เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Natacha Charoenpon หรือ น.ส.นาตาชา เจริญผล ผู้จัดการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โพสต์เล่าเรื่องราวว่า ได้ไปยืนยันตัวตน แอพพลิเคชั่นหมอพร้อมที่อนามัยพื้นที่ตามที่อยู่ แล้วพบว่าตนเองมีประวัติไปนวด รักษาอาการปวดหลังที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด กว่า 50 ครั้ง ในช่วงปี พ.ศ.2563 – 2565 มีการวินิจฉัยโรคประกอบด้วย คือ ความผิดปกติของเนื้อเยื่อแบบอื่นและปวดหลัง จึงได้ติดต่อไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองคันทรง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเข้าแจ้งความ

นายเสรี อุยนันพิทักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองคันทรง กล่าวว่า ที่รพ.สต.หนองคันทรง มีแผนกนวดแผนไทย ที่ให้บริการประชาชน มีแพทย์แผนไทย 1 คน และหมอนวดอีก 4 คนมีบริการนวดที่รพ.สต.และนวดนอกสถานที่ ประชาชนคนไหนที่ไม่มีประกันสังคมมานวดได้เช่นกันจะเสียเงินชั่วโมงละ 200 บาท ส่วนผู้ที่ใช้ประกันสังคมสามารถนวดได้เช่นกัน และมีโควตาให้สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือสัปดาห์ละ 4 ครั้ง โดยหมอนวดจะได้เปอร์เซ็นต์ 60% รพ.สต.หนองคันทรง จะได้ 40% และทุกครั้งหมอนวดจะต้องนำบัตรประชาชนชองผู้เข้าบริการมาลงประวัติไว้ ทุกครั้งและทำการเบิกประกันสังคม

“เมื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบว่าหมอนวดรายหนึ่งในรพ.สต.หนองคันทรง ที่นำบัตรประชาชนของผู้เสียหายมายื่นรักษา เบื้องต้นทราบตัวหมอนวดแล้ว จะตรวจสอบว่า นำบัตรประชาชนหรือเลข 13 หลัก มาใช้ได้อย่างไรนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียด หลังจากเกิดกรณีดังกล่าว รพ.สต.หนองคันทรงไม่อนุญาตให้หมอนวดไปนวดนอกสถานที่แล้ว และได้พูดคุยกับผู้เสียหายไว้แล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจอะไรแต่ต้องการเพียงลบประวัติการรักษาให้หมด เพราะกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพในอนาคต ที่อาจจะมีปัญหาด้านการทำประกันหรือประวัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ” นายเสรีกล่าว

ด้านนายสุรชัย เจียมกูล ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ทราบเรื่องนี้แล้ว และได้เร่งดำเนินการตรวจสอบรพ.สต. ทั่วจังหวัดตราด ว่ามีการกระทำการสวมสิทธิ์นวดแผนไทยอีกหรือไม่ หากพบจะรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน