อิ๊งขึ้นเวทีสั่งลา-คลอด ซูเปอร์โพลฟันธงแล้ว ‘ภท.-ปชป.’ตั้งรัฐบาล ตู่ลุย2แคว-อุตรดิตถ์ ปราศรัยช่วย‘หนวด’

‘อิ๊ง’ อุ้มท้อง 9 เดือนขึ้นปราศรัย ปลุกคนกรุงกาเพื่อไทย ปิดสวิตช์ส.ว.-3 ป.ให้ได้ ดีใจด้วยที่ ‘ก้าวไกล’ ได้คะแนนนิยมเพิ่มย้ำชัดไม่จับมือพปชร.-รทสช. ซัดกลับ ‘ธรรมนัส’ ยันคนในพรรครู้ดี ด้าน ‘เศรษฐา’ ขอเดินหน้านโยบาย ไม่โจมตีพรรคอื่น ‘บิ๊กตู่’ลุยเมืองสองแคว ถวายดาบคู่สมเด็จพระนเรศวร ขึ้นเวทีอุตรดิตถ์ พ้ออยู่นาน กลัวคนเบื่อหน้า แต่ต้องอยู่ทำงานต่อ ปชป.คึก ตั้งเวทีวงเวียนใหญ่ ‘จุรินทร์’ลั่นฝั่งธนฯมีเฮแน่ เชื่อกวาด 70-80 ที่นั่งตามเป้า เด็กปชป. ซัด ‘บิ๊กตู่’ ชวดนายกฯ ทอดทิ้งประชาชนแน่ ซูเปอร์โพลชี้ ก้าวไกล ความนิยมพุ่ง ฟันธง ‘ภท.-ปชป.’ นำตั้งรัฐบาล นิด้าโพล เผยชาวศรีสะเกษ เทใจให้ ‘อิ๊ง-เพื่อไทย’ นำโด่งทั้ง 2 ระบบ

โพลหนุน‘อิ๊ง’ทิ้งห่าง‘พิธา-เศรษฐา’
วันที่ 23 เม.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “คนศรีสะเกษ เลือกพรรคไหน” สำรวจระหว่างวันที่ 7-19 เม.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจ.ศรีสะเกษ รวมทั้งสิ้น 600 หน่วยตัวอย่าง ถึงบุคคลที่คนศรีสะเกษจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 47.67 ระบุเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 16.50 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไก อันดับ 3 ร้อยละ 10.50 นายเศรษฐา ทวีสิน พรรคเพื่อไทย

อันดับ 4 ร้อยละ 7.33 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 5 ร้อยละ 5.17 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสม ไม่ได้ อันดับ 6 ร้อยละ 3.17 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.00 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.33 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.00 ายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์

ร้อยละ 1.83 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคชาติพัฒนากล้า น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี

เลือกเพื่อไทยทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์
พรรคการเมืองที่คนศรีสะเกษจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 67.17 ระบุพรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 15.83 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 5.50 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 4.50 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 2.00 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.67 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.17 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 8 ร้อยละ 1.00 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 1.16 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี และพรรคสร้างอนาคตไทย

พรรคที่คนศรีสะเกษจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 64.67 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 16.33 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 6.17 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 3.83 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 6 ร้อยละ 2.17 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.33 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 8 ร้อยละ 1.00 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 2.00 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคไทยภักดี พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคสร้างอนาคตไทย

บุกเจียงฮาย – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ขึ้นเวทีปราศรัย ช่วยสองพ่อลูก ตระกูลเจียมวิจักษณ์ ‘วันชัย-สุรสิทธิ์’ ผู้สมัครส.ส. อ้อนขอเลือกแพ็กคู่ เอามา เป็นหูเป็นตาช่วยแก้ทุกปัญหา ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

ซูเปอร์โพลชี้คนไทยใช้สิทธิ์ร้อยละ70
สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลการศึกษา ต่อเนื่องเรื่อง โพลเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ 5 : ข้อมูลพื้นฐานการปกครองท้องที่ (ภูมิภาค) กรณีศึกษาประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส.ส.ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไปใน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53,094,778 คนทั่วประเทศ จำนวนตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ 8,065 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 19-22 เม.ย.

เมื่อพิจารณาความตั้งใจจะไปเลือกตั้งของประชาชน เปรียบเทียบผลการศึกษาในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว กับผลการศึกษาครั้งล่าสุด พบว่า ผลการศึกษาสัปดาห์นี้ไม่พบความแตกต่างไปจากผลการศึกษาครั้งก่อนคือ ร้อยละ 70.5 ที่พบในผลการศึกษาครั้งก่อนจะไปเลือกตั้ง และร้อยละ 70.8 ในผลการศึกษาครั้งนี้จะไปเลือกตั้งเช่นกัน

‘ก้าวไกล’พุ่งแซงเพื่อไทย
รายงานของซูเปอร์โพล เคยระบุเชิงเปรียบเทียบว่า กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคต่างๆ เสมือนปลาในบ่อเลี้ยง 3 บ่อ บ่อแรกคือ บ่อของฝูงปลานิยมพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล บ่อที่สองคือ บ่อของปลานิยม พรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ และบ่อที่สาม คือบ่ออื่นๆ รวมถึงพลังเงียบ

ผลการศึกษาครั้งนี้ พบประเด็นที่น่าสนใจคือ พรรคก้าวไกล ได้รับความนิยมพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งจาก ร้อยละ 6.7 ในการศึกษาปลายเดือนมี.ค. ขึ้นมาเป็นร้อยละ 24.4 ในครั้งล่าสุดเดือนเม.ย. แต่พรรคเพื่อไทย ลดลงจากร้อยละ 29.1 ในช่วงปลายเดือนมี.ค. ตกมาอยู่ที่ร้อยละ 11.2 ในเดือนเม.ย. น่าจะชี้ให้เห็นได้ในมุมหนึ่งว่า ปลาไม่กระโดดข้ามบ่อ สิ่งที่พบคือ ความนิยมเพิ่มที่พรรคก้าวไกล ความนิยมลดลงจากพรรคเพื่อไทย

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20.5 ในปลายเดือนมี.ค. ขึ้นมาเป็นร้อยละ 23.9 ในครั้งล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ พุ่งขึ้นมาจ่อความนิยมของประชาชนต่อพรรคภูมิใจไทย จากร้อยละ 14.2 ขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 23.6

ที่น่าพิจารณาคือ ความนิยมของประชาชนต่อพรรคพลังประชารัฐ ลดลงจากร้อยละ 10.9 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.1 และพรรครวมไทยสร้างชาติลดลงเช่นกัน จากร้อยละ 9.3 มาอยู่ที่ ร้อยละ 3.7 แสดงให้เห็นว่า ปลาไม่กระโดดข้ามบ่อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของผู้นิยมพรรคร่วมรัฐบาล ยังสูงกว่าสัดส่วนของผู้นิยมพรรคร่วมฝ่ายค้านและอื่นๆ คือร้อยละ 59.8 ต่อร้อยละ 40.2

‘ภท.-ปชป.’เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามถึงพรรคที่ต้องการเห็นร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้ง ร้อยละ 34.0 ระบุ ภูมิใจไทย กับ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และอื่นๆ รองลงมาคือ ร้อยละ 29.4 ระบุ พรรคก้าวไกล กับ เพื่อไทย และอื่นๆ ร้อยละ 13.4 ระบุ ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย และอื่นๆ และร้อยละ 5.6 ระบุพรรคเพื่อไทย กับ พลังประชารัฐ และอื่นๆ

รายงานของซูเปอร์โพล ระบุด้วยว่า การยุบพรรคอาจเกิดขึ้นได้ แต่แลนด์สไลด์จะตามมา เพราะโดนใจและสะใจ โดยเมื่อปลาไม่โดดข้ามบ่อ พรรคฝ่ายรัฐบาลบางพรรค อาจใช้เครือข่ายอำนาจในมือเปลี่ยนเกมโดยมุ่งโจมตียุบพรรคในบ่อปลาเดียวกัน ถ้าทำลายกันเองในพรรคร่วมรัฐบาลเกิดขึ้นจริงผลที่อาจเกิดขึ้นได้ตามมาคือ ฝูงปลาอาจกบังคับให้กระโดดข้ามบ่อไปสู่แลนด์สไลด์โดยพรรคก้าวไกล ถึงขั้นปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะพรรคก้าวไกลกำลังทำอะไรที่โดนใจและสะใจ ก็เป็นไปได้ในทางสถิติ และอะไรจะเกิดขึ้นตามมาหลังเปลี่ยนประเทศไทย ค่อยว่ากัน

แต่ถ้าไม่มีใครเปลี่ยนเกม และไม่เกิดการโกงเลือกตั้ง ปล่อยเป็นไปตามความนิยมศรัทธาของประชาชนที่อิสระและการรณรงค์เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ปลอดการแทรกแซง เบี่ยงเบนเจตนารมณ์และความต้องการของประชาชนด้วยการเปลี่ยนเกมแย่งชิงอำนาจนี้ พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลในเวลานี้น่าจะเห็นความโดดเด่นเปลี่ยนผ่านมาอยู่ที่ พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำ โดยมีฐานสนับสนุนจากพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ เป็นกำลังสำคัญให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อได้

‘บิ๊กตู่’บินหาเสียง-เจอวราวุธ
เมื่อเวลา 08.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามบินดอนเมืองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งจะเดินทางไปยังจ.พิษณุโลก เพื่อช่วยสมาชิกพรรค หาเสียง ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เดินทางมาเพื่อขึ้นเครื่องไปจ.เชียงราย เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงเช่นกัน ได้พบปะทักทายกันบริเวณประตูทางออกที่ต่างคนต่างจะไปขึ้นเครื่อง อย่างไรก็ตาม มีประชาชนทั่วไปให้ความสนใจทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และนายวราวุธ ขอถ่ายภาพรวมไว้เป็นที่ระลึก โดยนายกฯ อวยพรนายวราวุธว่าขอให้โชคดี

ถวายดาบ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ถวายดาบคู่ ขอพรศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ระหว่างยกทีมไปช่วยผู้สมัครส.ส.ของพรรค หาเสียง ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

ขอพร-ถวายดาบคู่พระนเรศวร
ต่อมาเวลา 10.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. นายธนกร วังบุญคงชนะ นายจุติ ไกรฤกษ์ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองหัวหน้าพรรค และคณะเดินทางมาช่วยผู้สมัครส.ส.ของพรรคในจ.พิษณุโลกหาเสียง เมื่อมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าไปสักการะพระพุทธชินราช วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งมีแฟนคลับจำนวนมาก มารอถ่ายรูป ถือป้ายเชียร์และตะโกน “ลุงตู่สู้ๆ” “ลุงตู่อยู่ต่อ” เป็นระยะๆ

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ นำนายพีระพันธุ์ พร้อมแกนนำพรรค และผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก สักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ถวายเครื่องไหว้สักการะและดาบคู่ พร้อมทั้งบอกให้ประชาชนช่วยกันรักษาสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้อยู่คู่กับบ้านเมืองตลอดไป

ก่อนที่คณะของพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาสักการะศาลหลักเมืองพิษณุโลก

หาเสียงช่วย‘ศรัณย์วุฒิ’
เวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ เดินทางมาที่อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เพื่อช่วย ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคหาเสียง โดยมีประชาชนมารอต้อนรับหลายพันคน

พล.อ.ประยุทธ์ปราศรัยว่า ดีใจที่เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของคนอุตรดิตถ์ ขอให้ช่วยกันดูแลประเทศชาติ ต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมใจทำงานกับพรรค รทสช. ขอฝากพรรคไว้ในอ้อมใจอุตรดิตถ์ทั้ง 3 เขต ซึ่งการดำเนินการในสภา จะต้องได้เสียงข้างมากเพื่อเข้าไปทำงานต่อ อีกทั้งพรรคมีนโยบายจำนวนมาก ขอให้ไตร่ตรองให้ดี ถ้าเดินผิดจะนำประเทศชาติไปในทางที่ผิด ถ้าไม่มีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะอยู่กันได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้อยู่ในใจของพวกเราทุกคนอยู่แล้ว

“วันนี้ผมมาอุตรดิตถ์ หัวใจผมอยู่ที่ทุกคน อยู่ที่สถาบันหลักของชาติ ขอให้ช่วยกันรักษาไว้ ผู้นำประเทศต้องเป็นผู้นำในสถานการณ์วิกฤตได้ด้วย ขณะเดียวกันความมั่นคงก็ต้องมีทหาร ต้องให้กำลังใจเขา ถ้าไม่มีทหารจะรักษาดินแดนไว้ได้อย่างไร ดังนั้น ต้องดูแลเขาด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

อ้อนขอคะแนนคนอุตรดิตถ์
จากนั้นมีประชาชน ยื่นหนังสือร้องเรียนหลายเรื่องเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ แก้ไข พร้อมสอบถามการแก้ปัญหาที่ดินทำกินใน จ.อุตรดิตถ์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ได้ทำแล้ว แก้ปัญหาให้แล้ว และจะทำต่อถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ต้องมีมาตรการแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้ทุกคนอยู่ได้อย่างสบายใจและถูกกฎหมาย เรามีวิธีการให้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ผู้สมัครส.ส.อุตรดิตถ์ ประกาศหน้าเวทีว่า “ประชาชนมารอลุงตู่ 3 ชั่วโมง ถ้าไม่รัก ไม่ศรัทธา ไม่มารอลุงตู่มากขนาดนี้” ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ตอบทันทีว่า “ถ้าไม่รักก็ไม่มาเหมือนกัน เราต้องมีน้ำใจให้กัน” เรียกเสียงเฮสนั่นเวที พล.อ.ประยุทธ์ เรียกร้องให้เลือกผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขตเลือก และเลือกเบอร์ 22 เลือกตนเองเข้าไปเป็นนายกฯ

พ้ออยู่นานคนเบื่อหน้าแต่ต้องทำต่อ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบใจที่เข้าใจว่าตนเข้ามาทำเพื่ออะไร ที่อยู่มาได้ 7-8 ปี บางคนบอกนาน แล้วเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ การมา 1-2 ปีแล้วไปจะได้อะไรขึ้นมาหรือไม่ ที่ผ่านมาก็เห็นอยู่แล้ว “อยู่นาน คนเบื่อหน้าแค่นั้น ต้องไปทำหน้าใหม่หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ถ้าอยู่ต่อเนี่ย จะขอแบบพี่หนวดเขาหน่อย เผื่อจะเปลี่ยนหน้าบ้าง แต่ใจเปลี่ยนไม่ได้”

นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กินทุเรียนพันธุ์“หลงลับแล” ทุเรียนพันธุ์ดังของอุตรดิตถ์โชว์ด้วย

ต่อมาเวลา 14.30 น พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ เดินทางมายังฌาปนกิจสถานประตูมาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.แพร่ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางวัลลีย์ ศุภศิริ มารดาของ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู (แม่เลี้ยงติ๊ก) ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรครทสช. ต.ในเมือง อ.เมือง จ.แพร่ และเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ขนทัพลุยอุดรถิ่นพท.-ตั้งเวที 3 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.อุดรธานี โดยจะกราบสักการะหลวงปู่แก้ว วัดอัมพวันวิทยาราม อ.กุดจับ เพื่อความสิริมงคล จากนั้นเดินทางไปเวทีปราศรัยจุดแรก ที่หอประชุม อ.กุดจับ ในช่วงบ่ายจะไปปราศรัยจุดที่ 2 ที่สวนสาธารณะหนองไผ่ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน และปราศัยจุดที่ 3 ที่ห้องสยามมนตรา โรงแรมสยามแกรนด์ อ.เมือง และจะเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติอุดรธานี จะมีประชาชนมาให้กำลังใจก่อนเดินทางกลับ กทม. ทั้งนี้ จ.อุดรธานี ถือเป็นฐานเสียงสำคัญพรรคเพื่อไทย

ขณะที่วันที่ 29-30 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่หาเสียงภาคใต้ โดยเช้าวันที่ 29 เม.ย. ลงพื้นที่จ.ตรัง ช่วงบ่ายปราศรัยที่จ.พัทลุง และพักค้างคืนที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากนั้นวันที่ 30 เม.ย.ช่วงเช้าลงพื้นที่หาเสียงที่จ.สตูล ช่วงบ่ายจ.สงขลา และในช่วงเย็นปราศรัยที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

หาเสียงช่วย – นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลุยหาเสียงช่วยนายนรพล ตันติมนตรี ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ จ.เชียงใหม่ พร้อม ชูนโยบาย พ.ร.บ.ลำไย เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

พปชร.โต้ปาดหน้าเพื่อไทย
ที่จ.นครราชสีมา นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงนโยบายแจก 3 หมื่นบาทให้เกษตรกร 8 ล้านราย ว่า ไม่ใช่นโยบายใหม่ แต่เป็นการเพิ่มวงเงินให้กับเกษตรกร เป็นทุนทำนา ทำไร่ ยืนยันการออกมาในช่วงนี้ไม่ได้ต้องการตัดหน้านโยบาย 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย เพราะการจะออกก่อนหรือออกหลัง ไม่สำคัญ แต่ถ้าไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ไม่มีรายละเอียด มันก็ใช้ไม่ได้ ทั้งนี้ ขอตั้งคำถามถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าทำอะไรอยู่ เพราะนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ออกมา 3 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวว่าทำได้หรือไม่ ขอให้ออกมาตอบสังคมว่า ใช้ได้หรือไม่ได้ เพราะหากไปถามเพื่อไทย เดี๋ยวก็จะมีเงินสกุลใหม่ออกมาอีก แต่ขอไม่ประเมินว่านโยบายนี้จะไปรอดหรือไม่รอด

นายวิรัชกล่าวว่า ไม่กังวลที่โพลบางสำนัก ประเมินว่า พรรคพปชร.จะได้เก้าอี้ส.ส.แค่ 35 ที่นั่ง เราทำโพลของตัวเองมาตลอด โคราชอย่างน้อยก็ 12 คนแล้ว ส่วนที่ในโพลระบุว่า พรรค พปชร.จะได้ส.ส.อีสานแค่ 2 เก้าอี้นั้น ส่วนตัวตอนนี้เฉยๆ รอวันที่ 14 พ.ค.ดีกว่า เพราะหักปากกาเซียนมาทุกรอบอยู่แล้ว

ลุยตลาด – นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับ นายมานพ มารุ่งเรือง ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 28 หมายเลข 1 ลงพื้นที่พบปะประชาชน พร้อมชูนโยบายพัฒนาพื้นที่และแก้ไขการจราจร ที่ตลาดเช้าวัดหนองแขม กทม.

ย้ำจุดยืนไม่ร่วมงานพรรคชังชาติ
ด้านนายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารและหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ 2 ป.ว่า เป็นสิทธิ์ของเขา ต้องถามด้วยว่าเราอยากร่วมด้วยหรือเปล่า เพราะจุดยืนของพรรค พปชร. คือก้าวข้ามความขัดแย้ง เราอยากเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่าย อยากให้การหาเสียงของแต่ละพรรคเป็นไปด้วยดี ไม่มีการปะทะกันระหว่างประชาชน ให้ทุกคนรักกันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปรวมกับใครก็ได้

“เรามีจุดยืนเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าพรรคไหนแนวทางไม่ตรงกัน ก็รวมกันไม่ได้ และพรรคที่มีนโยบายทำลายเศรษฐกิจ เราก็รวมด้วยไม่ได้เช่นกัน” นายสกลธีกล่าว

อู๊ดด้าโวเสียงปชป.ดีขึ้นทุกภาค
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ตลาดหทัยมิตร ถนนหทัยราษฎร์ กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำทัพหน้า “จุรินทร์ออนทัวร์” ลงพื้นที่พบปะประชาชน เขตคลองสามวา หาเสียงช่วย น.ส.เกศกานดา อินช่วย ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตคลองสามวา เบอร์ 14 จากนั้นขึ้นรถแห่ไปยังหมู่บ้านร่มทิพย์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา เพื่อร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ โดยบรรยากาศคึกคัก แฟนคลับประชาธิปัตย์มอบดอกไม้ ขอถ่ายรูป ให้กำลังใจนายจุรินทร์ และพรรค พร้อมให้ความมั่นใจว่าเลือกตั้งครั้งนี้จะเลือกพรรคปชป.อย่างแน่นอน

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการหาเสียงช่วง 20 วันก่อนเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาธิปัตย์เดินมาในทิศทางที่เป็นที่พอใจของชาวกรุงเทพฯ และคนไทยทั้งประเทศอยู่แล้ว เสียงตอบรับที่มีต่อพรรคในทุกพื้นที่ทุกภาคดีขึ้นตลอดเวลา ดังนั้น ที่เหลือ 20 วัน ทุกอย่างจะยิ่งดีขึ้นไปอีก ด้วยการคัดสรรผู้สมัครที่มีศักยภาพ นโยบายที่ตกผลึกและทำได้จริง อยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ ไม่ไปสร้างภาระให้กับประชาชน เพราะการลด แลก แจก แถม สุดท้ายต้องไปขึ้นภาษีกับชาวบ้าน แล้วไปกู้ ทำให้คนไทยเป็นหนี้เพิ่ม สิ่งเหล่านี้คือนโยบายประชานิยมที่ไม่รับผิดชอบ พรรคไม่ทำแบบนี้

ชูทีมศก.พาชาติพ้นวิกฤตได้
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ถ้าประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เรามีทีมเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์ เคยนำประเทศฝ่าวิกฤตต้มยำกุ้ง และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์สำเร็จมาแล้ว ขณะนี้เกิดวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ตนเชื่อมั่นว่าทีมเศรษฐกิจของพรรคจะพาประเทศไทยรอดได้แน่นอน

“ผมไม่หยุด จะมุ่งมั่นทำงานหนักต่อไป และหวังว่าจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนทั้งประเทศ จะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ กาเบอร์ 26 ที่บัตรเลือกตั้งสีเขียวในการเลือกตั้งนี้” นายจุรินทร์กล่าว

มั่นใจปชป.กวาด70-80ที่นั่ง
ขณะที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เลือกตั้งพรรคป ปชป. กล่าวว่า ยืนยันว่าประชาธิปัตย์ในพื้นที่ทั่วประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ และกรุงเทพฯ ฉะนั้น พรรคจึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป้าหมายที่ได้วางไว้เดิม มีความเป็นไปได้ชัดขึ้น คือตัวเลข 70-80 ที่นั่ง ซึ่งจากการจัดทัพรณรงค์หาเสียงให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค ถึงนาทีนี้ผลการวิจัยของพรรคใกล้เคียงกับโพลหลายสำนักว่า ประชาธิปัตย์มีการตอบรับอย่างดี มีเสียงขานรับในทุกภูมิภาคที่ดีขึ้น

“ขอถือโอกาสนี้ยืนยันตัวเลขว่า จากผลสำรวจของสำนักโพลต่างๆ สอดคล้องกับของพรรค ที่ทำอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ เรามั่นใจว่าเราจะได้ตัวเลขไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่ง เรายังยืนยันในตัวเลขนี้ และยังมีความหวังว่าจะได้มากกว่า 40 ที่นั่ง” นายนิพนธ์กล่าว

ผลวิจัยพบประชาชนเชื่อมั่นมากขึ้น
นายนิพนธ์กล่าวว่า แม้ผลโพลอีสาน บอกเราจะน้อย แต่จากที่หลายสายไปเดินในภาคอีสาน ทั้งนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค นายชัยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรค ดูแลอีสาน ยืนยันกันว่าพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็น สกลนคร อำนาจเจริญ นาครราชสีมา หรืออุบลราชธานี เสียงประชาธิปัตย์ได้รับการตอบรับอย่างดี เรามีเป้าหมายอยู่ 3 เขต ส่วนภาคเหนือ ถ้าเราดูโพล บางสำนัก ประชาธิปัตย์มี 4 ที่นั่ง เราประมาณการว่าน่าจะได้มากกว่านั้น บางจังหวัดเท่าที่สุ่มตัวอย่าง มีกระแสตอบรับดีมากทั้งสุโขทัย และเชียงใหม่ บางเขต ตาก นครสวรรค์ พิจิตร นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ ก็ดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า จากงานวิจัย ยังพบว่า ประชาชนกว่า 20% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศเกือบ 40 ล้านคน ยังให้ความเชื่อมั่นต่อพรรค ปชป. ที่ไม่เคยสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง ตรงกันข้าม พรรค ปชป.มักจะเป็นทางเลือกทางรอดทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดวิกฤต จึงมั่นใจว่าจากงานวิจัยของพรรคและผลโพลของทุกสำนักที่ชี้ในทิศทางที่เป็นบวก ประกอบกับ 20 กว่าวันที่เหลือ จะทำให้พรรคมีฐานคะแนนที่เติบโตขึ้นใกล้เคียงกับปี 2554 ที่เราเคยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึง 11 ล้านคะแนน ซึ่งในปี 2566 สมาชิกทุกคนของพรรคจะช่วยกันทุ่มเทรณรงค์หาเสียง เพื่อให้ประชาชนช่วยสนับสนุนให้พรรคเป็นหลักให้บ้านเมืองต่อไป

เวทีปชป. – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป. นำทีมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ใน กทม. หาเสียงเลือกตั้งช่วยผู้สมัครส.ส. บริเวณลานพระบรมราชา นุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่

ปชป.คึกบุกวงเวียนใหญ่
เวลา 17.00 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ พรรคปชป. เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ในกทม.ให้กับผู้สมัครส.ส.ทั้ง 33 เขต นำโดยนายจุรินทร์ นายชวน หลีกภัย อดีตหน้าพรรค และแกนนำพรรค โดยมีประชนร่วมฟังปราศรัยคึกคัก ทั้งนี้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ร่วมฟังปราศรัยด้วย แต่ไม่ได้ขึ้นปราศรัย

นายจุรินทร์ ปราศรัยว่า การเลือกตั้งเที่ยวนี้ประชาธิปัตย์ มีความพร้อมที่สุด เชื่อว่าพรรคปักธงในกทม.ได้แน่นอน โดยเฉพาะฝั่งธนฯมีเฮล้านเปอร์เซนต์แน่นอน เพราะคนจะกลับมาเลือกประชาธิปัตย์ การที่คนจะกลับมาเลือกพรรคปชป.เพราะ

ประชาธิปัตย์ก็เทิดทูลสถาบันไม่แพ้ลุงคนไหน และ4 ปี มีผลงานไม่แพ้ใคร ถ้าได้ไปตั้งรัฐบาลก็ไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการยึดอำนาจ ฉะนั้นปฏิวัติจะไม่กลับมาอีก

‘ชวน’ส่งสัญญาณต้องมีศักดิ์ศรี
จากนั้นนายชวนปราศรัยว่า เราอย่าไป คิดว่าจะเป็นรัฐบาลอย่างเดียว เราต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ใช่ว่าพระมาชวนร่วมรัฐบาลก็ต้องเชื่อตามพระ หรือโจรชวนไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมกับโจร เพราะการที่จะไปร่วมรัฐบาล เราต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ซึ่งมีคนดีอยู่ในพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ไปประณามใคร แต่ก็มีคนร้ายอยู่ทั่วๆ ไป เราในฐานะประชาชนในระบบนี้ มีสิทธิ์เลือกรัฐบาลที่ดี โดยเลือกคนดีเข้าไปเป็นผู้แทนฯ เพราะระบบนี้ เสียงข้างมากเป็นฝ่ายตั้งรัฐบาล ถ้าเสียงข้างมากมาจากโกง ซื้อเสียง ทุจริต เราก็จะได้รัฐบาลโกง รัฐบาลซื้อ รัฐบาลทุจริต เป็นสูตรว่ามาอย่างไรต้องไปอย่างนั้น ซึ่งเห็นเหตุผลที่ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้เลย เราจึงต้องช่วยกันรณรงค์ และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นพรรคที่เป็นหลัก ไม่เช่นนั้นเราไม่อยู่มาได้ทุกวันนี้ 77 ปี ที่ยึดความถูกต้อง ดังนั้นแม้จะยาก แต่ขอให้เห็นแก่พรรค ขอให้เมตตาพรรคที่เป็นหลักบ้านเมือง ให้ได้มีสมาชิกมากพอได้ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง

แซะ‘บิ๊กตู่’ทิ้งประชาชนแน่
นายธนา ชีรวินิจ ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรค ปชป. ปราศรัยระบุถึงปัญหาพลังงานว่า ขอถามว่าพล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 8 ปี ทำไมไม่ดูแล ปล่อยให้ค่าไฟมีราคาแพง เชื่อว่าถ้าไม่มีการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์จะไม่กระตือรือร้นที่จะแก้ไข พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนักการเมืองระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เป็นส.ส. ทำอย่างเดียวคือให้พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอตัวเองเป็นนายกฯ และถ้าพรรค รทสช. ได้ส.ส.ไม่ถึง 25 คน ไม่มีสิทธิเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หมายความว่าพล.อ.ประยุทธ์กลับบ้าน หรือถ้าได้มากกว่า 25 คน แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภา พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่มีสถานะทางการเมืองในการดูแลประชาชนเลย ถามว่าใจดำหรือไม่ บอกประชาชนว่าจะอาสารับใช้ ขอเวลาอีก 2 ปี แต่ถ้าตัวเองไม่ได้เป็นนายกฯกลับบ้านเลย แล้วคนที่ออกมาเลือกพรรค รทสช.กับพล.อ.ประยุทธ์ ก็จะไม่มีใครทำงานให้ เพราะทิ้งเขาไปแล้ว จึงอยากให้ดูว่าเขาตั้งใจมาแก้ไขปัญหาอย่างที่พูดหรือไม่ และเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเมื่อใด ความขัดแย้ง เริ่มต้นอีกอย่างแน่นอน

แห่ฟังล้น – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ยกทีมแกนนำพรรคปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครส.ส. มีชาวบ้านแห่รับฟังนโยบายจนล้นอาคารโดมข้างวัดโสภณาราม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

พท.ย้ำไม่จับมือพรรคเอี่ยวรปห.
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ลานข้างวัดโสภณาราม อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยนำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย และนายยงยุทธ มั่นบุปผาชาติ ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 7 เบอร์ 1

นายณัฐวุฒิปราศรัยตอนหนึ่งว่า การเลือกพรรค พท.เข้าไปเป็นรัฐบาล จะทำตามนโยบายได้ทันที ส่วนการจับขั้วการเมืองนั้น พรรค พท. ประกาศชัดมาตลอดคือ 1.หากพรรค พท.ได้คะแนนอันดับหนึ่งไม่ว่ากี่เสียง พรรค พท.ต้องตั้งรัฐบาล 2.คนพรรค พท.เท่านั้นต้องเป็นนายกฯ และ 3.นโยบายหลักของพรรค พท. ต้องเป็นนโยบายหลัก ยันไม่มีความคิดจับมือกับเผด็จการเราไม่มีความคิดจะจับมือกับพวกเคยทำรัฐประหาร แต่เราต้องการดูเสียงของประชาชนก่อนเท่านั้น อุ๊งอิ๊ง (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) ก็พูด เศรษฐา ก็พูด” นายณัฐวุฒิกล่าว

ชูพักหนี้-ปรับค่าแรง-แก้ยาเสพติด
ด้านนายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องหนี้สินจากการทำการเกษตร พรรคมีนโยบายพักหนี้ทั้งต้นทั้งดอกเป็นเวลา 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีหนี้จากรายจ่ายของรัฐบาลที่ผ่านมาขาดการเอาใจใส่ดูแล ไม่จัดการทุนใหญ่ที่ทำมาหากินบนความยากลำบากของประชาชน พรรคมองว่าต้องพูดคุยกัน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ซึ่งนายกฯ ที่มาจากพรรค พท. จะนำสินค้าจากเกษตรกรไปขายในประเทศต่างๆ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 4 ปี

ส่วนครอบครัวไหนที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท หากได้เป็นรัฐบาลก็จะเติมให้ รวมถึงการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน และคนจบปริญญาตรี ต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 บาท และคนไทยที่อายุ 16 ปีขึ้นไปจะได้รับเงิน 10,000 บาท จากนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ส่วนคนที่ไม่อยากเกณฑ์ทหาร พรรคจะเสนอนโยบายเกณฑ์ทหารด้วยความสมัครใจ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทำมาหากิน

นายเศณษฐากล่าวว่า อีกปัญหาใหญ่คือ ยาเสพติด ซึ่งไม่นานมานี้ยังมีการเสนอกัญชาเสรีอีก พรรคสนับสนุนแค่กัญชาเพื่อการแพทย์ และหากพรรค พท.เป็นรัฐบาล ปัญหายาเสพติดจะถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีนายกฯ จากพรรค พท.นั่งหัวโต๊ะ จัดการให้หมดโดยไม่มีข้ออ้าง ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากส.ส.จากพรรคพท.ไม่ได้รับการสนับสนุน ดังนั้น 14 พ.ค.ขอให้เลือกเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค

อิ๊งทิ้งทวน – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน 2 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณตลาดโอโซน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ นับเป็นการขึ้นเวที ทิ้งทวนของน.ส.แพทองธาร ก่อนลาพักยาวเพื่อคลอดบุตร เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

อิ๊งอุ้มท้อง 9 เดือนขึ้นทิ้งทวน
ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ตลาดโอโซน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ นายเศรษฐาพร้อมด้วยแกนนำพรรค ได้เปิดเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งอุ้มท้อง 9 เดือน ขึ้นเวทีปราศรัย “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ดอนเมือง” ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายก่อนลาคลอด โดยคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ท่ามกลางการตอบรับ โอบกอด เสียงเชียร์และกำลังใจถึงคุณแม่อย่างท่วมท้น ขณะที่คนในครอบครัว อย่าง นายปิฎก สุขสวัสดิ์, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ และน.ส. พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ มาร่วมให้กำลังใจติดขอบเวที

ลั่นต้องปิดสวิตช์ส.ว.-3ป.ให้ได้
น.ส.แพทองธารปราศรัยว่า เราใช้นโยบายปากท้อง นโยบายกินได้ เปลี่ยนชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำได้จริง และจะทำให้เร็วที่สุด เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ลำบากอีกต่อไป เราต่อสู้กับความยากจนมาเสมอ เราต้องการให้นโยบายของเราตอบโจทย์กับประชาชนเมื่อเราเป็นรัฐบาล การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เราตั้งใจให้ประชาชนกินดีอยู่ดี เราต่อสู้กับอำนาจที่อยู่นอกระบบ มีประชาชน ออกมามากมาย เพื่อเรียกร้องอยากให้อำนาจเหล่านี้หมดไป

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า 22 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยหยุดสู้ เราพร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนกินดีอยู่ดี ศึกเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกที่ยิ่งใหญ่ เราไม่สามารถปันใจให้คนอื่นได้ เพราะเราต้องการปิดสวิตช์ส.ว. ปิดสวิตช์ 3 ป. เราเริ่มจากศูนย์ ประชาชนเท่านั้นที่จะอนุญาตให้เราเข้าไปเปลี่ยนแปลงชีวิตของประชาชนได้ ไม่ว่าจะพบกับศัตรูทางการเมืองมากน้อยแค่ไหน เราจะทำให้ชีวิตของประชาชนดีขึ้น เราพร้อมต่อสู้กับศัตรูทางการเมือง

ตอกกลับ‘ธรรมนัส’
จากนั้น น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงโพลสำรวจที่ขณะนี้พรรคก้าวไกล ขยับมาใกล้พรรค พท. ว่า ใกล้วันเลือกตั้งแล้ว ทุกคนต้องขยับและเดินกลยุทธ์ของตนเอง เราก็ดีใจที่พรรคคะแนนขยับขึ้นเป็นพรรคประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องดี แต่เราต้องแข่งขันกันต่อ เหลือเวลาอีก 20 กว่าวันเราก็ต้องทำเต็มที่

เมื่อถามถึงนายเศรษฐาประกาศไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จ.เลย แต่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรค พปชร. ระบุนายเศรษฐาและน.ส.แพทองธาร ไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คนที่รู้เรื่องนี้ดีคือคนภายในพรรคเพื่อไทย นั่นก็คือตนและนายเศรษฐา ฉะนั้นคำตอบเป็นอย่างไร ก็ต้องฟังคนจากพรรคเพื่อไทยว่าคิดอย่างไร

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนการแลนด์สไลด์นั้น เหตุการณ์ต่อไปข้างหน้าต้องเข้าใจว่าทุกพรรคต้องนำยุทธศาสตร์ของตนเองออกมาเพื่อชนะเลือกตั้ง ซึ่งเราก็ต้องทำเช่นกัน เราจะใช้นโยบายเป็นหลัก แต่เราจะไม่โจมตีใคร หรือต้องตั้งรับตลอดเวลาเราไม่มีเวลาแล้ว ช่วงเวลาเราเหลือเราจะอธิบายเรื่องนโยบายให้ประชาชนเข้าใจ อยากได้หรือไม่พรรค การเมืองที่จะมาแก้ปัญหาของประชาชน เกือบทศวรรษที่ผ่านมา อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ

ย้ำชัดไม่ได้เป็นเงา‘ทักษิณ’
น.ส.แพทองธารตอบคำถามของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ถึงการโน้มน้าวคนที่ไม่เห็นด้วยว่า ตนได้เดินทางไปทั่วประเทศแล้ว คิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ประชาชนต้องการประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่า น.ส.แพทองธารเหมือนเป็นเงาของนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธารตอบทันทีว่า เรื่องนี้เก่ามากแล้ว ซึ่งยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นเงาของนายทักษิณ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเป็นพ่อลูกยังมีอยู่ตลอดไป และทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจของตน

ขณะที่นายเศรษฐากล่าวว่า ทุกอย่าง มีผลปรากฏออกมาเป็นโพลให้เห็นว่า น.ส.แพทองธาร ถูกโหวตให้เป็นนายกฯ ซึ่งนาทีนี้ความนิยมของน.ส.แพทองธาร ถือว่ามากที่สุดให้ประเทศ และตนก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว

นายเศรษฐากล่าวถึงข้อวิจารณ์ของ ร.อ.ธรรมนัสว่า เราตอบไปแล้วชัดเจน เราไม่อยากพูดถึงพรรคอื่น แต่วันนี้เรามีภารกิจใหญ่ที่ต้องเดินหน้าปราศรัยและขยายนโยบายของ พรรคไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ใครสงสัยในนโยบายเราก็พร้อมชี้แจง วันที่ 14 พ.ค. เราก็มอบอำนาจ เพราะอำนาจอยู่ที่ปลายปากกาของประชาชน และยังคงมั่นใจว่าพรรคจะแลนด์สไลด์ จริงๆ แล้วศัตรูของเราไม่ใช่พรรครัฐบาลแต่เป็นความยากจน ความไม่เสมอภาค ความไม่เท่าเทียมกัน เราขอ ทำหน้าที่ของเรา เขาก็ทำหน้าที่ของเขาไป

‘ป้อม’ลุยเยาวราช-แห่เชียร์นายก
เมื่อเวลา 18.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่เยาวราช พบประชาชนและทานอาหารเย็นร้านลิ้มเหล่าโหงว ร้านก๋วยเตี๊ยวดังในเยาวราช เป็นร้านโปรดที่มารับประทานมานาน 20-30 ปี โดยเจ้าของร้าน เผยว่า พล.อ.ประวิตร เป็นลูกค้าประจำที่แวะมาทานก๋วยเตี๋ยวกับเพื่อนๆ และลูกน้องคนสนิท เมื่อมีเวลาว่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรับประทานเสร็จ แฟนคลับได้มาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจ ให้สู้ๆ และเป็นนายกฯ คนที่ 30 โดยพล.อ.ประวิตร ยิ้มแย้มทักทายแฟนคลับ อย่างเป็นกันเอง พร้อมบอกว่า ถ้าอยากให้เป็น ขอให้ไปลงคะแนนในวันเลือกตั้ง โดยพล.อ.ประวิตร แต่งกายสบาย ด้วยเสื้อฮาวายแบรนด์ไทย ของจิม ทอมป์สัน ร่วมกับนักรบ มูลมานัส คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าพิมพ์ลาย แรงบันดาลใจจากวัตถุโบราณบ้านจิม ฝีมือคนไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็น เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าขายของคนไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน