โชว์ทั้งผลงาน-นโยบาย 3วิปให้ซักฟอก15-16กพ. สภาล่ม-โวยสว.เล่นเกม ยื้อแก้รธน.ฉบับเพื่อไทย
‘บิ๊กตู่’ ปรี๊ดแตก สื่อจี้ถามปม ‘ทักษิณ’ เย้ย ไม่ยุบสภาเพราะยังไม่พร้อม ลั่น ‘อย่าไปพูดถึงคนคนนั้น ผมไม่ชอบ’ ร่ายยาวผลงานผ่านเฟซบุ๊ก ด้าน ‘บิ๊กป้อม’ รุกหาเสียงโซเชี่ยล อวด 8 ปีฝีมือนักการเมืองเต็มสูบ คิดเก่ง ประสานทุกฝ่าย ลดขัดแย้ง จ่อไลฟ์สดแจงนโยบาย เลขาฯ กกต.ยอมรับหวาดเสียวยุบสภาก่อนประกาศกฎหมายลูกเลือกตั้ง ‘ส.ส.เต้’ แฉแหลก กลุ่มทุนจีนสีเทาอัดเงินพรรคใหญ่ ลุยศึกเลือกตั้ง วิป 3 ฝ่ายเคาะ วันอภิปรายแบบไม่ลงมติ 15-16 ก.พ. สภาล่มจนชิน ฝ่ายค้านโวยเกมส.ส.รัฐบาล-ส.ว. เตะตัดขาถกแก้รัฐธรรมนูญ ปิดสวิตช์ส.ว.
‘บิ๊กตู่’เมินสื่อจี้ถามเรื่องยุบสภา
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ(ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก่อนประชุมผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร แนะนำให้กลับไปเลี้ยงหลาน หรือไปเที่ยวด้วยกัน พล.อ.ประยุทธ์หันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่ตอบคำถาม
หลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีหงุดหงิดเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความความตั้งใจที่จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ โดยเมินหน้าหนี พร้อมกล่าวว่า ถามคำถามอื่น ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงก่อนการเลือกตั้งกังวลเรื่องการทำหน้าที่ของตำรวจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการ เลือกตั้งหรืออะไรทั้งสิ้น ตนเพียงแต่กังวลเรื่องการทำงาน ทุกอย่างต้องโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามกฎหมาย
ต่อข้อถามว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ผ่านงบประมาณจำนวนมากถือว่าใกล้ยุบสภาแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า งบอะไร ผู้สื่อข่าวตอบว่างบเกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า จำนวน 5,945 ล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คงจะรู้กันว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร กติกามีอย่างไร จะหมดอายุรัฐบาลเมื่อไร คงเป็นการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง การอนุมัติงบและการประชาสัมพันธ์ต่างๆ

ก.ตร. – พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติ ประภัสร์ ผบ.ตร. ให้การต้อนรับพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.
ปรี๊ดแตกปม‘แม้ว’-ลั่นผมไม่ชอบ
ขอให้สื่อมวลชนฟังกันบ้าง เวลาที่ เจ้าหน้าที่ชี้แจง อ่านกันบ้าง เป็นการอนุมัติงบที่เข้าสู่การพิจารณาในระบบของงบประมาณปี 2567 ซึ่งต้องทำไว้ล่วงหน้าและสุดแล้วแต่เมื่อเข้าสู่สภาแล้ว สภาวันนั้นใครจะอยู่ ตนก็ไม่ทราบเหมือนกันใครจะอยู่บ้าง แต่ต้องพิจารณา ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อต้องแปรญัตติอีก ส่วนจะถูกตัดหรือไม่ถูกตัดก็ไปว่ากันตรงโน้น แต่วันนี้มีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องว่ากันตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามปฏิทินงบปี 2567
เมื่อถามว่าไม่ใช่เป็นการทิ้งทวนช่วงท้ายก่อนเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างโมโหว่า “มาทิ้งทวนอะไร มาทิ้งทวนอะไรล่ะ พวกคุณเคยทำหน้าที่ตรงนี้บ้างไหม คุณเคยรู้เรื่องระบบงบประมาณบ้างไหม รู้ไหมว่าเค้าทำกันอย่างไร ระบบงบประมาณไปศึกษามาก่อนที่จะถามผม”
ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายทักษิณวิเคราะห์รัฐบาลยังไม่ยุบสภา เนื่องจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังไม่พร้อม โดยเฉพาะการตั้งสาขาพรรค พล.อ.ประยุทธ์กล่าวน้ำเสียงมีอารมณ์ พร้อมเดินออกจากโพเดียมทันทีว่า “อย่าไปพูดถึงคนคนนั้น ผมไม่ชอบ” เมื่อถามว่า เป็นการดึงเกมยุบสภา เพื่อให้ รทสช. มีความพร้อมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ ขึ้นรถออกไปทันที
ร่ายผลงานผ่านเฟซบุ๊ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-O-cha” ระบุถึง ผลงานของรัฐบาลที่จะมีผลต่ออนาคตของ ชาวไทยภาพรวม โดยด้านสุขภาพ ครม.เห็นชอบ “โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุขของไทย” เชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพของทุกคน ที่จะช่วยให้ทุกคนเข้ารักษาที่ไหนก็ได้
2.ด้านการมีงานทำ รายได้ และเงินออม ที่พอเพียงสำหรับอนาคต: ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวง ปรับเพิ่มเพดานการจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนการออม แห่งชาติ สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการออม ส่งผลให้มีเงินบำนาญใช้ตลอดชีพหลังเกษียณมากขึ้น
3.ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: รัฐบาลออกกฎหมาย 2 ฉบับสำคัญ มีผลบังคับใช้กลางปี 2566 คือพ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565
4.ด้านสิทธิและความเป็นธรรม พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ.2565 จะช่วยขจัดคำกล่าวที่ว่าความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความไม่ยุติธรรม และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ที่จะมาช่วยปกป้องสิทธิพื้นฐาน สำหรับผู้พลั้งพลาดกระทำความผิดที่ไม่ร้ายแรง เพราะคุกไม่ได้มีไว้เพื่อขังคนจน และทุกคนอาจ ผิดพลาดได้ ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของตนและรัฐบาล ที่ต้องการดูแลสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ลุยต่อที่นครสวรรค์-พิจิตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจ ราชการที่จ.นครสวรรค์และพิจิตร โดยเวลา 09.00 น.ตรวจติดตามบริหารจัดการน้ำ ที่สันฝายเก่าบึงบอระเพ็ด ต.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำสี่แควโมเดล เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ บึงบอระเพ็ด และปลาสเด็ดปากน้ำโพ พบปะประชาชนผู้ได้รับผลประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่บึงบอระเพ็ด จากนั้นเวลา 10.00 น. ตรวจเยี่ยมแปลงนาเกษตรอินทรีย์ ที่แปลงนาเกษตรอินทรีย์ ต.บ้านมะเกลือ อ.เมืองนครสวรรค์ พบปะประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ โดยนายกฯ จะขับรถดำนาเพื่อร่วมกิจกรรม ในแปลงนาข้าวปลอดภัย (ข้าวรักษ์โลก) และเวลา 11.15 น.ไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลบรรพตพิสัย ต.เจริญผล อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เยี่ยมชมนิทรรศการ รับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ การเกษตรบึงบอน รับฟังบรรยายสรุปโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบึงบอน
ช่วงบ่ายเดินทางไปจ.พิจิตร เวลา 13.45 น. ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลบึงนาราง ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร เพื่อรับฟังปัญหาการรักษาพยาบาลทั่วไป และกรณีเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน พร้อมรับฟังปัญหาการบริหารจัดการน้ำทางการเกษตร ต.แหลมรัง อ.บึงราราง, เวลา 15.00 น.เดินทางไปยังโรงพยาบาลบางมูลนาก ต.หอไกร อ.บึงนาราง เพื่อ รับฟังปัญหาการรักษาพยาบาลทั่วไป, เวลา 15.50 น.ตรวจเยี่ยมตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เพื่อรับฟังปัญหาเขื่อนกันดินทรุดบริเวณตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก และสักการะองค์เจ้าพ่อแก้ว ที่ศาลเจ้าพ่อแก้ว และเวลา 17.00 น.เดินทางไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ บางมูลนาก จ.พิจิตร เพื่อ เดินทางไปยังกองบิน 4 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงในเวลา 18.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำ วันที่ 28 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะสมาชิกรทสช. มีกำหนดการเตรียมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ครั้งแรกที่จ.ชุมพร ในนามสมาชิกรทสช. โดยมีหัวหน้ารทสช. เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรคร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย
รทสช.ชุมพรคึก-รอรับลุงตู่
นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สมาชิกรทสช. อดีตเลขานุการ นายชุมพล จุลใส ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะลงพื้นที่จ.ชุมพร ในวันที่ 28 ม.ค.ว่า เราได้ประชาสัมพันธ์ผ่านการ ติดป้าย และบอกกล่าวผ่านรถกระจายเสียง เพื่อแจ้งกำหนดการให้ประชาชนรับทราบ เบื้องต้นคาดว่าจะมีประชาชนมาฟังการปราศรัยหลักหมื่นคน มีชาวชุมพรจำนวนมากตอบรับจะมาฟัง พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัย เพราะชอบสไตล์ของพล.อ.ประยุทธ์ คนชุมพร ชอบคนตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม ทุกคำพูดออกมาจากหัวใจ และทำได้จริง ที่สำคัญคนชุมพรมั่นใจว่านายกฯ รักและป้องสถาบันมาโดยตลอด ตรงนี้จึงได้ใจคนชุมพร
“ผมลงพื้นที่พูดคุยกับคนชุมพรหลากหลายกลุ่ม ชาวบ้านยังผูกพันกับพรรคเก่าแก่ แต่วันนี้เขาขอเลือกนายกฯ ลุงตู่ เพราะเชื่อมั่นในตัวนายกฯ ลุงตู่ ว่าจะนำพาประเทศไทย ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามหลายด้านได้” นายกิตติศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.รทสช.ในพื้นที่ชุมพร ที่เปิดตัวชัดเจนในขณะนี้ ได้แก่ นายวิชัย สุดสวาทดิ์ หรือ ส.จ.ชัย ซึ่งเป็น ส.จ.ชุมพร หลายสมัย ลงสมัคร เขต 1 พื้นที่เลือกตั้งอ.เมืองชุมพร และอ.สวี บางส่วน และนายสันต์ แซ่ตั้ง หรือส.จ.สันต์ ส.จ.ชุมพร หลายสมัย ลงสมัคร เขต 2 พื้นที่เลือกตั้งอ.ท่าแซะ อ.ปะทิว และ อ.เมืองชุมพรบางส่วน
ส่วนเขต 3 อ.หลังสวน อ.ทุ่งตะโก อ.ละแม อ.พะโต๊ะ และอ.สวี บางส่วน ขณะนี้ว่าที่ผู้สมัครยังไม่มีการเปิดตัวอย่าง เป็นทางการ แต่คาดว่า “ลูกช้าง” นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลัง จะลง ในนามรทสช.
‘ป้อม’รุกโซเชี่ยล-อวดฝีมือการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเพจ เฟซบุ๊ก “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กเป็น ครั้งที่สอง ว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนและ พี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจจดหมาย เปิดใจที่สื่อสารผ่านแฟนเพจเมื่อ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ทราบว่าวันแรกมียอดสืบค้นหาทางกูเกิ้ลถึง 8 แสนครั้ง และเพิ่มขึ้นจนทะลุ 1.5 ล้านครั้ง ในวันที่สอง ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกสำหรับผมและพปชร. ที่ได้รับเสียงตอบรับจากสังคม ตรงตามเจตนารมณ์ที่ผมต้องการจะสื่อสารสองทางผ่านสื่อโซเชี่ยลมีเดีย เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความ คิดเห็นที่เป็นประโยชน์ได้เต็มที่
ผมอาจเป็นมือใหม่บนโลกโซเชี่ยลมีเดีย แต่ไม่ใช่มือใหม่ทางการเมือง ตลอด 8 ปี การเมืองมีคุณค่ามากสำหรับผม ซึ่งจะทยอยเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปว่าผมได้เรียนรู้อะไรบ้าง ขอได้โปรดติดตาม แต่สำหรับวันนี้ ผมอยากจะบอกว่า ผมได้เรียนรู้ว่านักการเมือง ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่ต้องคิดเก่งและที่สำคัญคือต้องหาคนเก่งมาร่วมงานด้วย เพราะคนเรานั้นไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่อง
นอกจากนั้น นักการเมืองต้องสามารถประสานกับทุกฝ่าย ประนีประนอมกับ ทุกพรรค เพื่อลดความขัดแย้ง โดยยึดถือ ผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหัวใจสำคัญ จึงจะสามารถผลักดันประเทศชาติให้เดินหน้าไปได้ ผมพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว ทั้งในฐานะ ผบ.ทบ. และนักการเมือง โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้ประคับประคองมาจนจะครบวาระ ดังเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว
เตรียมไลฟ์สดโชว์นโยบาย
เป้าหมายที่ พปชร.ให้ความสำคัญใน ขณะนี้ คือนำพาประเทศฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปให้ได้ เพราะทั้งไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกต่างเตือนว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะยังชะลอตัว จึงกำชับพรรคให้จัดทำนโยบายที่ยึดโยงประชาชน เพื่อพัฒนาประเทศจากล่างขึ้นบน ไม่ใช่บนลงล่าง โดยสรรหาคนเก่งที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาช่วยกันระดมความคิด หากสังคมตอบรับก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เพื่อบรรจุเป็นนโยบาย
นโยบายแรกที่ประกาศไปแล้ว เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเป็นเดือนละ 700 บาท ยังมีอีก 3 เรื่องเร่งด่วนที่ผมให้ความสำคัญ 1.สร้างโครงสร้างพื้นฐานชุมชนให้ เข้มแข็ง 2.ปรับโครงสร้างพลังงานให้เป็นธรรม และ 3.ปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิชุมชน ซึ่งจะเป็นการ “เพิ่มพลังให้ประชาชน เพื่อสร้างพลังแก่รัฐ”
“จากนี้ พปชร.จะเปิดเวทีเสวนาหาข้อสรุปแนวนโยบายต่างๆ พร้อมทั้งไลฟ์สดทาง แฟนเพจ “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” อย่างสม่ำเสมอ ขอให้รอติดตาม” พล.อ.ประวิตรระบุ
กกต.เสียวยุบสภาก่อนมีกม.ลูก
ที่โรงแรมโอโซ่ นอร์ธ พัทยา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการอบรมตามโครงการเสริมสร้างการปฏิบัติงานเกี่ยวกับพรรคการเมืองให้แก่พนักงานสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ประจำปี 2566 โดยมีนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต. เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม เพื่อให้พนักงานของสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับพรรคการเมือง และบุคลากร ช่วยปฏิบัติงานโครงการตรวจติดตามการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ทราบถึงบทบาทและหน้าที่ ในงานพรรคการเมือง ซึ่งจะช่วยให้การ ปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะรับมืออย่างไร อายุสภาจะครบวันที่ 23 มี.ค.นี้ ตามแผนเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ค. แต่ก่อนที่อายุสภาจะครบ ต้องมีเขตเลือกตั้ง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มี ซึ่งก่อนมีเขตต้องมีกฎหมาย และระเบียบ ซึ่งขณะนี้ระเบียบ สำนักงาน กกต. ร่างไว้หมดแล้ว แม้ทุกอย่างจะพร้อมแต่ต้องรอกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ โดยจะมีเวลา 25 วันหลังร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้เพื่อแบ่งเขต โดยจังหวัดจะมีเวลาดำเนินการแบ่งเขต 5-7 วัน นับจากอายุสภาสิ้นสุดลง รับฟังความเห็นประชาชน พรรคการเมือง 10 วัน ขั้นตอนการพิจารณาของ กกต.อีก 7 วัน รวม 25 วัน หากยุบสภาช่วงนี้ ก็หวาดเสียวเหมือนกันเพราะจะไม่มีเขต และสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้เลย

สมาชิกใหม่ – นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ต้อนรับ น.ส.ณัฐธิดา เกียรติพัฒนาชัย สมาชิกอบจ.ปทุมธานี เข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 25 ม.ค.
ชี้ควรมีเวลาเตรียมการ 45 วัน
นอกจากนั้น ในส่วนของพรรคการเมืองเองต้องทำไพรมารีโหวต 6-7 ขั้นตอน ประมาณ 20 วัน จึงจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ตามข้อมูลขณะนี้มีพรรคที่มีสาขาหรือตัวแทนครบทุกจังหวัด ซึ่งจะสามารถส่ง ผู้สมัครได้ครบทุกเขต เพียง 3 พรรค หากพูดตามทฤษฎีต้องมีเวลา 25+20 วัน ก่อนสภาหมดวาระ ถึงจะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อย โดย 45 วันดังกล่าวต้องนับจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษา แต่ตอนนี้กฎหมายยังไม่ออกก็ไม่รู้จะนับวันไหน มีความกังวลอยู่เหมือนกันว่า จะมีเวลา 45 วัน ก่อนครบวาระสภา หรือยุบสภาหรือไม่
หากจะให้การเลือกตั้งปลอดภัยต้องนับจากวันที่ 23 มี.ค. ย้อนขึ้นมา 45 วัน และหากยุบสภาก็จะเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้ากฎหมาย มีผลใช้บังคับแล้วยุบสภาเลย จะไม่มีเวลา ในการทำงาน เพราะหลังยุบสภา 5 วันต้องเปิดรับสมัคร แต่ยังไม่มีเวลาแบ่งเขต และพรรคการเมืองจะไม่มีเวลาทำไพรมารีโหวต ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดทางการเมือง สำนักงาน กกต.ไม่ได้อยู่เฉย เราบอกเรื่องข้อกฎหมาย ความจำเป็นในการเตรียมการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ทางการเมืองหากจะยุบสภาก็เป็นเงื่อนไขทางการเมือง ซึ่งทางสำนักงาน กกต.พยายามเตรียมการไว้ เราไม่ได้ขอเพื่อให้พรรคไหนได้เปรียบ แต่ขอให้การเลือกตั้งเรียบร้อยตั้งแต่ต้น แต่หากไม่เรียบร้อยและมีปัญหา จะเป็นเงื่อนไขมาถึงเรื่องอื่น
ตนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะง่ายกว่า ครั้งที่ผ่านมา ด้วยกติกาที่เปลี่ยนไป การเมืองที่เปลี่ยนไป แม้การแข่งขันจะสูสีเข้มข้น แต่เงื่อนไขเอื้อต่อการทำงานของ กกต. มากขึ้น สิ่งที่จะทำให้เราได้รับความน่าเชื่อถือ ต้องทำคือการทำหน่วยเลือกตั้งให้ดี ในช่วงเวลา 12-15 ชั่วโมง ตั้งแต่เปิดหีบจนถึงการรายงานผลคะแนน ซึ่งต้องมีประสิทธิภาพ มีการจัดการที่ดี โปร่งใส ให้ทุกคนมีส่วนร่วม และตรวจสอบได้หากเกิดปัญหา
“ส่วนเรื่องการรายงานผลคะแนนต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุด รายงานผลให้ดี กรอกคะแนนไม่ให้ผิด และยังมีแนวคิดที่จะให้ประชาชนประเมินความพึงพอใจหลังการใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย อีกส่วนคือการได้รับการยอมรับจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นเรื่อง ที่เราควบคุมได้ยาก เพราะมีผู้สมัครและ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องที่จับได้ยากเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใต้ดิน ดังนั้นต้องอาศัยเรื่องการข่าว และการทำสำนวนที่ดี” นายแสวงกล่าว
ก.ก.จ่อโชว์นโยบายเรือธง
ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในขณะนี้เตรียมเกือบครบ 400 เขต และวันที่ 28 ม.ค.ในการประชุมใหญ่สามัญของพรรคจะเปิดนโยบาย เป็น “นโยบาย เรือธง”
จากนั้นจะลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่กทม. อีกครั้งหนึ่ง โดยคาดหวังที่จะปักธงสนามเลือกตั้ง คว้าเก้าอี้ ส.ส. ในกทม.ให้ได้มากที่สุด จาก 33 เขต นอกจากนี้แกนนำพรรคยังอยู่ระหว่างวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการหาเสียงเลือกตั้งไว้หลายฉากทัศน์ทางการเมือง ทั้งฉากทัศน์ที่มีการยุบสภา หรือการครบวาระของรัฐบาล
ส่วนการลงพื้นที่ของ 2 ป. ที่มีการวิจารณ์ว่าเป็นการลงพื้นที่ตัดหน้ากันนั้น ขณะนี้มีปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนทั้งการทุจริตและยาเสพติด หรือฝุ่น PM 2.5 แต่รัฐบาลไม่ได้เอาเวลาไปบริหารประเทศ กลับนำเวลาไปเล่นการเมือง หาเวลาเข้าสู่อำนาจ
‘เต้’เปิดตัว‘กุ้งพลอย’ชิงอ่างทอง
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.) นำ น.ส.กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ หรือ “กุ้งพลอย” อดีตภรรยาของนายศรราม เทพพิทักษ์ เปิดตัวเป็นสมาชิก ทศล.
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ตนรู้จักคุณกุ้งพลอยผ่านทางพี่สาวของคุณกุ้งพลอย เพราะเป็นสมาชิกพรรคอยู่ก่อนแล้ว และมาแนะนำว่า จะพาน้องสาวมาช่วยงานพรรคด้วย เนื่องจากมีหน่วยก้านดี ซึ่งตอนแรกตนไม่รู้ว่าเป็นคนมีชื่อเสียง แต่ทางฝ่ายทะเบียนแจ้งมาว่า เป็นคนมีชื่อเสียงจากวงการบันเทิง ตนจึงติดต่อไปพูดคุย ตอนแรกคิดว่าจะส่งคุณกุ้งพลอย ลงแข่งส.ส.เขต 1 กทม. แต่เมื่อตรวจสอบเรื่องทะเบียนบ้านแล้วพบว่าอยู่ที่ จ.อ่างทอง จึงลงสมัครในกทม.ไม่ได้ ขณะนี้กำลังพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคว่า น่าจะส่งลงสมัครใน จ.อ่างทอง ตนดีใจที่มีคนหน่วยก้านดีๆ มาช่วยงานให้พรรคเข้มแข็งขึ้น
ปูดทุนสีเทาอัดฉีดพรรคใหญ่
นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการพนันออนไลน์ในสังคมไทยขณะนี้ ว่า เครือข่ายการพนันออนไลน์เป็นรายได้หลักของพรรคการเมืองที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ วันนี้ไม่แน่ใจว่านายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดชื่อนักการเมืองอักษรย่อ อ. แล้วหรือยัง ที่เป็นนายทุนหนุนหลังเรื่องการพนันออนไลน์ และเท่าที่ทราบมีคนในแวดวงห้องประชุมสภา ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ เงินพวกนี้นอกจากจะเป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติแล้ว สุดท้ายเอามาเป็นเงินที่ใช้ซื้อเสียงเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่กำลังจะ เกิดขึ้น ซึ่งมีอยู่ 2-3 พรรคที่เรามีข้อมูลอยู่
“พวกนี้เป็นทุนสีเทาที่นำมาใช้ในการ เลือกตั้ง แต่ถ้าเป็นทุนปกติ แบบทุนพลังงานจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ฉะนั้น จึงมีทั้งกลุ่มทุน เจ้าสัว ทุนพลังงาน และทุนสีเทา ที่มาออกเงินค่าเลือกตั้งให้กับพรรคใหญ่ เวลาพรรคการเมืองนี้ลงพื้นที่เมื่อไหร่ ทุนสีเทาจะจ่ายเงินแทน ทุนพวกนี้คือทุนที่จะเอานักธุรกิจจีนที่มีเงินแบบไม่ต้องขนเงินผ่านมาทางสนามบิน แต่ใช้ระบบโพยก๊วนคือเงินอยู่ที่จีน แต่มาเบิกที่ไทย โดยจ่ายค่าเบิก 5-7% จากนั้นจะนำเงินไปไว้ที่คอนโดฯ แต่ละจุดซึ่งอยู่ในกทม. เท่าที่ผมมีข้อมูลคนกลุ่มนี้เวลาไปหาใครจะขนไปให้ทีละ 10 ก้อน คนกลุ่มนี้อยู่ใกล้ชิดคนมีอำนาจ เครือข่ายนี้เป็นคนละเครือข่ายกับตู้ห่าว แต่เป็นหัวหน้าของตู้ห่าวอีกที ผมจะเก็บข้อมูลไว้ใช้ในการอภิปรายทั่วไป ซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อ ครม.โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ถ้าไม่มีการชิงยุบสภาก่อน” นายมงคลกิตติ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์นายมงคลกิตติ์ ได้แสดงภาพถ่ายของกลุ่มบุคคลที่อ้างว่ามีความเกี่ยวพันกับเครือข่ายทุนสีเทา ที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ
พท.ขู่ขยี้นอกสภาถ้าหนีม.152
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรอบระยะเวลาการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ว่า เบื้องต้นจะเริ่มอภิปราย 15 ก.พ.เป็นต้นไป ซึ่งฝ่ายค้านเสนอไปว่าขอไม่น้อยกว่าการอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งได้เวลารวม 22 ชั่วโมง ครั้งนี้หากได้ 24-26 ชั่วโมง ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการประสานงาน(วิป) 3 ฝ่ายจะพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้เวลาอภิปรายกี่วัน นพ.ชลน่านกล่าวว่า คำนวณเวลาชั่วโมงเป็นหลัก เช่น หาก 1 วันอภิปรายได้ 15 ชั่วโมงก็อาจใช้เวลา 2 วันกว่าๆ แต่ถ้ากำหนดอภิปรายวันละ 12 ชั่วโมงก็อาจใช้เวลา 3 วัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อต่อรอง ต่อข้อถามว่า กังวลกับเกมล่มองค์ประชุมที่ฝ่ายรัฐบาล จะเอาคืนหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวล เป็นหน้าที่ของครม. ที่ต้องมาตอบชี้แจงในที่ประชุมสภา และเป็นหน้าที่สภาต้องทำหน้าที่ดังกล่าวด้วย ฝ่ายค้านมักใช้องค์ประชุมระงับยับยั้งในสิ่งที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นไปตามกลไกหนึ่งที่ฝ่ายค้านสามารถใช้ได้และชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะเราทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ ถ้าฝ่ายรัฐบาลจะใช้กลไกไม่เป็นองค์ประชุมเพื่อไม่ให้ตรวจสอบเข้าข่ายจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่
“ผมเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ทำอย่างนั้น เพราะการเปิดอภิปรายในสภา รัฐบาลและรัฐมนตรีสามารถมาชี้แจงได้ ใช้เวทีสภาให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองได้ ถ้าไม่เปิดสิ่งที่เรา เก็บไว้ทั้งหมดจะถูกไปอภิปรายนอกสภา ทำให้รัฐบาลและรัฐมนตรีไม่มีโอกาสได้ตอบ ผมเชื่อมั่นว่าประเด็นเนื้อหาสาระที่พวกเราเตรียมไว้อยู่นอกสภา โดยเฉพาะบนเวทีปราศรัย” นพ.ชลน่านกล่าว
วิปเคาะวันอภิปราย 15-16 ก.พ.
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยผลการหารือของที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย คือ ครม. วิปฝ่ายค้าน และวิปรัฐบาล ถึงการกำหนดวันอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่าสรุปกำหนดวันประชุมในวันที่ 15 และ 16 ก.พ. โดย ฝ่ายค้านได้เวลา 24 ช.ม. และรัฐบาลได้เวลา 8 ช.ม.
ในวันที่ 15 ก.พ.จะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. จนถึงเวลา 02.30 น. ของอีกวันหนึ่ง ซึ่งฝ่ายค้านจะใช้เวลาในการอภิปราย ไม่น้อยกว่า 12 ช.ม. ในกรอบเวลาไม่เกิน 23.00 น. เวลาจากนั้นจัดสรรให้ครม. ได้ตอบคำถามชี้แจง ส่วนวันที่ 16 ก.พ. จะเริ่มอภิปรายเวลา 09.00 น. และให้แล้วเสร็จภายใน 24.00 น. หลังจากกำหนดวันอภิปรายได้แล้ว พรรค ฝ่ายค้านจะไปจัดสรรเวลาการอภิปรายอีกครั้ง รวมถึงประเด็น และเนื้อหาการอภิปราย ภายใต้ ยุทธการ “ถอดหน้ากากคนดี”
วันนี้บรรยากาศในการหารือตัวแทนฝ่ายรัฐบาลมีท่าทีที่จริงจังในการที่จะมาชี้แจงตอบข้อซักถามต่อสภา แม้จะมีกระแสข่าวว่าจะมีการยุบสภาในวันที่ 14 ก.พ. แต่ไม่ได้มีการหยิบยกมาพูดคุยในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย
สภาป่วน-เตะตัดขาแก้รธน.
เมื่อเวลา 12.25 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช … แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพท. กับคณะ เป็นผู้เสนอ สาระสำคัญคือ แก้ไขมาตรา 159 ให้สภาเลือกนายกฯ จากส.ส.ได้ และมาตรา 272 ยกเลิก ส.ว เลือกนายกฯ
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะเลขานุการวิปวุฒิสภา หารือว่า ตนได้ตรวจสอบการประชุมกับวิบ 3 ฝ่าย เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ไม่มีตัวแทนของ ส.ว. เข้าร่วมประชุม และจากการตรวจสอบวาระการประชุมรัฐสภา ไม่มีวาระร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. … (ร่างพ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ) ทั้งที่ตามวาระต้องพิจารณาต่อจากร่างพิธีสารอาเซียน และจะต่อด้วยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน แต่การประชุมในวันนี้กลับมีการถอนร่างพ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ ออกไป ตนจึงเสนอญัตติขอให้ที่ประชุมพิจารณาเป็นเรื่องด่วนว่าการถอนร่างพ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ ออกไปเป็นไปโดยชอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายชวนชี้แจงว่า การบรรจุระเบียบวาระวันนี้ เป็นการหารือนอกรอบ ระว่างวิป 3 ฝ่าย คือฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และครม. ซึ่งไม่มี ส.ว.เข้าร่วมประชุมด้วย ตนได้ขอร้องให้สมาชิกทุกฝ่าย ได้ร่วมกันเป็นองค์ประชุม และได้พูดถึงวาระการประชุมร่วมรัฐสภาถึงวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าต้องขอให้จบและลงมติวันที่ 25 ม.ค. ไม่ต้องการยืดเยื้อ ซึ่ง ฝ่ายค้านบอกว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ เป็นเรื่องยาว 40 มาตรา และคาดว่าจะมีการอภิปรายมาก หากเป็นเช่นนั้น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะ ไม่จบ จนต้องไปลงมติในวันอื่น ซึ่งหลายฝ่ายเห็นชอบให้เลื่อนระเบียบวาระออกไป และ บรรจุระเบียบใหม่ ส่วนร่างพ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ ยังอยู่ ไม่มีการถอนร่างออกไป เพียงแต่ใช้อำนาจประธานรัฐสภา บรรจุวาระขึ้นมาใหม่ สามารถพิจารณาในโอกาสต่อไปได้ แม้ส.ว.จะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ตนได้เรียนให้ประธานวุฒิสภาทราบแล้ว เราไม่จำเป็นต้องลงมติว่าชอบด้วยอำนาจ หรือไม่ แต่ถ้านายสมชายติดใจ ตนก็ยินดี
ด้านนายสมชาย ยังคงยืนยันที่จะเสนอญัตติดังกล่าว ทำให้ฝ่ายค้านลุกขึ้นประท้วง โดยเฉพาะนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พท. ประท้วงนายชวน เพราะวินิจฉัยญัตติที่ไม่ใช่ญัตติ จะเป็นการกระทำไม่ชอบในระบบรัฐสภาไทย และจะเป็นที่น่าอับอาย ถ้ายังให้ลงมติ ตนและฝ่ายค้าน จะไม่ร่วมมือใดๆ
นายชวน จึงกล่าวว่า สิ่งที่ทำวันนี้จะ บันทึกว่าใครเข้าใจข้อบังคับ หรือกฎหมายอย่างไร ใครฉลาดมาก ฉลาดน้อยเพียงใด เมื่อเป็นญัตติ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุม ตน ไม่เห็นด้วยที่นพ.ชลน่านจะใช้วิธีไม่ร่วมมือ
องค์ประชุมล่ม-ศรัทธาจม
ต่อมาเวลา 13.12 น. นายชวนให้ลงมติ แต่เมื่อพยายามกดออดเรียกสมาชิกเข้า ห้องประชุม ปรากฏว่าส.ส.ซีกรัฐบาล มีการสั่งห้ามเข้าห้องประชุม ขณะที่ฝั่งส.ว. มีส.ว. อยู่บางตา นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) กล่าวว่า ฝั่งส.ว.เก้าอี้ห่างไปแล้ว ขอให้ยอมรับความจริง ประชาชนก็เห็น
ทำให้นายชวน แย้งว่า อย่าไปวิจารณ์อะไร ขอให้นับองค์ประชุมก่อน ตนจะพยายาม ให้ถึงที่สุดไม่ครบวันนี้ก็ครบวันหน้า เพราะกฎหมายที่อยู่ต้องบรรจุ หนีไม่พ้นจะไม่ให้บรรจุ ไม่ให้อภิปรายกฎหมายที่อาจจะกระทบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมันหนีไม่พ้น และเป็นหน้าที่ของสภาต้องพิจารณา ขอเรียนว่า สถานภาพของสภา กฎหมายที่ค้างคือ กฎหมายร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างพ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ ถือว่างานของสภาเป็นไปด้วยดี จบสิ้นทุกเรื่อง พูดได้ว่าก่อนสิ้นสมัยประชุม อาจจะจบได้
ด้าน นายอนุสิษฐ คุณากร ส.ว. อภิปรายว่า องค์ประชุมไม่สมบูรณ์ ด้วยเจตนาที่ไม่ดี เราต้องสร้างกฎเกณฑ์ให้สภาแห่งนี้เป็นประโยชน์ต่อสภา ในอนาคตให้ลูกหลานมีความน่าเชื่อถือ เรื่องเหล่านี้ ควรมีความละอายพอสมควร การประชุม 1 ครั้ง ประเทศเสีย งบประมาณอย่างน้อย 10 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครรับทราบ และประชาชนไม่รับรู้ ตนขอระบาย ถ้าในอนาคตปรับปรุงส่วนนี้ได้ ขอให้เสนอรายชื่ออย่างชัดเจนว่า ใครเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมบ้าง
นายชวนกล่าวว่า ที่ตนพูดไม่ใช่ว่าจ้ำจี้จ้ำไช แต่ด้วยความปรารถนาดีกับทุกคนในฐานะ ที่เป็นนักการเมืองรู้ว่าการจะเป็นผู้แทนได้ ยากเย็นขนาดไหน ตนทราบดีว่าไม่มีใครลอยมา หรือนอนมา ยกเว้นพระนำหน้า แต่ทุกคนมาด้วยความเหนื่อยยาก ตนก็เหนื่อยยาก เป็นมา 16 สมัยไม่เคยสบายต้องเอาชนะ มาด้วยความยุติธรรม ในสมัยที่มีการใช้เงิน กันมาก การไม่ซื้อเสียง และไม่โกงเลือกตั้ง ยิ่งเหนื่อย ดังนั้นเรามีโอกาสมาเป็นผู้แทนฯ ที่เหลืออยู่เพียงสั้นๆ จึงควรทำหน้าที่ให้ดี และขอขอบคุณสมาชิกที่มาร่วมประชุมในวันนี้ แต่ขณะนี้มีตัวเลขเพียง 275 ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงขอปิดการประชุมในเวลา 13.35 น.
ฝ่ายค้านโวยเกมส.ส.รัฐบาล-ส.ว.
เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา พรรคร่วม ฝ่ายค้าน นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. แถลงว่า สถานการณ์ที่ประชุมร่วมรัฐสภาล่มครั้งนี้ พวกเราฝ่ายค้านในที่ประชุมรู้ว่าเจตนาจริงคือการโยงไปสู่ สภาล่ม เพราะไม่มีความประสงค์จะเอาระเบียบวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมสภา ซึ่งเสนอประเด็นตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ และกำหนดให้แคนดิเดต นายกฯ มาจาก ส.ส.
สุดท้ายกลไกในการยื่นเสนอญัตติดังกล่าว สมาชิกกลับไม่แสดงตน โดยเฉพาะจากฝ่ายวุฒิสภาและฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค หากดูผ่านการถ่ายทอดจะเห็นได้ว่าเก้าอี้ อีกฝั่งโล่ง เท่ากับเป็นการจงใจให้องค์ประชุมไม่ครบจนสภาล่ม เพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งไม่อาจยินยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกต่อไป แม้จะพยายามแก้รัฐธรรมนูญให้มีกติกาการเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่สุดท้ายถูกใช้กลไกของ ส.ว.ในวันนี้ทำให้การประชุมไม่สามารถเดินหน้าได้ ก็เป็นที่น่าเสียดาย
‘ตู่’ฮึ่ม!เร่งสางตำรวจนอกแถว
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2566 โดยกล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่าการทำงานในฐานะผู้รักษากฎหมาย สั่งการย้ำไปแล้วว่าต้องทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต ในทุกระดับ ทั้งระดับผู้บังคับบัญชาที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่ในเวลานี้ โดยต้องแก้ไขปัญหาให้ได้เร็วที่สุด เพราะต้องการให้เป็นองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่น ในหลายกรณีที่เกิดขึ้นไม่ควรปล่อยปละละเลย
สำหรับวาระสำคัญในการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ อาทิ บำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2550 , การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2565 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนในระดับ ส.6 และ ส.6 ขึ้นไป, ร่างกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวนเป็นกรณีพิเศษ, ร่างระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วย ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ, การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกรณีข้าราชการตำรวจอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ
ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่าการประชุมก.ตร.ครั้งนี้เป็นการรายงานผลของอนุก.ตร.ด้านต่างๆ สำหรับการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงของ เจ้าหน้าที่ตำรวจในเดือนม.ค. ไล่ออกจากราชการ 9 ราย ปลดออกจากราชการ 3 ราย ส่วนผลสรุปการลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำปี 2565 ไล่ออกจากราชการ 201 ราย ปลดออกจากราชการ 58 ราย รวมทั้งสิ้น 259 ราย อีกทั้งการประชุมก.ตร.ในครั้งนี้ยังมีประเด็นการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ รอง สว.ขึ้นดำรงเป็น สว.ที่มีอาวุโส ร้อยละ 33 แต่ปรากฏว่ายังมีคุณสมบัติไม่ครบ ก.ตร.จึงต้องเห็นชอบ เพื่อให้ยกเว้นคุณสมบัติเฉพาะตัวในการแต่งตั้ง แต่หลังได้รับการแต่งตั้งจะมีเงื่อนไขให้ รอง สว.ที่ได้รับการแต่งตั้ง เพิ่มประสิทธิภาพในการอบรมด้านการสอบสวนให้มีคุณภาพ
‘อรรถพล’รักษาการอธิบดีอุทยาน
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งและมีผลทันที ให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ไปรักษาการในตำแหน่ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและต่อเนื่องในการทำงาน ส่วนการตั้งกรรมการสอบวินัย ร้ายแรง นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ว่า ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ จะครบกำหนด 30 วัน ระยะเวลาการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งผลจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าน่าจะได้มูลเหตุเบื้องต้นว่ามีความผิดหรือไม่ ส่วนขั้นตอนจากนั้นคือ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งหากมีมูลความผิด ทางปลัดกระทรวงคงต้องปฏิบัติตามระเบียบที่มีคือ ต้องมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังมีตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) อยู่ แต่ไปรักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ โดยมีอำนาจปฏิบัติงานได้เต็มที่ตามกฎหมาย สำหรับที่กรมทะเลฯ นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทะเลฯ ทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมทะเลฯ เพื่อให้งานทั้ง 2 กรมดำเนินการไปได้ไม่สะดุด วันที่ 26 ม.ค.นี้ก็ไปทำงานที่กรมอุทยานฯ ทันที ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอรรถพลที่ผ่านมามีผลงานในเรื่องการปราบปรามการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าจากนายทุนและผู้มีอิทธิพล ทั้งกรณีทับลาน-วังน้ำเขียว และอุทยานฯ สิรินาถ จ.ภูเก็ต และการปราบปรามขบวนการตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ตั้งแต่สมัยเป็น ผู้อำนวยการส่วนป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานฯ มาจนขึ้นเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ก่อนจะถูกย้ายมาเป็นอธิบกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และอธิบดี ทช.ตามลำดับ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์จากนักอนุรักษ์ว่าเป็นการแต่งตั้งผิดฝาผิดตัว เอาคนเชี่ยวชาญด้านป่าไม้ไปดูปัญหามลพิษ และเรื่องทะเลชายฝั่ง