37พื้นที่PM2.5ยังฟุ้งหนัก เมืองนครพนมวิกฤตสุด จุดฮอตสปอตพรวดอีก

ฝุ่นพิษยังฟุ้ง 37 พื้นที่กทม.-ปริมณฑล คาดตั้งแต่ 16 มี.ค.สถานการณ์ดีขึ้น มีลมจากทิศใต้ช่วยพัดฝุ่นออก ภาคกลางที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ สระบุรี หนักสุด ภาคอีสานที่เมืองนครพนมอ่วมสุด ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 พุ่งสูงสุดในประเทศ วัดได้ 139 ไมโครกรัม ส่วน 17 ภาคเหนือแนวโน้มฝุ่นยังฟุ้งสูงต่อ จิสด้าชี้จุดความร้อนพุ่งอีก 398 จุด ยังพบมากสุดในพื้นที่เกษตร-ส.ป.ก.-ป่าอนุรักษ์ กาญจนบุรีร้อนระอุสุด พบ 40 จุด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 17-139 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.)

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 34-74 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 37 พื้นที่

ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 24-72 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 12 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ 1 พื้นที่ ได้แก่ ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ค่าฝุ่น 72 มคก. และตรวจวัดค่าฝุ่น พีเอ็ม 10 ที่ค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม. พบค่าฝุ่น 184 มคก./ลบ.ม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 37-139 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 9 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง มีผล กระทบต่อสุขภาพ 1 พื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม ค่าฝุ่น 139 มคก. ซึ่งมีค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 สูงสุดในไทย และค่าฝุ่น พีเอ็ม 10 ตรวจพบ 183 มคก.

ภาคกลาง ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 38-64 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 3 พื้นที่ โดยพบเป็นพื้นที่สีแดง 1 พื้นที่ ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ค่าฝุ่น 64 มคก. และค่าฝุ่น พีเอ็ม 10 ตรวจพบ 221 มคก.

ภาคตะวันออก ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 39 – 57 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 4 พื้นที่

ส่วนภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพปานกลาง

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง คพ. คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 16 มี.ค.เป็นต้นไป สถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือทั้งตอนบนและล่างในวันที่ 16 มี.ค.

ประชาชนควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ทั้งนี้ ติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK

ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ไทยพบจุดความร้อน จำนวน 398 จุด ในขณะที่ประเทศเมียนมา ยังมากสุด จำนวน 4,141 จุด สปป.ลาว 2,173 จุด กัมพูชา 1,400 จุด เวียดนาม 439 จุด และมาเลเซีย 62 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตร 140 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 91 จุด ป่าอนุรักษ์ 57 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 52 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 49 จุด และริมทางหลวง 9 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ จ.กาญจนบุรี 40 จุด

ทั้งนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th หรือติดตามข้อมูลจาก https://fire.gistda.or.th/dashboard.html

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน