โพลค้าน‘ผู้เสพคือผู้ป่วย’ เลขาปปส.รับมีเยอะจริง เผยสบช่องขายออนไลน์

นิด้าโพลเผยผลสำรวจคนไทยไม่เห็นด้วยกับกฎหมายยาบ้า กำหนดให้ ‘ผู้เสพคือผู้ป่วย’ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.15 ระบุไม่เห็นด้วยเลย ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดสูง ก็เพราะหาซื้อได้ง่าย กฎหมายยาเสพติดอ่อนแอเกินไป มาตรการปราบปรามไม่มีประสิทธิภาพ และยาบ้ามีราคาถูก ด้านเลขาธิการป.ป.ส.เผยราคาถูกจริง แต่ก็หาไม่ง่าย ที่มีเยอะขึ้นเพราะเทคโนโลยีการผลิต อดีตสามารถผลิตได้ 2,700 เม็ด/ชั่วโมง ปัจจุบันพัฒนาขึ้นอย่างน่าตกใจ ผลิตได้ 288,000 เม็ด/ชั่วโมง เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า สารตั้งต้นที่ใช้ก็หาง่ายขึ้น ระบุโซเชี่ยลทำให้เจาะหากลุ่มลูกค้าง่าย ในอดีตจะส่งของก็ต้องไปซุกตามเสาไฟฟ้า ปัจจุบันส่งพัสดุถึงบ้านเลย

วันที่ 16 ต.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” ที่สำรวจระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค.ที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ยึดหลัก “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพลสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

ส่วนผลการสำรวจ สาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของยาบ้าในปัจจุบัน พบว่าตัวอย่างร้อยละ 48.63 ระบุว่ายาบ้าหาซื้อได้ง่าย รองลงมา ร้อยละ 48.02 ระบุว่า กฎหมายยาเสพติดอ่อนแอเกินไป ร้อยละ 47.86 ระบุว่า ยาบ้ามีราคาถูก ร้อยละ 31.83 ระบุว่า มาตรการการปราบปรามยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 30.92 ระบุว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายหย่อนยานในการดำเนินการ ร้อยละ 26.56 ระบุว่า สภาพทางสังคมทำให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 26.49 ระบุว่า นโยบายของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 25.42 ระบุว่า มาตรการการป้องกันยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 21.30 ระบุว่า ผู้เสพไม่มีจิตสำนึกเอง และร้อยละ 20.31 ระบุว่า สภาพทางเศรษฐกิจทำให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น

ส่วนความคิดเห็นต่อประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ยึดหลัก “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 50.15 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะควรมีบทลงโทษเพื่อป้องกันผู้เสพหน้าใหม่ ผู้เสพอาจกลายเป็นผู้ขาย เนื่องจากไม่เกรงกลัวบทลงโทษตามกฎหมาย ขณะที่บางส่วนระบุว่า ผู้เสพไม่มีความตั้งใจที่จะเข้ารับการบำบัดตั้งแต่ต้น อาจกลับมาติดยาเสพติดซ้ำ รองลงมาร้อยละ 20.31 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะผู้เสพอาจเป็นผู้หลงผิดจึงควรได้รับการบำบัดรักษา เป็นการให้โอกาสปรับตัวกลับเข้าสู่สังคม และผู้เสพที่เป็นเยาวชนมีจำนวนมาก ควรใช้วิธีการบำบัดแทนการจำคุก ร้อยละ 15.57 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะผู้เสพที่ต้องการเลิกยาเสพติดสามารถเข้าสู่กระบวนการบำบัดได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี ขณะที่บางส่วนระบุว่า การบำบัดเป็นการช่วยแก้ปัญหานักโทษล้นคุกร้อยละ 13.89 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะผู้เสพควรได้รับบทลงโทษตามกฎหมาย หากไม่มีบทลงโทษอาจทำให้มีผู้เสพเพิ่มมากขึ้น และควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ การนำผู้เสพมาบำบัดอาจไม่ช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดในสังคม และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อปริมาณการครอบครองยาบ้าเพื่อเสพที่จะเข้ากับหลักการ “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 34.96 ระบุว่า ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วย/ไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลักการ “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” รองลงมา ร้อยละ 30.76 ระบุว่า ไม่เกิน 1 เม็ด ร้อยละ 16.11 ระบุว่า ประมาณ 2-3 เม็ด ร้อยละ 7.33 ระบุว่า ประมาณ 4-6 เม็ด ร้อยละ 3.59 ระบุว่า ประมาณ 10-12 เม็ด ร้อยละ 2.75 ระบุว่า ประมาณ7-9 เม็ด และไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 1.75 ระบุว่า ประมาณ 13-15 เม็ด ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการรู้จักคนเสพหรือเคยเสพยาเสพติด พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 56.11 ระบุว่า ไม่รู้จัก ขณะที่ ร้อยละ 43.89 ระบุว่า รู้จัก

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบตัวอย่างร้อยละ 8.55 อยู่ในกรุงเทพฯ ร้อยละ 26.18 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 17.94 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.51 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 48.32 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.68 เป็นเพศหญิง

ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตอบประเด็นสังคมถึงสถานการณ์ยาเสพติดของไทยว่าหาง่ายจริงหรือไม่ และสาเหตุที่ยาบ้ามีราคาถูก ว่า ประเด็นยาเสพติดราคาถูก โดยเฉพาะยาบ้า มีสาเหตุหลักคือเทคโนโลยีการผลิต เทคโนโลยีการขนส่ง และสารที่ใช้ในการผลิต ในอดีตเครื่องผลิตยาบ้าผลิตได้ 2,700 เม็ด/ชั่วโมง แต่ปัจจุบันพัฒนาขึ้นจนเป็นระบบ ไฮดรอลิก ผลิตได้ 288,000 เม็ด/ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 100 เท่า โดยสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตหาง่ายและมีจำนวนมาก

ในอดีตสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาบ้ามีจำนวนน้อย เช่นสารซูโดอิเฟรดีน แต่ปัจจุบันมีสารที่ใช้เป็นสารตั้งต้นผลิตจำนวนมาก เช่น โซเดียมไซยาไนด์ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายที่ขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกได้ไม่ผิดกฎหมาย ใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และเป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลง จนทำให้เป็นช่องว่าง ปีนี้ประเทศไทยนำเข้าโซเดียมไซยาไนด์ประมาณ 1 พันตันเศษ เมื่อส่งไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีชนกลุ่มน้อยผลิตยาเสพติด ราคากิโลกรัมละไม่ถึง 100 บาท แต่สามารถนำมาผลิตยาบ้าได้ถึง 22,000 เม็ด และผลิตไอซ์ได้ถึงครึ่งกิโลกรัม โดยจำนวน 810 ตันที่หลุดออกไป จะสามารถผลิตยาบ้าได้ประมาณ 1.6 หมื่นล้านเม็ด

นายวิชัยเผยอีกว่า สำหรับรูปแบบการขนส่งในอดีตหลังจากตกลงซื้อขาย ก็ต้องรอ 7 วัน ถึงจะได้รับยาเสพติด แต่ปัจจุบันตกลงซื้อขายกันได้เลย เมื่อก่อนรับจ้างขนยาบ้า 1 เม็ด 3 บาท 1 กิโลกรัมมี 10,000 เม็ด ต้องใช้เงินค่าจ้างขนถึง 30,000 บาท แต่ปัจจุบันสามารถใช้ส่งทางพัสดุภัณฑ์ ซึ่งราคาถูก สะดวก แค่กิโลกรัมละ 80 บาท จะเห็นว่าค่าขนส่งมันลดลงจาก 30,000 บาท เหลือเพียง 80 บาท เคมีภัณฑ์ก็หาง่ายขึ้น ราคาถูกลง เครื่องอัดก็อัดเร็วเป็นร้อยเท่าอันนี้มันถึงผลิตได้เร็ว ถ้าถามว่ายาบ้ามีเยอะไหม ต้องยอมรับว่ามีมากจริงๆ แต่ถามว่าหาง่ายไหม ก็หาไม่ได้ง่าย

นายวิชัยกล่าวต่อว่า ส่วนรูปแบบการค้านั้นในอดีตนั้นคนที่จะค้ายาเสพติดจะต้องเป็นขาใหญ่ มีอิทธิพลที่ผูกขาด แต่ปัจจุบันซื้อขายทางโซเชี่ยล ทำให้ใครก็ได้ที่เล่น โซเชี่ยลเป็นก็จะสามารถซื้อขายได้ เลยทำให้คนขายเยอะขึ้น แต่คนซื้อมันน้อยลง ส่วนเรื่องการจ่ายเงิน เมื่อก่อนเวลาจะซื้อยาเสพติด รายย่อยต้องเอาไปทิ้งข้างถนนบ้าง เอาไปซุกเสาไฟฟ้าบ้าง เงินก็ต้องมาจ่ายกันเอง แต่ปัจจุบันมีการโอนเงินจ่ายกันทางโทรศัพท์ ยาเสพติดก็ไม่ต้องไปซุกไว้แล้ว ส่งแค่ทางพัสดุภัณฑ์ถึงบ้าน ผู้ค้ามันเยอะแต่ผู้เสพไม่มาก ปริมาณผู้เข้ารับการบำบัดรักษาลดลงทุกปี

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังกล่าวถึงเรื่องที่สังคมตั้งคำถาม กรณีการครอบครองยาบ้า 15 เม็ด ถือเป็นผู้ป่วยมีโทษน้อย ว่า อาจจะสับสนกับประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ ในกฎหมายเก่าที่เลิกใช้ไปแล้ว กำหนดบทสันนิษฐานว่าเกิน 15 เม็ดเป็นการครอบครองเพื่อจำหน่ายสามารถจับได้เลย แต่ถ้าไม่ถึงก็จะมีไว้ในครอบครอง โทษก็จะลดหลั่นไป แต่กฎหมายยาเสพติดใหม่ไม่ได้คิดอย่างนั้น กฎหมายใหม่ดูที่พฤติการณ์ ไม่ได้ดูที่จำนวนเม็ดยา

เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวสรุปด้วยว่า ยาเสพติดไม่เสพจะดีที่สุด การใช้ยาเสพติดไม่ได้ส่งผลร้ายไม่เฉพาะตัวผู้เสพ ครอบครัว ผู้คนรอบข้าง และชุมชน ล้วนได้รับผล กระทบ การเสพยาเสพติดยังส่งผลต่อเรื่องจิตเวช การพัฒนาสมอง ที่ส่งผลในระยะยาวต่อตัวผู้เสพเอง และใครที่พบการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอให้แจ้งเบาะแสมาที่สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. โทร. 1386 โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลผู้แจ้ง ปลอดภัยแน่นอน ข้อมูลที่ได้รับจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับผู้ค้ายาเสพติดทั้งขบวนการ เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน