บินมาไทยตามคดีอุ้มฆ่า ฝากขังสาวโอเกะร่วมแก๊ง

พ่อน.ศ.เหยื่ออุ้มฆ่า บินจากจีนพบตร. ร่ำไห้รับศพลูกกลับบ้าน เผยแก๊งโหดฆ่าแล้วถึงแช็ตเรียกค่าไถ่ ผบ.ตร.เผยส่งชุดสอบสวนไปจีนประสานคดี หลัง 3 คนร้ายโดนรวบที่อู่ฮั่น ทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีที่นั่นเลย เนื่องจากฆ่าเพื่อนร่วมชาติ โทษสูงสุดถึงประหาร ส่วนสาวโอเกะไทยรับสารภาพช่วยเหลือ 3 มังกรอุ้มฆ่า สภ.บางแม่นางส่งตัวฝากขัง-ไม่ได้ประกัน

จากกรณีคนร้ายชาวจีน 3 คน ก่อเหตุฆ่าน.ส.จิน ซ่าน น.ศ.สาวจีนชั้นปีที่ 3 ซึ่งเดินทางมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในไทย เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2566 หายตัวไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2566 ก่อนพบร่างที่ร่องน้ำที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังก่อเหตุคนร้ายทั้งหมดหลบหนีกลับไปประเทศจีน ขณะที่ศาลจังหวัดนนทบุรี อนุมัติหมายจับนายโจว เผิงเฟย อายุ 24 ปี, นายเฉิน ไซกัง อายุ 23 ปี และนายโจว เซี่ยวเฟย อายุ 23 ปี ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกค่าไถ่ เจตนาฆ่าโดยทรมานและซุกซ่อนทำลายศพ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนสามารถควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาชาวจีนได้ที่เมืองอู่ฮั่น โดยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายประเทศจีน หลังก่อเหตุฆ่าเพื่อนร่วมชาติ โดยจะไม่ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยเนื่องจากไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ทั้งนี้คาดว่ากลุ่มคนร้ายซึ่งมี 3 คนนั้นน่าจะวางแผนล่วงหน้า โดยกลุ่มชาวจีนทั้ง 3 คนสืบประวัติน.ส.จินตั้งแต่ชั้นปี 1-2 ที่เรียนที่มหาวิทยาลัยในจีน รู้ว่ามีพ่อเป็นครูสอนดนตรีที่ฐานะดี เข้าขั้นเศรษฐี คนร้ายจึง ล่อลวงให้น.ส.จินหลงรัก และยอมคบหา 1 ใน 3 ของแก๊ง เมื่อทราบว่าน.ส.จินบินมาเรียนไทย ก็ซื้อตั๋วบินตามมา โดยมาเช่าบ้าน เช่ารถเพื่อก่อเหตุ จนกระทั่งเรียกเธอมาพบเพื่อเรียกค่าไถ่ ก่อนที่จะพลั้งมือ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองส่งพนักงานสอบสวนไปถึงยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนแล้ว อยู่ระหว่างเดินทางเข้าไปสอบปากคำผู้ต้องหาร่วมกับทางการจีนถึงสาเหตุการฆาตกรรมครั้งนี้ ซึ่งการสอบสวนจะร่วมกันทั้งสองประเทศเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยขั้นตอนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตเป็นคนจีนที่เหตุเกิดนอกประเทศจีนและทางการจีนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในประเทศจีน ทางการจีนสามารถดำเนินคดีได้ที่ประเทศจีน โดยไม่ต้องส่งตัวผู้ต้องหากลับมาประเทศไทย เพราะกฎหมายของประเทศจีนมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต ซึ่งตามขั้นตอนตำรวจไทยจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมทั้งการแจ้งความที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ส่งไปให้ทางการจีนเพื่อพิจารณาคดีในชั้นศาล ในทางกลับกันหากเป็นคนไทยที่ก่อเหตุฆาตกรรมกันเองใน ต่างประเทศ แล้วทางการไทยจับผู้ต้องหาได้ในประเทศไทยก็สามารถนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทยได้เช่นกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น ผู้ต้องหาชาวจีน 3 รายและหญิงไทย 1 รายที่ให้การช่วยเหลือ รวม 4 ราย ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกค่าไถ่ เจตนาฆ่าโดยทรมาน ซุกซ่อนอำพรางศพ

ร่วมอุ้มฆ่า – ตำรวจสภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี นำตัวน.ส.ชนิดา มาทอง อายุ 19 ปี สาวคาราโอเกะ ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี หลังร่วมกับ 3 ชายชาวจีนอุ้มฆ่าน.ศ.สาวจีนเพื่อเรียกค่าไถ่ ขณะที่ 3 หนุ่มคนร้ายถูกรวบตัวได้แล้วที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 เม.ย.

วันเดียวกัน พ.ต.ท.อนันท์ ปานทอง สว.สอบสวน สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี นำตัวน.ส.ชนิดา มาทอง อายุ 19 ปี สาวคาราโอเกะ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายชาวจีน 3 ราย ก่อเหตุอุ้มฆ่านักศึกษาสาวชาวจีนเพื่อเรียกค่าไถ่ มาสอบปากคำเพิ่มเติมตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ก่อนจะนำตัวไปพิมพ์ลาย นิ้วมือ และส่งไปฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรี ในทันที

โดยน.ส.ชนิดาให้การรับสารภาพว่า กลุ่มคนร้ายชาวจีนทั้ง 3 รายเป็นลูกค้าเข้ามาเที่ยวที่ร้านจนเกิดความสนิทกัน กระทั่งทั้ง 3 คน มาปรึกษาเกี่ยวกับการอุ้มตัวนักศึกษาสาวชาวจีนเพื่อเรียกค่าไถ่ ไปจนถึงขั้นตอนหลังน.ส.จิน ซ่าน ถูกฆ่าตายแล้ว จึงแนะนำให้นำร่างไปยัดถุงและนำไปทิ้งเพื่ออำพรางคดี รวมทั้งยังเป็นคนขับรถไปส่ง 3 คนร้ายชาวจีนเพื่อขึ้นเครื่องหลบหนีกลับประเทศจีนด้วย

ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาว่า เป็นผู้ใช้ในความผิดฐานร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่า 15 ปี ไปโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีการข่มขืนใจ ด้วยประการอื่นใด หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เป็นเหตุให้ ผู้ถูกเอาตัวไปถูกหน่วงเหนี่ยวหรือถูกกักขังนั้นถึงแก่ความตาย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ โดยไม่มีเหตุอันควร ร่วมกันทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ซ่อนเร้น ยักย้าย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพหรือส่วนของศพเพื่อผิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย

ที่สภ.บางแม่นาง นายจิน หลี่เผิง อายุ 48 ปี บิดาของน.ส.จิน ซ่าน ได้เดินทางเข้าพบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยญาติและล่ามแปลภาษา ซึ่งทันทีที่นายจิน หลี่เผิง เดินทางมาถึงโรงพัก นายจิน หลี่เผิง ได้เดินร้องไห้เศร้าโศกด้วยความเสียใจ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวเข้าห้องประชุม โดยมีพ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี เดินทางเข้าสอบปากคำในฐานะพยานและผู้เสียหาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปดูบ้านเช่าที่กลุ่มชาวจีนผู้ก่อเหตุเช่าไว้

จากนั้นนายจิน หลี่เผิง ได้เดินทางพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่บริเวณร่องน้ำในสวนบัว ซึ่งเป็นจุดพบศพเพื่อเชิญดวงวิญญาณตามความเชื่อ

น้ำตาพ่อ – นายจิน หลี่เผิง พ่อน.ศ.สาวจีน เหยื่อแก๊งหนุ่มจีนอุ้มฆ่าทิ้งศพที่จ.นนทบุรี ร่ำไห้เข้าพบตำรวจสภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี เพื่อติดตามคดี ก่อนไปทำพิธีเชิญวิญญาณและนำร่างลูกสาวกลับบ้านประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 เม.ย.

นายจิน หลี่เผิง กล่าวผ่านล่ามว่า ขอขอบคุณสถานทูตจีน ตำรวจจีนและตำรวจไทย ที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุจนพบตัว ขอบคุณข้าราชการทุกระดับรวมทั้งผู้ที่ช่วยเหลือทุกคน และขอบคุณตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่อำนวยความสะดวกให้ตน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ช่วงเวลา 10.59 น.ที่จีน ตนได้รับข้อความและรูปภาพ จากวีแช็ตของลูกสาว แต่รู้ว่าไม่ใช่ลูกสาวเป็นคนส่งมา เพราะเป็นรูปภาพที่ลูกสาวโดนมัดมือมัดเท้า เป็นช่วงเวลาเหตุการณ์ที่จำได้ไม่ลืม เพราะมีข้อความเรียกค่าไถ่ตามมา โดยบอกว่าลูกสาวอยู่กับเขา ให้เตรียมเงิน 5 แสนหยวนหรือเป็นเงินไทยประมาณ 2.5 ล้านบาท โดยให้เวลา 3 ชั่วโมง แต่ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าลูกสาวตนเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.ตอนกลางคืน ทั้งๆ ที่เสียชีวิตไปแล้วแต่คนร้ายยังส่งข้อความมาเรียกเงินอีก ทำให้ครอบครัวรู้สึกเสียใจ กระทบกระเทือนจิตใจเป็นอย่างมาก

จากนั้นนายจิน หลี่เผิง เริ่มมีน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกับจะร้องไห้ จึงได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ในทันที

พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางแม่นาง กล่าวว่า สำหรับน.ส.ชนิดา ทางศาลน่าจะพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีมีโทษสูง จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัวเช่นกัน

พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า ในคดีนี้ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย ที่มาประสบชะตากรรมในลักษณะนี้ที่ประเทศไทย คนไทยทุกคนก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของการสอบปากคำหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่ากลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมลูกสาวของเขาเป็นใคร จะมีการตรวจดีเอ็นเอของพ่อผู้เสียชีวิตเปรียบเทียบกับผู้เสียชีวิตต่อไปอีกครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลหลักฐานในการติดต่อขอรับศพไปทำพิธีทางศาสนา หลังจากสถาบันนิติเวชพิสูจน์ทราบเรียบร้อยแล้วก็จะมอบศพให้ทางครอบครัวรับกลับไปทำพิธีตามหลักศาสนาต่อไป

ด้านน.ส.อรอุษา ชินกระจ่างกิจ ยุติธรรมจ.นนทบุรี เข้าให้ความช่วยเหลือเยียวยาเป็นเงินจำนวนหนึ่งกับนายจิน หลี่เผิง โดยกล่าวว่า การพิจารณาของคณะอนุกรรมการของจังหวัดนนทบุรี เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตอนนี้เอกสารและหลักฐานค่อนข้างจะครบแล้ว คาดว่าเรื่องนี้น่าจะเข้าที่ประชุมอนุกรรมการช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ ในส่วนนี้ทางยุติธรรมจังหวัดจะได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องเกี่ยวกับการขอรับศพกลับอีกทีหนึ่ง โดยทางกระทรวงยุติธรรมจะให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ในกรณีนี้สามารถดำเนินการจัดได้เนื่องจากทางผู้เสียหายไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน