บินตปท.ไม่กระทบไทม์ไลน์ตู่ปรับลุกส์หาเสยง3วัดกทม.
ควงป๊อกรดน้ำ‘พี่ป้อม’ชื่นมื่นเศรษฐากั๊กดีลพลังประชารัฐ

กกต.ออกเอกสารชี้แจงไปดูงานต่างประเทศ ยันไม่กระทบแผนจัดเลือกตั้ง กกต.เดินทางไปทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งตามคำเชิญกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนเรื่องร้องเรียนนโยบายพรรคต้องว่าตามระเบียบ ไม่สามารถพิจารณาได้ทันที ‘บิ๊กตู่’ ควง ‘บิ๊กป๊อก ’รดน้ำดำหัว ‘พี่ป้อม’ สุดชื่นมื่น วันนี้ ‘ประยุทธ์’ ปรับลุกส์ ลงพื้นที่หาเสียง 3 วัดในกทม. ‘เอกนัฏ’ เผยโปรแกรม ‘ลุงตู่’ ลุยปราศรัยทุกภาคไม่ต่ำกว่า 10 เวที ‘บิ๊กป้อม’ ปล่อยซิงเกิลใหม่ โชว์ใจบันดาลแรงพา ชาวบ้านพ้นความยากจน ‘เศรษฐา’ ยังกั๊ก จับมือ ‘ประวิตร’ ด้าน ‘พวงเพ็ชร’ ขู่ฟ้องกลับคนโจมตีดิจิทัลวอลเล็ต

‘บิ๊กตู่’ติดตามเลือกตั้งต่างแดน
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับทราบความคืบหน้าการเตรียมจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันและติดตามกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิของคนไทยใน ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำการ บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด

ทั้ง 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการ ต่างประเทศ (กต.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้ประชุมหารือร่วมกันถึงการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักร โดยขณะนี้ กต. ได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลที่ประจำการที่สถาน เอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ ไทยทั่วโลก และ กกต.ได้ให้การสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ คูหาเลือกตั้ง สายรัดหีบบัตรเลือกตั้ง แถบพลาสติก และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งได้ดำเนินการจัดส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกแล้ว

กำหนดวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จะมีขึ้นในวันที่ 24 เม.ย.-5 พ.ค.2566 ขอให้ประชาชนติดตามรายละเอียด วัน เวลา และสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้ง จากสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยในเขตรับผิดชอบที่ตนเองอาศัยอยู่เช่นเดียวกัน โดยในปีนี้ กต. ได้จัดทำระบบเรียลไทม์ OVMS (Oversea Voting Monitoring System) ติดตามและตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดอบรม การไปใช้สิทธิ รวมถึงการส่งถุงเมล์ทางการทูตเพื่อจัดส่งบัตรเลือกตั้งให้ถูกต้องตามช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปโดยราบรื่นและเรียบร้อย

ย้ำต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้
นอกจากนี้ กกต.ได้จัดทำสรุปจำนวน ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ซึ่งได้เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-9 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีจำนวนผู้ขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวนทั้งสิ้น 2,350,969 ราย จำแนกประเภทของการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เม.ย.2566 เวลา 20.30 น.) ดังนี้ ใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง 2,216,950 คน ใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 18,880 คน และใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 115,139 คน

“รัฐบาลเน้นย้ำการบูรณาการทำงานร่วมกันจากทุกหน่วยงาน โดยคำนึงถึงการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้หลาย ช่องทาง ที่สำคัญที่สุดคือ เว็บไซต์/สื่อโซเชี่ยลมีเดีย ของสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทย และผ่านแอพพลิเคชั่น Smart vote ของสำนักงาน กกต.” นายอนุชากล่าว

กกต.ชี้แจงบินดูงานตปท.
วันเดียวกัน สำนักงาน กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี 6 กกต.เดินทางไปตรวจติดตามดูงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ใน ต่างประเทศ ว่า การเดินทางไปดูงานเป็นไปตามโครงการการเตรียมการ และตรวจติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ในการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.นอก ราชอาณาจักร เพื่อตรวจติดตามการเตรียม ความพร้อม รับฟังสภาพปัญหา และการบริหารจัดการการเลือกตั้งในแต่ละประเทศ ที่มีข้อจำกัดแตกต่างกันตามกฎหมายภายในของประเทศนั้นๆ ลักษณะภูมิประเทศ สภาพความเป็นอยู่

เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรืออาจนำมาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก่อนดำเนินการสำนักงาน กกต.ได้หารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศมาโดยตลอด ถึงวิธีการที่จะทำให้การเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อาศัยอยู่ ต่างประเทศ สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและบรรลุตามวัตถุประสงค์ให้มากที่สุด

ต่อมากระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือเชิญกกต. เดินทางไปเข้าร่วมโครงการเตรียมการและตรวจติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของสถานทูตและสถานกงสุลในประเทศต่างๆ ซึ่ง กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการนำมาพัฒนาระบบการบริหารจัดการการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้ในโอกาสต่อไป จึงได้พิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่กระทบกับงานตามแผนปฏิบัติการที่ได้กำหนดไว้แล้ว

รวมถึงการเดินทางในห้วงเวลาที่จะไม่เป็นภาระในการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของสถานทูต หรือสถานกงสุลในประเทศต่างๆ จึงได้กำหนดให้มีการเดินทางในห้วงระหว่างวันที่ 4-24 เม.ย.2566 โดยแต่ละเส้นทางไม่ได้เดินทางไปพร้อมกัน และแต่ละเส้นทาง ที่เดินทาง ประกอบด้วย กกต.และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็น เพียง 4-5 คนเท่านั้น

ในช่วงเวลาดังกล่าว กกต.ได้กำหนด แผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพื่อให้สำนักงานกกต.และหน่วยงานสนับสนุนดำเนินการไว้หมดแล้ว แม้จะเดินทางไป ต่างประเทศก็ยังมีการนัดหมายการประชุม กกต.ตามปกติผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และหากมีเรื่องด่วนอาจนัดหมายการประชุมเพิ่มเติมจากการประชุมตามปกติก็ได้

ยันไม่กระทบแผนจัดเลือกตั้ง
สำหรับกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าการ เดินทางไปต่างประเทศของกกต.ครั้งนี้ ทำให้ไม่สามารถพิจารณาคำร้องเรื่องการหาเสียงตามนโยบายให้เงินดิจิทัล 10,000 บาท และการขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ขอเรียนว่า ข้อสังเกตดังกล่าวยังมีความ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง กล่าวคือ

1.กรณีคำร้องนโยบายการหาเสียงการให้เงินทางดิจิทัล 10,000 บาท เป็นการยื่นคำร้องว่า มีการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องสำนักงานกกต.ได้รายงานให้ กกต.ทราบเบื้องต้นแล้ว และได้ดำเนินการตาม ขั้นตอนของระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดก่อน จึงจะเสนอให้กกต.พิจารณาต่อไป ซึ่งต้องเป็นไปตามกรอบระยะเวลาและขั้นตอนที่กำหนด ไม่อาจยกขึ้นมาพิจารณาได้ทันที

ประกอบกับขณะนี้มีพรรคการเมืองรายงานเรื่องนโยบายที่ใช้หาเสียงตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เพียง 6 พรรคการเมืองจากจำนวนพรรคการเมือง ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 70 พรรคการเมือง หรือบางพรรคการเมืองยังอยู่ในระหว่างส่งเอกสารเพิ่มเติม จึงยังไม่สามารถพิจารณาได้

2.การขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า กรณีเกิดปัญหาผู้ลงทะเบียนบางส่วนไม่อาจลงทะเบียนได้ในช่วงเวลา 21.00-24.00 น. ของวันที่ 9 เม.ย.2566 เนื่องจากข้อจำกัดของระบบที่มีศักยภาพในการรองรับการเข้าใช้งานลงทะเบียนพร้อมกันเพียง 5,000 คนต่อ 1 วินาที ถ้าสูงเกินกว่าจำนวนดังกล่าวจะทำให้ระบบล่าช้า สำนักงานกกต.ได้เรียนให้กกต.ทราบตั้งแต่เกิดเหตุและต่อเนื่องมาเป็นลำดับ

พร้อมทั้งได้ประสานงานกับสำนักบริหารการทะเบียนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข โดยได้ข้อสรุปว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวระบบสามารถบันทึกข้อมูลผู้ประสงค์จะลงทะเบียนแต่แสดงผลว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จไว้ ซึ่งระบบสามารถดึงข้อมูลผู้ประสงค์จะลงทะเบียนดังกล่าวมาจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้เกือบทั้งหมด สำนักงานกกต.จึงเห็นว่าไม่จำต้องขยายเวลาลงทะเบียนออกไปและได้รายงานให้กกต.ทราบด้วยแล้ว

‘สมชัย’ติงไม่เหมาะสม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีระบบลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าล่มถือได้ว่าประชาชนยังไม่เสียสิทธิ์ในการเลือกตั้ง เพราะยังมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 14 พ.ค. แต่ทำให้ประชาชนลำบากต้องเดินทางไปเลือกที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านได้ โดยก้ำกึ่งว่ากกต. เป็นคนทำให้ประชาชนเสียสิทธิ์นี้ ซึ่งประชาชนสามารถฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งกับกกต.ว่า ทำให้ประชาชนเกิดความเสียหาย ซึ่งอยู่ที่ว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร

หรืออาจฟ้องทางอาญาว่ากกต. ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพูดยาก เพราะกกต.เอง ก็ทำตามหน้าที่ เพียงแต่มีเหตุขัดข้องเกิดขึ้น และถ้าเป็นเรื่องจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่ากกต.ทำงานเต็มความสามารถหรือไม่ ก็ร้องเพื่อถอดถอนได้ จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นความพยายามในการแก้ปัญหาเยียวยาสิทธิ์ประชาชน มีแต่คำขอโทษจากเลขาธิการกกต. ณ วันนี้ก็เลยเวลาที่จะแก้ไขแล้ว กว่ากกต.จะกลับมาก็วันที่ 25 เม.ย. เพราะวันที่ 25 เม.ย. บางครั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าใน ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว

ประธานกกต. มีบทบาทรักษาการตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากเกิดปัญหาอะไรต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ดังนั้นประธานจะไปไหนไม่ได้ หากต้องไปต้องมอบหมายกกต.ท่านใดท่านหนึ่งเป็นรักษาการ หากกกต.ไปหมดพร้อมกันในเวลาเดียวกันก็เป็นปัญหา แม้การนับองค์ประชุมจะนับรวมการประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ และเลขาธิการกกต. บอกว่ามีการประชุมทางไกลกันอยู่นั้น ท่านคงพยายามหาคำตอบให้ดูดี เพียงแต่ต้องดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริง ว่ามีการประชุมกันจริงหรือไม่ มีมติอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นอย่างทันท่วงทีหรือไม่

“ผมไม่ทราบว่ากกต.ทำงานช่วงสงกรานต์หรือเปล่า เพราะตอนนี้มีหลายๆ เรื่องที่ เป็นคำถามของพรรคการเมือง ที่เราสงสัยว่าตกลงท่านจะเอายังไง เช่น มีการนัดหมายพรรคการเมืองโดยวาจาไปดีเบตกัน ซึ่งจัดโดย กกต. ในวันที่ 17 เม.ย. ผมยังไม่ได้รับคำตอบว่าคอนเฟิร์มหรือไม่ เพราะเอกสารยังไม่มา ขณะนี้ยังตามหาไม่เจอว่าจะต้องโทร.ไปถามที่ไหน เพราะสำนักงานก็หยุด และอีกหลายเรื่องรวมถึงข้อเรียกร้องให้มีการวินิจฉัยนโยบายเงินดิจิทัล” นายสมชัยกล่าว

‘ตู่-ป๊อก’รดน้ำขอพร‘พี่ใหญ่’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. พล.อ. ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้เข้ารดน้ำอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทย พร้อมขอพรจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะพี่ใหญ่ในกลุ่ม 3 ป.ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นการส่วนตัว โดยไม่มีบุคคลภายนอกร่วม มีรายงานว่าทั้ง 3 คน อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยกันอย่างกันเอง

รายงานข่าวจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 เม.ย.เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดต นายกฯ รทสช. ลงพื้นที่หาเสียงและพบปะกับชาวบ้านที่วัดพิชัยญาติ เขตคลองสาน กทม. เป็นวัดแรก จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เขตบางกอกน้อย กทม.

‘ขิง’ปลื้มชาวบ้านแห่เชียร์รทสช.
เวลา 08.30 น.ที่บริเวณตลาดรุ่งเจริญ ยานนาวา กทม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช. พร้อมด้วยนายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้บริหารพรรค อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม เบอร์ 8 รทสช. โดยมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูป รวมถึงรดน้ำอวยพรปีใหม่ไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายเอกนัฏพร้อมคณะได้ร่วมงานรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ที่โรงเจ บริเวณซอยเจริญกรุง 79 บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีผู้เฒ่าผู้แก่บางคนอวยพรให้รทสช.ชนะการเลือกตั้งเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

นายเอกนัฏให้สัมภาษณ์ว่า เป็นที่น่ายินดีว่ารทสช. แม้จะเป็นพรรคใหม่แต่ได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ผลโพลความนิยมไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งสมาชิกพรรคทุกคน ทั้งผู้บริหารและผู้สมัคร ส.ส.ต่างทำงานอย่างหนักในการลงพื้นที่ เนื่องจากหลังจากนี้จะมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน ทุกคนพยายามสื่อสารนโยบายของพรรคเพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด

ผลงานที่ผ่านๆ มา ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของรทสช.เป็นที่ยืนยันได้ว่า สามารถทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้และ หลังจากนี้ต่อไปหากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะเดินหน้านโยบายในหลายๆ ด้าน ที่ผ่านมาผลโพลของเรามีกระแสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เชื่อพลังเงียบหนุน-‘ลุงตู่’ปรับลุกส์
ตนเชื่อว่าหลังจากนี้โดยเฉพาะในวันที่ 14 พ.ค.จะมีพลังเงียบที่อาจจะออกมาพลิกปากกาเซียน โดยเฉพาะในพื้นที่กทม. เราจึงเชื่อ ผลโพลจากประชาชนมากที่สุด แม้ผลโพลตอนนี้จะเป็นรอง แต่ผลโพลที่แม่นที่สุด คือผลโพลจากประชาชนในวันเลือกตั้ง ตนเดินหาเสียงทุกวันรับทราบได้ว่ามีพลังเงียบจำนวนมากที่ไม่ได้แสดงออกมาในผลโพล แต่ตั้งใจจะไปเลือกรทสช.จำนวนมากในวันเลือกตั้ง เพื่อไปยกมือให้กับลุงตู่กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหนึ่ง

“ตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. เป็นต้นไป พล.อ.ประยุทธ์จะเริ่มลงพื้นที่โดยเริ่มที่กทม.ก่อน และจะมีเวทีปราศรัยไปทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 10 เวที เพราะถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อน การเลือกตั้ง ไปทุกที่ไปทุกภาค โดยในช่วงเทศกาลอาจจะได้เห็นพล.อ.ประยุทธ์ปรับลุกส์ในชุดลายดอก เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศปีใหม่ของคนไทย รทสช.จะยังคงยึดการดำเนินการต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ ของกกต. ซึ่งที่ผ่านมาได้ย้ำให้ผู้สมัครทุกคนหาเสียงอยู่ในกรอบที่กกต.กำหนด ได้มีการเข้มงวดให้ตรวจสอบอย่างชัดเจน ในส่วนของการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุน่าจะเป็นกรอบที่ทำได้อยู่แล้ว เพราะเป็นไปตามประเพณีของคนไทย” นายเอกนัฏกล่าว

กำชับผู้สมัครโหมแคมเปญใหม่
ที่วัดสำนักขัน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรี ธรรมราช นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ แกนนำรทสช. กล่าว ภายหลังเป็นประธานโครงการจัดกิจกรรม วันกตัญญู ประจำปี 2566 ว่า ดีใจที่ได้กลับมา อ.จุฬาภรณ์ เนื่องจากตนเกิดที่นี่ ก่อนหน้านี้เคยเดินทางมาพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากความรักและความห่วงใยมาให้ประชาชนที่นี่ด้วย สำหรับการประชุมผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ของรทสช.นั้น จะเป็นการเน้นย้ำเรื่องนโยบายพรรค รวมทั้งให้ผู้สมัครเร่งทำคะแนน เนื่องจากหลายพื้นที่ยังพบว่าคะแนนนิยมของผู้สมัครยังไม่เป็นที่น่าพอใจ มีเพียงคะแนนนิยมในตัวของพล.อ.ประยุทธ์ ที่นำโด่งทิ้งห่างจากผู้สมัครอยู่มาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อให้ชาวบ้านเลือกทั้งคน ทั้งพรรค

นอกจากนี้จะกำชับผู้สมัครให้ประชาสัมพันธ์ แคมเปญใหม่ “ของจริงยิ่งกว่า 10,000 บาท” ซึ่งเป็นแคมเปญหาเสียงด้านนโยบายเศรษฐกิจภายใต้สโลแกน “หาเงินได้ ใช้เงินเป็น” จะรวมบัตรสวัสดิการพลัส หรือบัตรลุงตู่ ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ต่อยอดโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นช่องทางให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงความช่วยเหลือแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีตัวกลางหักหัวคิว ใช้บัตรประชาชนอัจฉริยะ เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล เพิ่มสิทธิให้ ผู้มีสิทธิ เป็นเดือนละ 1,000 บาท เป็นค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐ 84,712 ร้าน ทั่วประเทศ ค่ารถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า รถบขส. ค่าไฟ ค่าน้ำประปา ค่าแก๊ส

อยากจะให้นำคลิปนี้ไปเปิดให้ชาวบ้าน ดูด้วย เพราะเข้าง่ายใจ จะได้ทราบว่ารทสช.จะเข้ามาสานต่อ ทำให้อะไรให้อีกบ้าง คลิปนี้จะทำให้เห็นภาพชัดของการ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” เชื่อว่าเมื่อดูคลิปจบจะเลือกรวมไทยสร้างชาติเบอร์ 22 แน่นอน

สำหรับความคืบหน้าการเดินสายหาเสียงของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นกำลังวางตารางโดยจะลงพื้นที่ปราศรัยด้วยตัวเองในเวทีหลัก คาดว่าจะไปพบกับประชาชนทั่วทุกภาคอย่างแน่นอน เพราะมีเสียงเรียกร้องมาทุกพื้นที่ อยากฟังอยากเห็นลีลา พล.อ.ประยุทธ์ปราศรัย ขณะนี้ตนกำลังจัดวางคิว ก่อนเสนอให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคพิจารณา และนำเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ หลังสงกรานต์เจอกันแน่นอน

‘อนุชา’ไม่แคร์นโยบายคู่แข่ง
นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ ผู้สมัคร ส.ส.ชัยนาท เขต 1 และแกนนำ รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งว่า สโลแกนของพรรคที่ว่า ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ 1 ในสิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้คือ นโยบายโคล้านครอบครัว เพราะสามารถเปลี่ยนชีวิตลูกหลานคนไทยจากแรงงาน ไปสู่ผู้ที่มีความร่ำรวยได้ ภายใน 6 ปีจะสามารถทำเงินล้านได้จากโคเพียง 2 ตัว และถ้าตามสูตร 10 ปี จะมีเงิน 7 ล้านบาท เป็นนโยบายโคที่คิดแบบคณิตศาสตร์ เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถผิดไปจากนี้ และหลังจากทำโครงการนำร่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติไปก่อนหน้านี้ 5 พันล้านบาท เมื่อเดือน มี.ค.2566 มีกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชน เนื่องจากใช้เงินน้อยมาก แต่สามารถผลิตเงินได้อีกจำนวนมาก เรื่องโคถือเป็นบ่อน้ำมันในประเทศ ต้องดึงศักยภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมาเราเจริญ แต่รายได้คนไม่เคยตามทัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนขณะนี้คน ส่วนใหญ่ไปโฟกัสที่นโยบายลด แลก แจก แถม นายอนุชากล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนไม่แคร์เลย และไม่ขอตำหนินโยบายใคร แต่มั่นใจว่าโคล้านครอบครัวตอบโจทย์ประเทศใน ระยะยาว อยากให้ทุกคนมองว่าหากเป็นการแจกเงินเดี๋ยวมันก็หมด ไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตคน เป็นเพียงแค่เงินที่เอามากระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เสร็จแล้วก็หมดไป

ดันฝันกวาดส.ส.หลักร้อยขึ้น
ต่อข้อถามว่า หากมีประชาชนถามว่าก่อนหน้านี้ทำไมไม่ทำ นายอนุชากล่าวว่า เมื่อก่อนโครงการโคล้านครอบครัวไม่มีใครฟัง ได้ยินมา 20 ปีแล้วแต่ไม่มีใครฟัง ดังนั้น ที่ตนมาอยู่ตรงนี้เพราะสามารถทำนโยบายได้ และพล.อ.ประยุทธ์เห็นชอบว่าไปได้

“กระแสของ รทสช.วันนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัว พล.อ.ประยุทธ์ที่มีคะแนนของท่าน และอยู่ 1 ใน 3 ของโพลมาโดยตลอด อยากให้ทุกคนพูดถึงนโยบายในเชิงสร้างสรรค์ เพราะประเทศจะอยู่ได้ แต่หากยังเหมือนเดิม จมอยู่กับการเมือง จมอยู่กับการลงถนนนั้น ไม่สามารถตอบโจทย์ประเทศ ในส่วนของรทสช.ขณะนี้กำลังเตรียมการเรื่องการลงพื้นที่และเรื่องเวทีปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอยู่” นายอนุชากล่าว

เมื่อถามว่า รทสช.ตั้งเป้าจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ มีความเป็นไปได้จะถึง 100 คนขึ้นไปได้หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เราไม่สามารถประเมินได้ แต่ที่ พล.อ.ประยุทธ์หวังไว้ก็เป็นร้อยคน ซึ่งเราพยายามมุ่งเป้าที่จะทำให้ได้ตามจำนวนนั้น

‘แรมโบ้’วอนทุกพรรคอย่าขายฝัน
ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ รองหัวหน้ารทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า รทสช.เป็นพรรคตั้งใหม่ อาจเป็นรองพรรคการเมืองอื่น แต่เราได้เปรียบตรงที่ พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ ของรทสช. ได้ทำมาแล้ว 8 ปี และมีผลงานเป็นรูปธรรม เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน ตรงนี้ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบแบ่งเขต และระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ของรทสช. ง่ายต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และสื่อสารกับประชาชน ด้วยการเอาผลงานที่จับต้องได้ของแคนดิเดตนายกฯ ที่ทำมาแล้ว 8 ปี และจะต่อยอด ออกดอกออกผลอย่างไรต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้รทสช. ยังมีนโยบายใหม่ออกมา ภายใต้หลักการการต่อยอดของเดิม และเริ่มสิ่งใหม่ๆ เอาไปบอก เอาไปถาม และสื่อสารกับพี่น้องประชาชน แบบนี้เอาไหม ชอบไหม ถ้าชอบเลือกเรา เป็นรัฐบาล เราสามารถทำให้ได้ ไปแก้ปัญหาให้ ไปสร้างงานให้ ไปทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ทุกข์ยากลำบาก เรามีหน้าที่ทำตรงนี้ ทำให้ความหวังของพี่น้องประชาชนเป็นความจริง

“รทสช.จะไม่เสนอนโยบายอะไรที่เป็นนามธรรม และเสนอนโยบายอะไรที่เป็นความเพ้อฝัน แต่สุดท้ายทำได้จริงหรือเปล่า ทั้งถูกตั้งข้อครหา เช่นเอาเงินมาจากไหน พอเข้าไปมีอำนาจจะเอื้อประโยชน์หรือไม่ ผมจึงเรียกร้องไปยังทุกพรรคการเมือง ให้ขายนโยบายหาเสียงบนพื้นฐานต้องทำได้จริง มีงบประมาณ เพียงพอ อย่ามุ่งเน้นแค่ขายฝันหรือเพ้อเจ้อ อะไรก็ได้เพียงเพื่อต้องการคะแนนจากพี่น้องประชาชน เพราะอาจส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติในระยะยาวตามมา” นายเสกสกลกล่าว

‘บิ๊กป้อม’เปิดตัวซิงเกิลใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้ปล่อยเอ็มวี “พลังประชารัฐ” ที่เรียบเรียงเนื้อหาจากความจริงใจของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ในการทำนโยบายเพื่อจะช่วยประชาชนให้หลุดพ้นความ เหลื่อมล้ำ ผ่านกลไกของผู้สมัครที่จะไปทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ ความยาว 3.41 นาที เพื่อใช้สำหรับให้ผู้สมัครเปิดในการหาเสียง โดยเป็นการนำเสนอนโยบายและแนะนำผู้บริหารพรรค เป็นของขวัญส่งต่อไปยังผู้สมัครส.ส. 400 เขต สื่อสารให้กับประชาชนทุกพื้นที่รับทราบว่า พรรคด้วยความมุ่งมั่นอย่างตั้งใจ เพื่อคนไทยทุกคน ร่วมกันสร้างความรุ่งเรืองให้กับประเทศไทย กลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

โดยซิงเกิลใหม่นี้ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ส่งใจจาก พล.อ.ประวิตร ถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ด้วยบทเพลง ที่สื่อถึงความตั้งใจในการทำนโยบาย พร้อมอาสาเข้ามาทำงาน ที่จะทำทันที ไม่มีการแบ่งแยก เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง จากใจบันดาลแรงของพล.อ.ประวิตร

ขณะที่ไฮไลต์ที่สำคัญในเอ็มวี เป็นการ ถ่ายทำที่ผู้บริหารและผู้สมัครหลากหลายรุ่น ร่วมใจผนึกความเป็นหนึ่งเดียว เพื่อถ่ายทอดความตั้งใจในการทำงานเพื่อประชาชน อธิบายถึงนโยบายที่ย้ำ ใจบันดาลแรงของพล.อ.ประวิตร พูดจริง ทำได้จริง ไม่ทิ้งใคร และชูนโยบายหลักๆ ที่จะเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนผ่านบัตรประชารัฐ เบี้ยยังชีพ ผู้สูงวัย บริหารจัดการน้ำทั้งระบบโดยเฉพาะสู้ภัยแล้ง และแก้ที่ดินทำกิน และที่สำคัญคือการปลุกพลังให้ทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้ง

รับพร – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยิ้มแย้มรับพร จากกลุ่มเยาวชนเข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ที่สนามกอลฟ์กองทัพบก รามอินทรา กทม. เมื่อ วันที่ 13 เม.ย.

วอนก้าวข้ามความขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก FC ลุงป้อมโพสต์คลิปภารกิจของพล.อ.ประวิตร เปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชนและเพื่อนๆ ของพล.อ.ประวิตร เข้าพบเพื่ออวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ที่สนามกอลฟ์กองทัพบก รามอินทรา กทม. โดยมีตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและเริ่มดำเนินธุรกิจหลากแขนง เช่น นายนพนธ์ สิงหพันธุ์ นายเวหา ตั้งสมบูรณ์ นายชนะชัย ประมวลทรัพย์ น.ส.ชนากานต์ บูรณพรชัย นายยศกร สังข์ธีรธิติ น.ส.วายุน ลีปายะคุณ นายรวิน ชอบใช้ และนักศึกษาจีน 3 คนที่มาศึกษาต่อในประเทศไทย ร่วมรดน้ำอวยพร

พล.อ.ประวิตรมีสีหน้าสดใสสวมเสื้อฮาวายสีฟ้า แจ๊กเกตสีดำ กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบ ต้อนรับทุกคนอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ตัวแทนคนรุ่นใหม่ได้อวยพรให้พล.อ.ประวิตรเป็น นายกฯ ด้วย ซึ่งพล.อ.ประวิตรกล่าวตอบด้วยสีหน้ายิ้มๆ ว่า “คุณก็เลือกสิ” พร้อมกล่าวขอบใจทุกกำลังใจในวันนี้ ขอให้มีความสุข ในวันสงกรานต์ ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้ บ้านเมืองเดินหน้า และอย่าให้เกิดความขัดแย้งในสังคมตั้งแต่วันนี้และตลอดไป

‘บิ๊กแอ๊ด’โวปักธงอีสานทุกจว.
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่บ้านพัก จ.ปทุมธานี พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพปชร.เปิดบ้านพักส่วนตัวให้บุตรหลาน ญาติ และบุคคลใกล้ชิด รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พปชร.เข้ารดน้ำขอพรเนื่องในวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง

พล.อ.ธรรมรักษ์ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่รับผิดชอบดูแลว่า เป้าหมายของตนที่เข้ามาช่วยพล.อ.ประวิตร คือช่วยเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องความปรองดอง และการแก้ปัญหายาเสพติด ที่เคยทำมาก่อนหน้านั้น ตนอยากมาช่วยเรื่องนี้จริงๆ เพราะเห็นว่าเวลานี้ยาเสพติด เป็นปัญหาหนักมากมีการระบาดรุนแรง การต่อสู้ในสนามภาคอีสาน ที่มี คนบอกว่าพปชร.จะได้ส.ส.แค่ 4 คนนั้น ต้องบอกว่าเมื่อตนมาดูแลได้ตั้งเป้าหมายให้ได้ส.ส.ทุกจังหวัด เฉลี่ยจังหวัดละหนึ่งคน

ยอมรับว่าอาจเป็นเรื่องยาก เพราะเมื่อ เข้ามาช่วยงานพล.อ.ประวิตร ทางพรรคได้ คัดเลือกผู้สมัครในแต่ละจังหวัดไว้เรียบร้อยแล้ว ตนเป็นเพียงผู้มาเสริม ถ้าจะให้ได้ส.ส.เข้ามาเป็นจำนวนมากเหมือนที่เคยอยู่สมัยพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตนไม่ได้เป็นคนเลือกผู้สมัคร และยุคสมัยพื้นที่ก็เปลี่ยนไป แต่จะนำนโยบายลงไปบอกกับประชาชนในพื้นที่ เราต้องสู้กันด้วยเรื่องของนโยบายเป็นหลัก

ไม่ปิดประตูจับมือพท.-ก.ก.
พรรคอื่นอาจจะมีกระแสในพื้นที่ค่อนข้างดี แต่ตัวผู้สมัครของเราจะเข้าไปช่วงชิง ด้วยการนำนโยบายไปบอกกับประชาชน ว่ามีนโยบายอะไรบ้างที่จะเข้ามาช่วย โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน นอกจากนั้นจะย้ำว่าหากต้องการให้นโยบายที่พปชร. หาเสียงไว้ทำได้จริง จะต้องเลือกผู้สมัครของพรรค เพื่อมาเป็นรัฐบาลและทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ จากที่ลงพื้นที่คนยังรู้จักตนเป็นจำนวนมาก แม้จะห่างหายจากการเมืองมา 10 ปีก็ไม่ช้าเกินไปและที่เข้ามาช่วยพปชร.มาเป็นการเฉพาะกิจเพราะต้องการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด และความยากจนจริงๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังมั่นใจหรือไม่ว่าพปชร. จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในครั้งหน้าตาม เป้าหมายที่วางไว้ พล.อ.ธรรมรักษ์กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ทุกอย่างต้องรอผลการเลือกตั้งว่าออกมาเป็นอย่างไร ต่อข้อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พล.อ.ธรรมรักษ์กล่าวว่า เรื่องนี้พล.อ.ประวิตรก็พูดและได้ยืนยันปฏิเสธไปแล้ว ส่วนใครที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าไม่สามารถร่วมงานกันได้เป็นความเห็นส่วนตัว แต่เราจะดูหลังการเลือกตั้งถ้านโยบายไปด้วยกันได้ ก็ร่วมงานกันได้ ไม่ได้ปิดประตูตาย

เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งได้พูดคุย หรือวางตำแหน่งทางการเมืองไว้หรือไม่ พล.อ.ธรรมรักษ์กล่าวว่า ไม่ได้หวังเพราะตนพักเรื่องการเมืองไปนานแล้ว ครั้งนี้มาช่วยเป็นการเฉพาะกิจ ยังไม่ได้หวัง ยังไม่ได้คิดในเรื่องตำแหน่งใดๆ

‘นิพนธ์’อ้อนขอคะแนนปชป.
ที่จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขึ้นรถแห่ ออกเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งมี ผู้สมัครส.ส.ปชป.คือ นายสรรเพชญ บุญญามณี เขตเลือกตั้งที่ 2 นายพิพัฒน์ อุดมอักษร และเขตเลือกตั้งที่ 3 นายสมยศ พลายด้วง

พร้อมเป็นตัวแทนปชป. ขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนทั้ง 3 เขต เลือกผู้แทนของปชป.ทุกเขต ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีบัตรสองใบคือ บัตรใบแรก เลือกผู้แทนเขต กาเบอร์ 4 ทั้งเขต 1, 2 และ 3 และบัตรอีกใบ เลือกปชป.กาเบอร์ 26 ซึ่งจะได้นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายนิพนธ์กล่าวถึงนโยบายของพรรคในยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ โดยปชป.ให้ความสำคัญของการสร้างคน ตั้งแต่ให้เด็กเล็กได้ดื่มนมโรงเรียนฟรี เว้นเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ในรอบหน้านี้พรรคจะให้เด็กดื่มนมโรงเรียนทุกวันทั้ง 365 วัน รวมถึงเงินกองทุน กยศ. เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสได้เข้าถึงการศึกษาเท่าเทียมกัน รวมถึงเรียนฟรี ต่อไปปชป.มีนโยบายให้เรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี

ชุ่มฉ่ำ – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย ควงปืนฉีดน้ำเล่นสงกรานต์ กับชาวบ้าน ระหว่างนำนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายพานทองแท้ ชินวัตร มาฉลองปีใหม่ไทย บริเวณถ.ภูมิรักษ์ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 13 เม.ย.

‘เศรษฐา’ขอพรแลนด์สไลด์
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค นายพานทองแท้ ชินวัตร พร้อมผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ เขต 1 นายชัยณาม ว่องไว เขต 2 และนายภาณุมาศ อังกินันทน์ เขต 3 เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สรงน้ำพระเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ และถวายสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีประชาชนมาคอยถือป้ายเชียร์มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ด้านพระสงฆ์ที่กล่าวให้พรประชาชน ยังได้กล่าวให้พรนายเศรษฐาว่า ให้ช่วยกันเลือกเบอร์ 29 และขอให้แลนด์สไลด์

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ได้ยินว่าท่านอวยพรแต่ขอขอบคุณ ส่วนตัวไม่ได้ ขอพรให้พท.แลนด์สไลด์ แต่ยอมรับว่าตนขอในใจในทุกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไป ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กกต.ออกกฎเข้มในช่วงสงกรานต์ เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องการให้พร การให้ทรัพย์สินหรือสิ่งของมีค่า นายเศรษฐากล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายได้ศึกษาข้อมูลมาดีแล้ว ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ ตนและส.ส.ทุกท่านต้องศึกษามาดี และคงไม่ใช้โอกาสอันเป็นมงคลแบบนี้มาหาเสียง

กั๊กจับมือ‘ป้อม’-รอดูตัวเลข
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ 6 กกต.เดินทางไปดูงานต่างประเทศ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ทราบเรื่อง เพิ่งทราบจากสื่อมวลชนเมื่อเช้า ตนมองว่ากกต.ทุกท่านเป็นผู้ใหญ่ เข้าใจหน้าที่ของตัวเองดี ถ้าจะไปต่างประเทศแล้ว หน้าที่ที่เมืองไทย ต้องไม่บกพร่อง

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประวิตรไม่ปิดทางจับมือกับพท. นายเศรษฐากล่าวว่า ตนเรียนมาตลอดว่าตัวเลขไม่ได้คิดอะไรยาก 22.01 น. ของวันที่ 14 พ.ค.ค่อยมาคิดกันก็ไม่แปลกอะไร วันนี้พท.มั่นใจในนโยบายหลักทุกนโยบาย และสามารถโน้มน้าวให้ประชาชนเข้าคูหากาพท.ได้ ส่วนจะไปจับมือกับใครหรือไม่นั้น ไว้ผลและตัวเลขออกมาค่อยว่ากันดีกว่า ถ้าเราได้แลนด์สไลด์จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องจับมือกับใคร นี่คือเป้าหมายหลักของพท.ทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายเศรษฐาและคณะร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับประชาชนที่มาเล่นสงกรานต์กันที่ถนนภูมิรักษ์ ซึ่งเป็นจุดเล่นน้ำใหญ่ของ จ.เพชรบุรี โดยประชาชนเข้ามาสาดน้ำประแป้งทั้งนายเศรษฐาและ นายพานทองแท้อย่างสนุกสนาน บางส่วน เปิดกระจกรถทักทาย ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ขู่ฟ้องคนโจมตีเป๋าเงินดิจิทัล
ที่วัดพระพิเรนทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธาน คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. พท. พร้อมด้วย น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 1 นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 24 และนายคชาภา ตันเจริญ หรือ มดดำ สมาชิกพท. ร่วมงานทำบุญรวมญาติและบำเพ็ญกุศล พระภิกษุที่มรณภาพที่ร.พ.สงฆ์

นางพวงเพ็ชรกล่าวกรณีหลายพรรคโจมตีนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทว่า ก่อนวิจารณ์คุณต้องศึกษาให้เรียบร้อยก่อน เพราะจะเป็นเรื่องการใส่ความ ซึ่งในกฎหมายการหาเสียง ห้ามใส่ความผู้อื่นหรือห้ามทำให้ผู้อื่นเสียหาย ยืนยันว่านโยบายที่พท.ออกมาทุกนโยบายสามารถทำได้จริง ไม่ต้องห่วง ถ้ามาโจมตีอย่างนี้อาจจะโดนฟ้องกลับได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน