ยัน8ปีผลงานเพียบ ‘เศรษฐา’ขึ้นเวทีแจง โต้โจมตี-เติม1หมื่น กกต.สั่งแจ้งที่มางบฯ ชัยเกษมทรุด-ส่งรพ.
‘ตู่’ให้สัมภาษณ์เปิดใจ แย้มแผนงานหากได้นั่งนายกฯ ต่ออีก 2 ปี เน้นสร้างความมั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน สานต่อสิ่งที่ทำไว้แล้ว ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เปรียบ4 ปีที่ผ่านมา ผลงานเหมือนลูกกอล์ฟอยู่บนกรีน ทำต่อ 2 ปี แค่พัตต์ลงหลุม กกต.เตือนผู้สมัครจัดรื่นเริงสงกรานต์ จ่อสั่งพรรค เพื่อไทยแจงที่มานโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล พท.ยันพร้อมชี้แจง ‘เศรษฐา’นำปราศรัยใหญ่ จ.น่าน โต้เสียงโจมตีเติมเงิน 1 หมื่น ไล่กลับไปอ่านนโยบายให้ละเอียด ย้ำ 1 ครอบครัวอาจได้หลายหมื่น หาม ‘ชัยเกษม’ ส่งโรงพยาบาล พบก้อนเลือดแห้งในสมอง จุรินทร์โวยนโยบายแจกเงิน แต่ไปขึ้นภาษี ‘บิ๊กบี้’ ลงนามโผผู้พัน 206 ตำแหน่ง
ตู่ยันไม่เคยยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์พิเศษข่าวสดว่า การบริหารราชการแผ่นดินยืนยันว่าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมีหลักการมือซ้ายต้องมีกฎหมาย มีกรอบต่างๆ ทั้งกรอบวินัย การเงิน การคลัง ระบบงบประมาณ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการตรวจสอบมีมากและไม่เคยไปก้าวล่วงการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น ต้องมาเตือนฝั่งมือขวาคือรัฐบาลว่าทำอะไรต้องถูกต้องตามกฎหมาย ทุกประการ การใช้จ่ายงบประมาณทุกโครงการต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้

เปิดอก – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์พิเศษ ผู้สื่อข่าวมติชน-ข่าวสด เปิดใจถึงการทำงานที่ผ่านมาและการเดินหน้าไปต่อ ถ้าหากได้รับเลือกเป็นนายกฯ อีกครั้ง เมื่อวันที่ 8 เม.ย.
ยกผลงานรัฐบาลมีไม่น้อย
เมื่อถามว่าการทำงานในระบบรัฐบาลผสมกับพรรคการเมืองหนักใจหรือมีบทเรียนอะไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรที่มากกว่าคนคนเดียวทำมีปัญหาทั้งสิ้น มีคนที่ 2-3 ก็มีปัญหาทั้งนั้น เพราะทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ทุกคนก็ต้องพูดคุยกัน แม้แต่การจัดทำงบประมาณก็ต้องดูอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะงบใช้จ่ายในการลงทุน 20% ถ้าทำให้ตกเมื่อไรประเทศชาติก็ตกทันที อยู่มา 4 ปี ก็ทำให้ทุกอย่างอยู่ในวงเงิน 20%
ส่วนบัตรสวัสดิการประชารัฐไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ต้องเข้าใจความแตกต่าง ถ้าเป็นเรื่องของรัฐสวัสดิการคือรัฐดูแลทั้งหมดซึ่งใช้กับบางประเทศที่มีรายได้เพียงพอ ทุกอย่างฟรีทั้งหมดเพราะเขามีเงิน แต่เราไม่ได้มีแบบเขาก็ต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมมาตรการต่างๆ ที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพวันนี้ถือว่าทำได้ดีแล้ว รัฐบาลได้สร้างโอกาสให้ ทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นงานโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์รัฐบาลทำไปมากแล้ว ตนศึกษามามากและนานแล้วเรื่องของดิจิทัล บล็อกเชน เงินคริปโต เพื่อทำความเข้าใจเป็นพื้นฐานให้รู้ไว้ ส่วนรายละเอียดก็ต้องปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจซึ่งรัฐบาลมีคนเก่ง อยู่มาก
แจงอยู่ต่อ 2 ปี-พัตต์กอล์ฟลงหลุม
เมื่อถามว่าหลังเลือกตั้งไฮไลต์ที่จะทำต่อคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่บอกว่า ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ก็ต้องทำ เนื่องจากยังไม่เสร็จ หรือยังเสร็จไม่หมด ส่วนจะเสร็จเมื่อไหร่ก็คงต้องตอบว่าจนหมดทุกรัฐบาลถึงจะเสร็จ เพราะปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ สิ่งสำคัญวันนี้คือการแก้ปัญหาความยากจน หนี้ครัวเรือน การรักษาวินัยทางการเงิน การคลัง
“วันนี้การทำงานตามนโยบายของรัฐบาลถ้าเปรียบกับการตีกอล์ฟ วันนี้ทุกอย่างอยู่บนขอบกรีน บางอย่างก็อยู่บนกรีนแล้วก็พยายามผลักดัน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทีออฟ ไม่ใช่บางอย่างอยู่บนกรีนแล้วเตะลูกออกจากกรีนผม แล้วต้องไปเริ่มตีใหม่ แล้วจะเข้าป่าหรือเปล่ายังไม่รู้ ส่วนใหญ่เรื่องอยู่บนขอบกรีน และบนกรีนจะใช้เวลาอีก 2 ปี พัตต์ลงหลุม ก็ขึ้นอยู่ที่ว่ากรีนนั้นเรียบสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นกรีน ที่มีความวุ่นวายหรือมีเคิร์ฟเยอะ ก็ต้องพัตต์กันหลายพัตต์ ซึ่งก็ต้องควบคู่ไปกับความมั่นคงและเสถียรภาพ
ยันเป้าหมายทำประเทศมั่นคงมั่งคั่ง
เมื่อก่อนนี้มีแต่ความวูบวาบและพัตต์กรีนยากไม่ยั่งยืน ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำในอีก 2 ปีข้างหน้าคือการพัตต์กอล์ฟลงหลุม ก็ต้องไปดันลูกขอบกรีนอีกทีเพราะบางครั้งบางลูกยังอยู่ไกลต้องชิพเข้ามาในกรีนก่อน สิ่งสำคัญวันนี้คือทั้งหมดมันเกิดขึ้นในสมัยเรา และผมเป็นคนเปิดเกมและเจรจากับผู้นำประเทศต่างๆนายกฯ หน้าที่ตรงนี้ สร้างความเชื่อมั่นและรับฟังความคิดเห็นจากประเทศเข้ามา วันนี้เราเดินหน้ามาไกลแล้ว ขออย่ากลับไปที่เดิมก็แล้วกัน
ดังนั้นถ้ากรีนบ้านเราเรียกพัตต์ง่าย คิดว่าอีก 2 ปีหลายอย่างก็จะประสบผลสำเร็จมากขึ้น แต่จะไม่ใช่หยุดแค่นั้นก็ต้องส่งต่อให้กับรัฐบาลต่อไป เพราะทั้งหมดคือยุทธศาสตร์ชาติ และวิสัยทัศน์ที่เราคาดหวังในอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเราต้องการให้ประเทศของเรามีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ปลอดภัยเข้มแข็ง ทุกคนมีรายได้ที่เพียงพอ นี่คือวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศจะต้องมีตรงนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

บูธมติชน – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หน.พรรคก้าวไกล เยี่ยมชมบูธสำนักพิมพ์มติชน ซื้อหนังสือและทักทายคริส เบเคอร์ และ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เจ้าของผลงาน A History Of Thailand : ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เมื่อ 8 เม.ย.
เลขาฯกกต.เตือนเวทีปราศรัย
ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีการหาเสียงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบนเวทีปราศรัย ว่า การหาเสียงนั้น การพูดเรื่องความจริง หรือข้อเท็จจริงทำได้ และเป็นเรื่องที่ถูกต้อง อย่าพูดจาใส่ร้ายด้วยความเท็จ แต่คนที่มีตำแหน่งหน้าที่จะแบ่งเป็น 2 ประเภท 1.คณะรัฐมนตรี ต้องไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 กำหนด และ 2.ข้าราชการ อย่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเป็นคุณเป็นโทษต่อผู้สมัครหรือพรรคการเมือง บางครั้งต้องแยกการใช้ตำแหน่งหน้าที่กับความไม่เป็นกลางทางการเมือง เพราะความ ไม่เป็นกลางทางการเมือง ไม่ได้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่จะผิดตามมติ ครม. และกฎหมายข้าราชการพลเรือน แต่บางครั้งการใช้ตำแหน่งหน้าที่ก็อาจจะเกี่ยวเนื่องกับความไม่เป็นกลางทางการเมืองด้วย
นอกจากนั้นการหาเสียงตามกฎหมาย กำหนดว่าอย่าจัดมหรสพหรือรื่นเริง คำว่ารื่นเริงจะขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างการใช้เพลงของพรรคประกอบการหาเสียง อยากให้เป็นการเปิดเพลงแทนการร้องสด และมีการแสดงประกอบ เพราะจะหมิ่นเหม่ จึงอยากให้หลีกเลี่ยง
อย่าจัดรื่นเริงช่วงสงกรานต์
เมื่อถามว่าหลังการรับสมัครเลือกตั้งแล้ว มีการร้องเรียนผู้สมัครมากน้อยแค่ไหน นายแสวงกล่าวว่า สำนักงาน กกต.พยายามจะบริหารสถานการณ์การเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จากวันนี้จนถึงวันลงคะแนน ซึ่งจากอดีตที่ผ่านมาจะมีการร้องเรียก 2 เรื่อง คือการให้เงินให้ทรัพย์สิน และเรื่องความไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยสำนักงาน กกต.ได้ดูแลเรื่องเหล่านี้อยู่ ณ วันนี้ยังไม่มีการรายงานจากทางจังหวัดว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง มีแต่กรณีที่เป็นข่าว หากมีการให้ข่าวเกี่ยวกับการทำผิดเลือกตั้ง สำนักงานจะมีหนังสือเชิญทุกท่านที่ให้ข่าวว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงมาให้ถ้อยคำ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารและจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยในพื้นที่ส่วนกลาง สำนักงาน กกต.จะเป็นผู้เชิญเอง แต่ในกรณีในพื้นที่ต่างจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดจะเป็นผู้เชิญ
เมื่อถามว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง สามารถร่วมกิจกรรมที่มีงานรื่นเริงได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ประชาชนทำได้ตามปกติ แต่ในส่วนผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องพึงระวังอย่าไปจัดเอง หรือทำเพื่อหาเสียง เพราะกฎหมายห้ามจัดมหรสพและงานรื่นเริง แต่สามารถไปร่วมกิจกรรม ไปร่วมงาน หรือหาเสียงได้ แต่อย่าทำผิดกฎหมาย
ส่วนระบบบัตรเลือกตั้งมีการเข้ารหัสความปลอดภัย โดยเวลาแจกจ่ายบัตรเลือกตั้งไปหน่วยเลือกตั้งต่างๆ จะเป็นบัตรเฉพาะหน่วย เราจะสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นบัตรเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งใด ดังนั้นในกรณีที่คนจะคิดทำจะบัตรอย่างอื่น กกต.สามารถพิสูจน์ได้ เพราะบัตรเลือกตั้งที่ กกต.ออกแบบเป็นบัตรเลือกตั้งเฉพาะหน่วย
สั่งพท.แจ้งที่มา-วงเงิน 1 หมื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ปราศรัยชูนโยบายแจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาทนั้น
มีรายงานว่าพรรคเพื่อไทยมีการแจ้งนโยบายหาเสียงดังกล่าวมายัง กกต. ตามมาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 แล้ว แต่ไม่มีการระบุวงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงิน รวมทั้งยังมีอีกหลายนโยบายที่ไม่ได้ระบุวงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงิน โดยกกต.จะมีการแจ้งให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ มาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง 2560 กำหนดว่า การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณานโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงินการประกาศโฆษณานโยบายนั้นอย่างน้อยต้องมี 1.วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ ส่งความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย หากพรรคการเมืองไม่ได้จัดทำรายการดังกล่าวให้กกต.สั่งให้ดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
ปชป.ทัวร์เหนือ-หาเสียงพรรค
เวลา 13.30 น. ที่โรงเรียนเมืองเชลียง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำทีมประชาธิปัตย์ เบอร์26 ออน ทัวร์ภาคเหนือ พร้อมผู้สมัครจ.สุโขทัย
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ ว่า มีความมั่นใจเพราะกระแสตอบรับในภาพรวมของ จ.สุโขทัย ดีขึ้นมาก จะเป็นโอกาสสำคัญของปชป. โดยเฉพาะผู้สมัครของพรรคเป็นผู้ที่มีคุณภาพ มีศักยภาพทุกเขต
โวนโยบายสร้างเงิน
เมื่อถามถึงเหตุผลที่นโยบายปชป. เป็นแนวนโยบายเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ แตกต่างจากพรรคอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นแนวประชานิยม นายจุรินทร์กล่าวว่า ความแตกต่างอันหนึ่งปชป.ไม่ได้เน้นเรื่องนโยบายแจกฟรี แต่เราเน้นหาเงินให้ประเทศนอกจากการหาเงินให้กับคนไทย การหาเงินให้ประเทศ หรือการสร้างเงินก็ชัดเจนว่าเราจะมุ่งเน้นการนำเงินเข้าประเทศ จากการส่งออกและจากการท่องเที่ยว อย่างน้อยที่สุดตนมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง เพราะได้ทำเรื่องการส่งออก และมีตัวเลขชัดเจนว่ารายได้จากการส่งออกเข้าประเทศเกือบ 10 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 30 ปี
ส่วนเรื่องท่องเที่ยว ตนเคยเป็นรัฐมนตรี ท่องเที่ยวมาแล้วและเป็นคนทำแคมเปญอะเมซิ่งไทยแลนด์ ในยุคต้นๆ จึงเป็นหลักประกันที่มั่นใจว่า ถ้าเราเป็นนายกฯ ก็จะสามารถสร้างเงินให้ประเทศได้อย่างน้อย85 ล้านล้านบาท เพื่อนำเงินนี้มาสร้างเงินให้คนไทย และสร้างคน สร้างอนาคตให้ประเทศ ต่อไป
นโยบายแจกเงินไม่ยั่งยืน หลายพรรค อาจเน้น นโยบายเรื่องของการแจกเงิน บางพรรคอาจเน้นถึงขั้นแจก แล้วสุดท้ายก็ยอมรับว่าเอาเงินมาจากการไปขึ้นภาษีประชาชน สุดท้ายประชาชนก็กลายเป็นห่าน โดนถอนขนจนเกลี้ยง คือสิ่งที่เราต้องรู้เท่าทัน และต้องระมัดระวังว่าสุดท้ายแล้วกรรมจะตกอยู่กับใคร ถ้ามีนโยบายฉาบฉวยในลักษณะนี้ แต่นโยบาย ปชป.เราต้องการสร้างเงินให้ประเทศจริงๆ และมีแนวทางที่ชัดเจน ไม่เกี่ยวพัน กับเรื่องที่จะต้องไปขูดรีดภาษีเพิ่มเติมจากประชาชน
รับคนสับสนเบอร์พรรค-ผู้สมัคร
เมื่อถามว่าการที่เบอร์ของผู้สมัครและเบอร์พรรค เป็นคนละเบอร์กัน อาจทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสับสนได้ นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริงทุกพรรคประสบปัญหาเดียวกัน เพราะกฎหมายไม่ยอมทำตามสิ่งที่พวกเราเสนอว่า ไม่ว่าใครจะลงสมัครเขตไหน ถ้าพรรคเดียวกันก็ขอให้ได้เบอร์เดียวกัน และบัญชีรายชื่อก็ขอให้ได้เบอร์เดียวกันทั่วทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้ประชาชนจดจำง่าย แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมกัน แล้วทำให้เกิดความสับสน เพราะผู้สมัครเขตก็จะคนละเบอร์กันหมด เพราะฉะนั้นใครอยู่เขตไหนก็ต้องจำว่าผู้สมัครประชาธิปัตย์เขตตัวเองนั้นเบอร์อะไร และอีกเบอร์ที่ต้องจำคือเบอร์พรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์คือเบอร์ 26

พบชาวน่าน – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ทักทายประชาชนระหว่างเดินขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค และผู้สมัครส.ส.น่าน เขต 2 กับผู้สมัครส.ส.น่านอีก 2 เขต ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน เมื่อวันที่ 8 เม.ย.
เศรษฐานำพท.บุกเมืองน่าน
เวลา 15.00 น. ที่จ.น่าน นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง แคนดิเดต นายกฯ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ฐานะผู้สมัคร ส.ส.น่าน เขต 2 เบอร์ 1 พรรคพท. นายสุทิน คลังแสง นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย ผู้สมัคร ส.ส.น่าน และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.เมืองน่าน เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเปิดกิจกรรมปล่อยขบวนรถแห่ “กึ๊ดใหญ่ทำเป็น” 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยขบวนรถวิ่งไปรอบตัวเมืองน่าน และสิ้นสุดบริเวณหน้าวัดภูมินทร์ (ถนนคนเดิน) โดยมีมวลชนมารอต้อนรับกันอย่างอบอบอุ่น
เย้ยหยอดข้าวต้ม-แจก 1 พัน
นายเศรษฐากล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยโจมตีนโยบายดิจิทัล วอลเล็ตของพท. เสี่ยงที่จะทำให้ประเทศพังว่า ก็มีความเห็นของท่านไป แต่ 8 ปีที่ผ่านมาประชาชนบอบช้ำเยอะ เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งยิ่งใหญ่ การหยอดน้ำข้าวต้มทีละ 1,000 หรือ 2,000 บาท มันไม่เกิดการกระตุ้น พี่น้องประชาชนต้องการการช่วยเหลือเยอะ
ดังนั้น เงิน 10,000 บาทไม่ใช่ว่าเราไม่มีที่มาที่ไป การที่เราออกนโยบายนี้ เรามั่นใจว่าจะมีเงินกลับเข้าคลังได้ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล การจัดการงบประมาณปีหน้าซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของสภาฯ หาก พท.ได้รับความไว้วางใจ ให้เข้ามาเป็นรัฐบาล เราเชื่อว่าจะสามารถจัดการงบประมาณได้ถ้าเราสามารถรีดงบได้ประมาณ 2 แสนล้านบาท

ชูบอลไทย – นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะที่ปรึกษานโยบายกีฬา พรรคเพื่อไทย พร้อม นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช แถลงนโยบาย ‘สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย’ ภายใน 100 วันแรก พาบอลไทยสู่ระดับนานาชาติ
ไล่ตู่อ่านนโยบายพท.ใหม่
ด้านนายชัยเกษมกล่าวเสริมว่า ตนว่าท่านห่วงเพราะท่านสร้างหนี้ไว้มากมายมากกว่า ก็เลยห่วงว่าไม่สามารถกู้ได้ แต่ พท.คิดว่าไม่มีปัญหา ถ้าท่านไม่สร้างหนี้ไว้มากมาย พรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องคิดนโยบายที่จะทำให้ประเทศดีขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าหลายประเทศที่ใช้สกุลเงินดิจิทัลเกิดการล่มสลายมาแล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า ท่านไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร แนะนำให้ไปอ่านแล้วทำความเข้าใจให้ดี
เมื่อถามว่าหนี้สาธารณะที่รัฐบาลนี้สร้างไว้ จะไม่เป็นปัญหาต่อพท. ใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า จะบอกอย่างนั้นก็ไม่เชิง ก็เป็นปัญหา แต่เราแก้ไขได้ เราอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหา
ยินดีชี้แจงกกต.
เมื่อถามกรณี กกต.ขอให้พรรคเพื่อไทยทำเรื่องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินในนโยบายดังกล่าว นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นธรรมดาอยู่แล้ว คณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของพรรค รวมถึงฝ่ายกฎหมายกำลังเตรียมเอกสารอยู่ และยินดีที่จะไปชี้แจง
ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวเสริมว่า ประเด็นนี้เราได้เสนอไปตามมาตรา 57 พ.ร.ป.พรรค การเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งการที่เราประกาศนโยบายผ่าน กก.บห.และได้ยื่นต่อ กกต. ซึ่งเป็นเพียงรายละเอียดที่ กกต.ขอเพิ่มเติมว่าที่มาของแหล่งเงินระบุให้ชัดไปว่าจะมาจากที่ไหนอย่างไร ตรงนี้เป็นไปตามกฎหมาย เรายินดีปฏิบัติตามนั้นอยู่แล้ว ไม่เป็นปัญหาอะไร เขาไม่มีอำนาจอนุญาตหรืออนุมัติในเรื่องของนโยบาย เพียงแต่ กกต.ทำตามข้อกฎหมายว่าให้แจ้งให้เขาทราบเรื่องที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งกรอบใหญ่เราแจ้งไปแล้ว
เลือกพท.ได้‘เศรษฐา’นายกฯ
เวลา 18.00 น. ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา วิทยาเขตน่าน อ.ภูเพียง จ.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัย นำโดยนายเศรษฐา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.น่าน เขต 2 เบอร์ 1 นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ รวมถึงนายทรงยศ รามสูต ผู้สมัคร ส.ส.น่าน เขต 1 เบอร์ 6 และนายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ผู้สมัครส.ส.น่าน เขต 3 เบอร์ 1 ท่ามกลางประชาชนร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่
นพ.ชลน่านปราศรัยว่า หากพี่น้องเลือก พท.เบอร์ 29 พี่น้องจะได้นายกฯ คนที่ 30 ที่ชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ส่วน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอีกคนตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนกว่าแล้ว เดินทางไม่สะดวก แต่ก็ส่งหัวใจพร้อมภาพและเสียงมาแทน มั่นใจว่าคนน่านกาถูก กาแม่นทั้งเบอร์คน เบอร์พรรค ขอให้กาเบอร์ 29 เอานายกฯคนที่ 29 ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป
อิ๊งปราศัยผ่านซูม
จากนั้น น.ส.แพทองธารปราศรัยผ่านระบบซูมว่า “สวัสดีเจ้า วันนี้ไม่ได้ไปเอง ขอสุมาเต๊อะเจ้า” 14 พ.ค. ขอให้พี่น้องกาเบอร์ 29 ตัวอยู่กรุงเทพฯ คุณหมอไม่ให้เดินทางแล้ว แต่ขอส่งใจไปกับทีมงานพท. พท.พร้อมเข้ามาแก้ปัญหาคาราคาซังที่มีมายาวนาน ถ้าเป็นรัฐบาลเมื่อไร จะเข้ามาแก้ปัญหาที่ดินทำกิน พร้อมจัดหาที่ดินทำกิน 50 ล้านไร่ ศักยภาพของ พท.จะทำให้พี่น้องมีที่ดินทำกิน เราจะพิสูจน์สิทธิ์ แก้กฎหมายให้อยู่ข้างประชาชน ที่ดินรัฐตรงไหนไม่ได้ใช้จะจัดสรรให้พี่น้องประชาชนมีที่ทำกิน พท.หาข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาไว้พร้อมแล้ว 14 พ.ค. ขอแลนด์สไลด์ให้ พท.และ จ.น่านทั้ง 3 เขต
ย้ำหลายหมื่นต่อครอบครัว
นายเศรษฐาปราศรัยว่า ได้รับเกียรติ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พท. ตนพร้อมทั้งกาย ทั้งใจ 8 ปีที่ผ่านมาพอหรือยังกับ พล.อ.ประยุทธ์ ตนไม่ใช่คนก้าวร้าว เป็นคนสุภาพ แต่ฟังมาหลายหน เขาพูดตะแบงอยู่ได้ว่าคนรักเขาเพราะว่าความสุจริต ตนก็เกาหัวไม่เข้าใจสุจริตตรงไหน ในเมื่อดัชนีความทุจริตในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกฯ ทรุดต่ำลงเรื่อยๆ นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ที่เราจะให้คนที่มีอายุ 16 ปี ขึ้นไป 1 หมื่นบาท ขอฝากข้อคิดว่า หนึ่งครัวเรือน ถ้ามีหลายคนก็ได้หลายหมื่นบาท สามารถสร้างอาชีพ สร้างตัวได้เลย ไม่เหมือนรัฐบาลนี้ที่ให้ทีละ 500 ทีละ 1,000 บาท หยอดน้ำข้าวต้มไปเรื่อยๆ ไม่เอาแล้ว น่าเบื่อ
“หลังจากที่เปิดนโยบายนี้ พรรคอื่นๆ ก็ค่อนแคะ กระแนะกระแหนว่าจะทำได้หรือไม่ ที่พรรคอื่นพูดถึงนโยบายเรา แสดงว่านโยบายเราโดนใจ ที่เราไม่พูดถึงนโยบายคนอื่นเพราะไม่น่าสนใจ และไม่ต้องไปฟังที่ พล.อ.ประยุทธ์ว่าทำได้หรือเปล่า เขาไม่เข้าใจก็ปล่อยเขาไป เรามีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้พี่น้องหลุดพ้นจากหลุมดำความยากจน สิ่งที่พูดมาทั้งหมดจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่เลือกเบอร์ 29 เราต้องการแลนด์สไลด์ เป็นรัฐบาลพรรคเดียว ดูแลทุกกระทรวง เป้าหมาย 310 เสียงไม่พอ ต้อง 376 เสียง” นายเศรษฐากล่าว
หามชัยเกษมส่งรพ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยเกษมไม่ได้ ร่วมเวทีปราศรัยในช่วงเย็น เนื่องจากทราบว่าป่วยกะทันหัน โดยนายเศรษฐาชี้แจงว่า ตอนบ่ายเดินที่วัดพระธาตุแช่แห้งฯ เนื่องจากท่านมีอาการเพลียนิดหน่อย เพราะอากาศร้อน ทำให้ต้องไปพักที่โรงแรม โดยมีแพทย์ดูแลอาการ และแจ้งว่ามีอาการปวดหัวนิดหน่อย อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าจะถึงขั้นต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ ทันทีเลยหรือไม่ ขณะนี้อยู่ในการรักษาของแพทย์แล้ว เชื่อคงไม่มีอะไร
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนายชัยเกษมได้พบแพทย์และตรวจซีทีสแกนพบว่ามีก้อนเลือดแห้งอยู่ในสมอง คาดว่าเป็นมาสักพักแล้ว ตอนนี้ยังไม่ส่งผลร้ายแรงอะไร แต่แพทย์ได้วินิจฉัยแนะนำให้ตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ อีกครั้ง
บิ๊กบี้ลงนามโผผู้พัน206ตำแหน่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย.66 พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก แต่งตั้งโยกย้ายทหารระดับผู้บังคับกองพัน จำนวน 206 นาย บัญชีรายชื่อดังกล่าวมีการเปลี่ยนผู้บังคับกองพันระดับคุมกำลังในหน่วยบูรพาพยัคฆ์ ทหารเสือราชินี ที่น่าสนใจคือ การส่งทหารคอแดง ซึ่งทำหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ จากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) เป็นผู้บังคับพันที่กองพลทหารราบที่ 9 และกองพลทหารราบที่ 11
นอกจากนั้น ยังมีการปรับย้ายระดับผู้บังคับการกรมทหารพรานในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว หรืออาร์ดีเอฟ หน่วยทหารปืนใหญ่ กองพลปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน รวมถึงหน่วยสนับสนุนต่างๆ เช่น เหล่าช่าง สื่อสาร แพทย์ กรมการบินทหารบก อีกทั้งหน่วยขนส่ง ซึ่งถูกจับตามอง เนื่องจากมีกำลังพลในสังกัดตกเป็นข่าวเป็นผู้ต้องหาในการแฮ็กข้อมูล
สำหรับรายชื่อในตำแหน่งคุมกำลัง อาทิ พ.ท.ธนา สุรโชติ เป็น ผบ.ร.12 พัน.3 รอ. พ.ท.สมภพ พงษ์คีรี เป็น ผบ.ร.12 พัน.2 รอ. พ.อ.แก้วเพชร ตั้งพัฒนพันธ์ เป็น ผบ.กรม ทพ.11 พ.ท.เชิดเกียรติ บัวผัน เป็น ผบ.กรม ทพ.14 พ.ท.พงษ์สัณห์ ดำนิล เป็น ผบ.ร.31 พัน.3 รอ. ที่น่าสนใจคือ มีชื่อของ พ.ท.พีรพุฒิ แย้มจิตร์ จาก หน.ฝกร.พล.1 รอ. ไปเป็น ผบ.ร.29 พัน.3 พ.ท.เสกสรร บุญวงษ์ ขยับจาก ผบ.ร.111 พัน.3 เป็น ผบ.ร.112 พัน.3 แล้วส่ง พ.ท.ธเนษฐ ชัยวัฒนธรรม หน.ฝกบ. พล.1 รอ. มาเป็น ผบ.ร.111 พัน.3 พ.ท.นิรุตต์ ดอกบานเย็น เป็น ผบ.ป.1 พัน.1 รอ. พ.อ.กิติศักดิ์ มงคลชาติ เป็น ผบ.ป.2 พัน.2 รอ.
พ.ท.นาวี จ๊อดดวงจันทร์ เป็น ผบ.ม.พัน.8 พล.ร.3 พ.ท.จิรพงศ์ จะรอนรัมย์ เป็น ผบ.ร.8 พัน.1 พ.ท.การุณ แจ้งถิ่นป่า เป็น ผบ.ม.6 พัน.6 พ.ท.สุริยงค์ กุดเป่ง เป็น ผบ.ร.6 พัน.2 พ.ท.วัชรพล แก้วปัญญา เป็น ผบ.ป.4 พัน.7 พ.ท.ชัยพิพัฒน์ อินทรเทพ เป็นผบ.ร.151 พัน.1 พ.ท.สุริยะ สัมพันธรัตน์ เป็น ผบ.รพศ.1 พัน.2 พ.ท.อร่าม จอมจิต เป็น ผบ.รพศ.2 พัน.2 พ.ท.มกร ชีวะถาวร เป็น ผบ.พัน.รพศ.ศสพ. พ.ท.พิชญ์ ผลาพรม เป็น ผบ.ส.พัน.35 นสศ. พ.ท.ธนธัช เลิศธโนทัย เป็น ผบ.ปตอ.1 พัน.5 พ.ท.ประจวบ ดีหมื่นไวย เป็น ผบ.ปตอ.1 พัน.6 พ.ท.สุวัฒน์ กาญจนเส็ง เป็น ผบ.ปตอ.1 พัน.3 พ.ท.ลือชา ศิลปะรัศมี เป็น ผบ.ป.72 พัน.722 พ.ท.ธำรงเกียรติ ชาติทระนง เป็น ผบ.พัน.บ.9 พ.ท.พงษ์ตะวัน รัตนา เป็น ผบ.พัน. รร.การบิน ทบ.