ชุดลาดตระเวนออนไลน์นครบาลบุกจับหนุ่มเมืองกาญจน์ วัย 34 ปี หลอกขายอะไหล่รถยนต์ สร้างเฟซบุ๊กอวตาร 6 บัญชี แฝงตัวในกลุ่มซื้อขายกว่า 200 กลุ่ม ก่อนใช้บัญชีม้าตบตาเจ้าหน้าที่ เปิดกลโกงคนร้ายแจ้งสลิปการส่งสินค้าปลอมให้คนซื้อ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 150,000 บาท เหยื่อสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท เจ้าตัวสารภาพสิ้นยอมรับก่อเหตุมาแล้ว 1 ปี นำเงินที่ได้ใช้จ่ายภาย ในครอบครัว เผยประวัติโชกโชนเป็น ผู้ต้องหาสน.ท่าพระคดีฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่, พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี, พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. จับกุมตัวนายวัชระ นาคสุข อายุ 34 ปี ชาวจ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 4 ต.ค.2565 กระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกง พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือซัมซุง 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือหัวเว่ย 1 เครื่อง แท็บเล็ตซัมซุง 1 เครื่อง

ทั้งนี้สืบเนื่องจากชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผู้เดือดร้อนว่า มีคนร้ายใช้ เฟซบุ๊กชื่อ ‘พงศกรอะไหล่ โตโยต้า (Autopart)’ โพสต์ขายสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์ ในกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘EG 3D-4D ห้องซื้อ/ขายอะไหล่’ ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินชำระค่าสินค้าไปยังบัญชีของคนร้าย แล้วไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่หากินสุจริตจำนวนมาก

จากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายมีพฤติกรรมสร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาหลายบัญชี เพื่อใช้โพสต์หลอกขายสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์ตามกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ หลังได้รับการโอนเงินจะทำทีเป็นส่งภาพการส่งสินค้า และแจ้งสลิปการส่งสินค้า ซึ่งทำปลอมขึ้นเองจากแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ให้ลูกค้าทราบ เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบในระบบขนส่ง กลับไม่พบข้อมูลการจัดส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อศาลอาญาธนบุรีเพื่อออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ รวมทั้งยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขออนุมัติหมายค้นบ้านพักที่ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่

ตุ๋นขายอะไหล่ – ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. จับกุมนายวัชระ นาคสุข อายุ 34 ปี ทำเฟซบุ๊กหลายบัญชีโพสต์หลอกขายอะไหล่รถยนต์ หลังได้รับโอนเงินแล้วปิดเฟซบุ๊กหนี ก่อเหตุมานาน 1 ปีมีผู้เสียหายรวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 ต.ค.

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่า ได้สร้างบัญชีเฟซบุ๊กขึ้นมาทั้งหมด 6 บัญชี ใช้ชื่อว่า พงศกรอะไหล่ โตโยต้า (Autopart), Pewachara, gt autopart, Autopart siam, Wachara Naksuk และ อนันต์ อนันต์ คลับ เข้าไปโพสต์หลอกขายสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์ เช่น ไฟหน้า civic เก่าแท้ และกันชนรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ในกลุ่ม เฟซบุ๊กชื่อว่า EG 30-4D ห้องซื้อ/ขายอะไหล่, อะไหล่โตโยต้า, อะไหล่วีโก้ ทุกรุ่น และกลุ่มอื่นๆ อีกรวมกว่า 200 กลุ่ม ซึ่งในช่วงแรกที่เริ่มก่อเหตุ ได้ใช้บัญชีธนาคารของตนเองในการรองรับเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหาย และต่อมาจะใช้บัญชีม้า คิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ ที่หาซื้อมาจากเพจเฟซบุ๊กซื้อขายบัญชีธนาคารในการรับโอนเงินแทน ก่อนจะโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารอื่นๆ เพื่อหลบเลี่ยงการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนการตั้งชื่อเฟซบุ๊ก จะตั้งให้มีความสอดคล้องกับบัญชีธนาคารที่ตนซื้อมา ที่ผ่านมาในการก่อเหตุแต่ละครั้ง มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ เฉลี่ยวันละ 1-2 รายต่อวัน มีรายได้จากการหลอกผู้เสียหายให้สั่งซื้อสินค้า เฉลี่ยรายละ 2,500 – 9,000 บาทต่อวัน เฉลี่ยเดือนละประมาณ 150,000 บาท ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 1 ปี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000,000 บาท จากนั้นนำเงินที่ได้จากการก่อเหตุมาใช้จ่ายภายในครอบครัว

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหา พบข้อมูลประวัติเป็นตัวการในข้อหา ฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พื้นที่สน.ท่าพระ ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ขอประชา สัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า มิจฉาชีพมีการแอบแฝงตัวเข้าไปตามช่องทางการสื่อสารออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ต้องระมัดระวังอย่าด่วนโอนเงิน ขอให้ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบเสียก่อน และหากมีเบาะแสใดสามารถแจ้งมายังเฟซบุ๊กเพจ สืบสวนนครบาล IDMB ได้ทันที ตามนโยบายพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. แม้จะไม่ได้เป็นคดีเหตุอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรัดดำเนินการทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน