เมื่อวันที่ 24 ต.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากรมควบคุมโรครายงานสถานการณ์โควิด-19 ในรอบสัปดาห์ ช่วงวันที่ 16-22 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อรายใหม่รักษาตัวในโรงพยาบาล 2,616 คน เฉลี่ยวันละ 373 คน เทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าวันที่ 9-15 ต.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,234 คน เฉลี่ยวันละ 319 คน ทำให้ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2,466,462 คน เสียชีวิต 40 คน เฉลี่ยวันละ 5 คน เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่เสียชีวิตรวม 53 คน เฉลี่ยวันละ 7 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 11,224 คน ขณะที่ยอดผู้ป่วยปอดอักเสบ 396 คน และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 214 คน

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิดในประเทศจะทรงตัว มีผู้ติดเชื้อใหม่ในระดับต่ำต่อเนื่อง แต่การที่ต่างประเทศพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และบางประเทศในยุโรป พบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เอ็กซ์บีบีมากขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญกับนโยบายเร่งให้วัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิต โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข มอบนโยบายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ดำเนินการภายใต้โครงการรวมพลัง อสม. ส่งต่อภูมิคุ้มกัน ป้องกัน 608 ให้ปลอดภัย โดยอสม.จะเป็นแกนนำในการค้นหากลุ่มเป้าหมายในชุมชนให้เข้ารับวัคซีน ตั้งแต่ขณะนี้ถึงสิ้นปี 2565 อย่างน้อย 2 ล้านโดส

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวอีกว่า เนื่องจากในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. มีงานทอดกฐินทั่วประเทศ จะมีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก เพื่อประกอบกิจกรรมทางการกุศลและทำบุญ กรมอนามัยมีข้อแนะนำว่าขอให้ประชาชนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีการรวมตัวของคนจำนวนมากยังคงปฏิบัติตามแนวทางป้องกันจากโรคระบาดโดยเคร่งครัด สังเกตอาการตนเอง หากมีความเสี่ยงให้ตรวจคัดกรองด้วยเอทีเค ส่วนกลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ขอให้ดูแลปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ หรือผู้ที่มีกลุ่ม 608 อยู่ในครอบครัว หากออกไปร่วมกิจกรรมทำบุญแล้ว เมื่อกลับเข้าบ้านขอให้ชำระร่างกายให้สะอาดก่อนใกล้ชิดกลุ่ม 608

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน