ 26 ก.ย. ผลตรวจ PCR พบเชื้อ Monkeypox virus กรมควบคุมโรคส่งทีมปฏิบัติการสอบสวนโรคจากกองระบาดวิทยา และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และโรงพยาบาลในพื้นที่ดำเนินการสอบสวนโรคตั้งแต่วันที่ 27-30 ก.ย. ค้นหาผู้สัมผัส เสี่ยงสูง จนพบชาวเยอรมนี เป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 10 จากผลการตรวจ PCR ข้อมูล การสอบสวนพบว่าติดเชื้อผ่านการสัมผัส ใกล้ชิด
นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลก ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.ย. 2565 พบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษวานรยืนยันจำนวน 67,556 ราย เสียชีวิต 27 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังอยู่ในแถบทวีปยุโรป ส่วนสถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565 พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 10 ราย “ขอแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่ไม่รู้จักหรือผู้ที่มีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำ ตุ่มหนองบริเวณร่างกาย หลีกเลี่ยงการสัมผัส สารคัดหลั่งจากร่างกายผู้อื่น ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว ร่วมกัน สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ ใกล้ชิดผู้อื่น ล้างมือบ่อยๆ รับประทานอาหารปรุงสุกสะอาดและไม่สัมผัสสัตว์ป่วย” นพ.โอภาสกล่าว
นพ.โอภาสกล่าวกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ การเฝ้าระวังผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษวานรในประเทศไทย ยังคงดำเนินการเข้มข้น ต่อเนื่องทั้งในสถานพยาบาล คลินิกนิรนาม คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกโรคผิวหนังและโรงพยาบาล ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ รวมทั้ง การเฝ้าระวังเชิงรุกในสถานที่เสี่ยง เพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมและเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการเพื่อให้การตรวจวินิจฉัยรวดเร็วขึ้น และโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนมีศักยภาพ ในการรักษาโรคนี้ได้ หากผู้ใดเคยมีกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ สัมผัสใกล้ชิด หรือสัมผัส แนบชิดผู้ที่มีอาการป่วยเข้าข่ายโรคฝีดาษวานร เช่น มีผื่น ตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง ตุ่มตกสะเก็ดตามลำตัว ร่วมกับมีไข้ เจ็บคอ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต สามารถติดต่อ สถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อรับการตรวจหาเชื้อ และวินิจฉัยโรค