ศาลยังไม่ให้ประกันตัว 12นักกิจกรรมการเมือง
สุดสลดเกิดสูญเสีย นักกิจกรรมหัวใจวายเสียชีวิตขณะทำกิจกรรม ศาลอาญายังไม่ให้ประกัน12 ผู้ต้องหาคดีการเมือง หลังกลุ่มทะลุฟ้าทำกิจกรรมยื่นหยุดขัง ยื่นหลักทรัพย์ ขอประกันตัว โดยศาลให้เหตุผล 9 คนไม่ให้ประกันเหตุเกรงหลบหนี และอาจไปก่อเหตุให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบได้ ส่วนอีก 3 คนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา หมอเรวัต เสรีรวมไทย แนะแพทย์ยึดหลักดูแล ‘ตะวัน-แบม’ ต้องช่วยชีวิต ผู้ป่วยฉุกเฉิน และอย่านำเรื่องนี้ไปด้อยค่าเจตจำนงในการต่อสู้
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ทำกิจกรรม ‘ยื่น หยุด ขัง’ โดยเดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นประกันตัว ผู้ต้องหาคดีทางการเมืองทั้งหมด โดยจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีสยามไปยังสถานีรัชโยธิน เพื่อรวมตัว กับผู้ทำกิจกรรมอีกกลุ่มหนึ่งที่หน้า โรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน จากนั้น เดินเท้าไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
ต่อมาเวลา 10.52 น. กลุ่มผู้ทำกิจกรรมได้เดินมาถึงหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยทีมทนาย นำโดย นายกิตติศักดิ์ กองทอง ทนายความ กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียง ว่า มายื่นประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมืองทั้ง 12 คน คือ คทาธร, คงเพชร, พรพจน์, สมบัติ, วัชรพล, จตุพล, พลพล, ณัฐพล, ทัตพงษ์, อุกฤษฏ์, สิทธิโชค และ เอก อีก 9 คนเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และ อีก 3 คนเป็นคดีที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ก่อนหน้านี้มีการยื่นประกันตัวแล้ว หลายครั้งแต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว แต่เราก็จะยื่นประกันตัวอีกครั้งหนึ่ง เชื่อว่าข้อเท็จจริงที่จะนำเสนอวันนี้สู่ศาลจะทำให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยและผู้ต้องหาทุกคน ทั้งนี้ ศาลจะมีคำสั่งภายในวันนี้
ส่วนอีก 4 คน คือ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ และนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท ที่ยังไม่ยื่นประกันตัวเนื่องจาก ตัวเขาเองแจ้งกับทนายความว่าไม่ประสงค์ ให้ใครยื่นประกันตัว เพราะต้องการที่ จะต่อสู้เพื่อสิทธิการประกันตัวให้กับ นักกิจกรรมทางการเมืองทุกคนไปก่อน และขอเน้นย้ำว่าสิทธิ์นี้เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายที่ทุกคนควรจะได้รับเพื่อให้สังคมและผู้พิพากษาได้ตระหนักถึงเรื่องนี้
เมื่อเวลา 10.54 น. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน อ่านแถลงการณ์ประชาชน “ยื่น หยุด ขัง” เรื่อง เรียกร้องขอให้ศาลพิจารณาคืนสิทธิประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมือง ระบุว่า “วันที่ 29 มกราคม 2566 นับเป็นเวลากว่า 10 วันแล้วที่ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา เคลื่อนไหวโดยการอดอาหารและน้ำจนร่างกายเข้าขั้นวิกฤต และต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกทั้งยังมี สิทธิโชค เศรษฐเศวต ผู้ต้องขังในคดีตามมาตรา 112 ที่กำลังเริ่มต้นการอดอาหารและอดน้ำด้วยเช่นกัน
โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องที่ทำให้ ทั้งสามคนตัดสินใจอดข้าวอดน้ำ คือ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการคืนสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย ในคดีการเมืองหรือคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เนื่องจากมีผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโดยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวทั้งก่อนและระหว่างพิจารณาในชั้นศาล ไม่น้อยกว่า 16 คน
พวกเราประชาชนผู้ทำกิจกรรม ‘ยื่น หยุด ขัง’ เห็นว่า สิทธิในการ ประกันตัวหรือสิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับรองไว้ โดยบัญญัติไว้ว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษา อันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ และการควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหหรือจำเลย ให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี
อีกทั้งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยังกำหนดว่า การควบคุมตัว ผู้ต้องหาหรือจำเลยจึงเป็นเพียงข้อยกเว้นและต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้นในการพิจารณาสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวของศาลจึงต้องคำนึงถึง หลักกฎหมายและปรากฏข้อเท็จจริงอย่าง ชัดแจ้งว่ามีเหตุที่ศาลจะสามารถสั่ง ไม่ปล่อยชั่วคราวได้

ยื่นหยุดขัง – ประชาชนร่วมกิจกรรม ‘ยื่นหยุดขัง’ ยื่นประกันตัว 12 นักกิจกรรมการเมือง และแสดงความห่วงใย ‘ตะวัน-แบม’ ผู้ต้องหาม.112 ก่อนเกิดเหตุสลดลุงที่มาร่วมเกิดวูบหมดสติเสียชีวิต ที่หน้าศาลอาญา เมื่อวันที่ 29 ม.ค.
ด้วยเหตุนี้ พวกเราประชาชนที่ทำกิจกรรม “ยื่น หยุด ขัง” จึงขอเรียกร้องไปยังผู้พิพากษาเจ้าของคดี อธิบดีศาลอาญา และผู้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.ขอให้ศาลพิจารณาปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองทุกคดีตามหลักกฎหมาย เพื่อธำรงไว้ซึ่ง นิติรัฐและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญและกติกาสากลให้การรับรอง โดยเฉพาะหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีอาญา
2.ขอให้ศาลพิจารณายกเลิกกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว เช่น การใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามตัว การห้ามออกนอกเคหสถาน ในลักษณะที่เงื่อนไขกลายเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิต จนขัดต่อหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน
พวกเราประชาชนผู้ทำกิจกรรม ‘ยื่น หยุด ขัง’ ขอเรียนต่อศาลว่า การทำกิจกรรมในครั้งนี้มิได้เป็นการกดดันการปฏิบัติหน้าที่ของศาลหรือกระทำการอันเป็นการแทรกแซงการพิจารณาคดีที่ ต้องเป็นอิสระและเป็นธรรมของศาล แต่เป็นการหาทางออกให้กับประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ ขัดแย้งและตึงเครียด ด้วยมีความเชื่อมั่นว่าสถาบันตุลาการจะเป็นเสาหลักนำพาความยุติธรรม ทำให้ความขัดแย้งเบาบางลง
เราเชื่อว่าหากสถาบันตุลาการธำรงรักษาไว้ซึ่งหลักกฎหมาย หลักนิติรัฐ หลักสิทธิมนุษยชน สถาบันตุลาการ ย่อมสร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่มีสันติสุข ด้วยความเชื่อมั่นในนิติรัฐและประชาธิปไตย
ขณะที่นายกิตติศักดิ์ให้สัมภาษณ์หลังยื่นประกันว่า ยื่นประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง 12 คนแล้ว โดยแต่ละคน ก็แยกเป็นแต่ละคดีไป อยากแจ้งให้ทุกคนทราบว่ากระบวนการต่อไปคือรอฟัง คำสั่ง ซึ่งศาลจะมีคำสั่งภายในวันนี้ ช่วงบ่าย เราก็จะทราบผลว่าศาลจะมี คำสั่งอย่างไร ซึ่งตามกฎหมายแล้วศาล จะมีคำสั่งให้หรือไม่ให้โดยต้องให้เหตุผลให้เข้าใจว่าทำไมไม่ให้ประกันตัว
จากนั้นนายจตุภัทร์กล่าวว่า วันนี้เวลา 17.30 น. จะรอติดตามสถานการณ์การประกันตัวที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และจะมีการแถลงถึงแนวทางการเคลื่อนไหวต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเดินทางไปทำกิจกรรมยืนหยุดขัง นายไพโรจน์ โชติศรีพันธ์พร ที่เข้าร่วมกิจกรรมเกิดเป็นลมหมดสติ ศีรษะฟาดพื้นหน้าศาลอาญา กลุ่มมวลชนพยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งส่งโรงพยาบาล
ผู้เห็นเหตุการณ์อีกรายเล่าว่า หลัง จบกิจกรรมนายไพโรจน์มานั่งพักที่ ป้ายรถเมล์หน้าศาลอาญา โดยสังเกต เห็นว่าค่อยๆ ก้มศีรษะลงและทิ้งตัวลง กับพื้น จึงคิดว่านั่งหลับ อย่างไรก็ตาม จากนั้นนายไพโรจน์ไม่รู้สึกตัว ซึ่งได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ รู้สึกตัวอีก จึงพาขึ้นรถไปส่งที่ร.พ.ราชวิถี ก่อนพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ต่อมานายกิตติศักดิ์เปิดเผยว่า จากการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายวัชรพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1, นายพลพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2, นายจตุพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3, นายณัฐพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 4 คดีหมายเลขดำ อ.1841/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมกันวางเพลิง ทำให้เสียทรัพย์ มั่วสุมใช้กำลังประทุษร้ายฯ) โดยเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสดรวม 400,000 บาท
กรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายคทาธร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 และนายคงเพชร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 คดีหมายเลขดำ อ.1607/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวาง เจ้าพนักงานฯ) ซึ่งนายประกันเสนอ หลักทรัพย์เป็นเงินสดรวม 200,000 บาท
กรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายพรพจน์ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 คดีหมายเลขดำ อ.1266/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมกันทำให้เกิดระเบิด จนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลฯ และ พาอาวุธไปในเมืองฯ) ซึ่งนายประกัน เสนอหลักทรัพย์ เป็นเงินสด จำนวน 100,000 บาท
โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว คดีมีข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับวัตถุระเบิดเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม หลักประกันเพียงคนรู้จักกับจำเลยซึ่งง่ายต่อการละทิ้ง อีกทั้งศาลเคยไม่ให้ประกันมาหลายครั้งแล้ว จึงเกรงว่าจะหลบหนีหรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองได้ ชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
กรณีที่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ชั้นฝากขัง นายทัตพงศ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามคำร้องฝากขังหมายเลขดำ ฝ.1367/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมมีและใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง) ซึ่งนายประกันเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 100,000 บาท
ศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว ข้อหาหนัก พยานชั้นสอบสวนมีหลักฐานจาก กล้องวงจรปิด พนักงานสอบสวนจึงคัดค้านประกัน โดยพฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดเป็นอันตรายต่อสังคม ศาลอุทธรณ์จึงไม่อนุญาตมา โดยตลอดเพราะเกรงว่าจะหลบหนี หรือก่อเหตุร้ายประการอื่นทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุข ชั้นนี้จึงยังคงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
กรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.3133/2565 (คดีถูกกล่าวหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบันฯ และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ) ซึ่ง นายประกันเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 100,000 บาท โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว ข้อหาหนัก พฤติการณ์ ร้ายแรงต่อสถาบันหลักของประเทศชาติ และใกล้ถึงนัดตรวจพยานหลักฐานซึ่งตามฟ้องมีข้อมูลโยงจากสื่อออนไลน์ถึงจำเลย โจทก์จึงคัดค้านประกันและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตมาแล้วเพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดีในกระบวนการยุติธรรม ชั้นนี้จึงยังคงเกรงว่าจะหลบหนีหรือ ก่ออันตรายประการอื่นได้ ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
และกรณีที่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี นายสิทธิโชค (สงวนนามสกุล) จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2528/2564 และคดีหมายเลขแดง อ.55/2566 (ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี 4 เดือน) โดยนายประกัน เสนอ หลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 150,000 บาท และกรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี นายอุกกฤษฎ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2110/2564 และคดีหมายเลขแดง อ.3582/2565 (ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ปี 30 เดือน) โดยนายประกันเสนอ หลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 400,000 บาท โดยศาลอาญามีคำสั่งส่งคำร้องนี้ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อที่ยื่นประกันที่ศาลอาญาวันนี้มี 11 คนประกอบด้วย 1.นายวัชรพล 2.นายพลพล 3.นายจตุพล 4.นายณัฐพล 5.นายคทาธร 6.นายคงเพชร 7. นายพรพจน์ 8. นาย ทัตพงศ์ 9.นายสุรศักดิ์ 10. นายสิทธิโชค 11. นายอุกกฤษฎ์
ส่วนอีก 1 คนคือนายสมบัติ ซึ่งเป็นคนที่ 12 เป็นจำเลยอยู่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งยื่นประกันวันนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งให้ส่งไปให้ศาลอุทธรณ์สั่งเพิ่ม อีก 1 คน เท่ากับวันนี้ ยื่นทั้งหมด 12 คน ศาลไม่ให้ประกัน 9 คนเเละส่งศาลอุทธรณ์ 3 คน
ขณะที่ นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่าสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ ทุกสาขา มีแพทยสภาและสภาการพยาบาล เป็นต้น ได้ร่วมกับคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ ออกประกาศรับรองสิทธิผู้ป่วย เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2558 มีทั้งหมด 9 ข้อ แต่จะขอยกมาเพียง 2 ข้อ
ข้อ 2 ผู้ป่วยที่ขอรับการรักษาพยาบาลมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริงและเพียงพอเกี่ยวกับการเจ็บป่วย การตรวจ การรักษา ผลดีและผลเสียจากการ ตรวจ การรักษาจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ด้วยภาษาที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอม ให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉิน อันจำเป็นเร่งด่วนและเป็นอันตรายต่อชีวิต
ข้อ 3 ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่
ในข้อที่ 2 เป็นการรับรองสิทธิของ ผู้ป่วยว่าจะยินยอมหรือไม่ยินยอมรับ การรักษาก็ได้ แต่จะยกเว้นในกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วน และเป็นอันตรายต่อชีวิต ส่วนในข้อที่ 3 ก็ยังยืนยันอีกว่าผู้ป่วยมีสิทธิที่ จะได้รับการรักษา ถ้าอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตอันเป็นสิทธิที่ไม่อาจแทรกแซงได้
ส่วนหลักจริยธรรมแพทย์ จัดลำดับความสำคัญในเรื่องภาวะฉุกเฉินเป็นข้อที่ 1 เพราะเห็นว่าเป็นข้อที่สำคัญที่สุดโดยบัญญัติไว้ว่าถ้าผู้ป่วยอยู่ในภาวะฉุกเฉิน ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องช่วยเสมอ แม้ว่าผู้ป่วยและญาติจะไม่ร้องขอก็ตาม
ทั้งสิทธิของผู้ป่วยและหลักจริยธรรมของแพทย์ต้องใช้กับทุกคนไม่เคยปรากฏว่ามีข้อยกเว้นใดๆ แม้จะเป็นผู้ต้องขังก็ตาม
จึงขอแสดงความเห็นมายังแพทย์และบุคลากรที่รับผิดชอบต่อชีวิตของแบมและตะวันว่าสมควรต้องยึดหลักปฏิบัติทั้ง 2 ข้อข้างต้น เพื่อประกอบการใช้วิจารณญาณบนพื้นฐานแห่งจริยธรรมและศีลธรรมอย่างดีที่สุด
เมื่อแพทย์จำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางแห่งจริยธรรมนั้นแล้ว จึงขอทำความเข้าใจกับประชาชนทุกคนว่าการช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉินไม่ควรมีใครก็ตาม จะไปด้อยค่า หรือลดทอน ศักดิ์ศรี เกียรติยศ ความกล้าหาญ และเจตจำนงในการต่อสู้ของ แบม และ ตะวัน โดยเด็ดขาด เพราะในภาวะฉุกเฉินที่ทั้งสองคนอาจหมดสติแล้วนั้น ย่อมไม่สามารถรับรู้กับปฏิบัติการใดๆ ของบุคลากรทางการแพทย์ได้เลย
แบมและตะวันยังเป็นกังวลกับเพื่อนๆ ในคดีเดียวกันที่ยังอยู่ในเรือนจำหากได้รับการประกันตัว ก็อาจจะหลีกเลี่ยงภาวะฉุกเฉินวิกฤตเพื่อรักษาชีวิตได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ส่วนการปฏิรูประบบและข้อกฎหมาย ยังคงยืนยันในเจตจำนงได้อยู่ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำได้ทันที ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ของวันนี้จึงควรจัดลำดับตามความสำคัญ (priority)