เหยื่อบุกแจ้งตำรวจปคบ. ถูกร้านในนครปฐมหลอกขายเฟอร์นิเจอร์เผยเปิดขายแบบพรีออร์เดอร์ผ่านเฟซบุ๊ก ลูกค้าสนใจสั่งออร์เดอร์นับแสน แต่กลับ ไม่ได้รับสินค้า ทวงถามก็แล้ว เจ้าของร้านผัดผ่อนมาตลอด บางรายผัดผ่อนถึง 3 ปีแล้วยังไม่ได้สินค้าที่สั่งซื้อ มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 พ.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมด้วยนายกิตติภณ ปานพรหมมาศ ว่าที่ส.ส. พรรคก้าวไกล จ.นครปฐม พาผู้เสียหายเกือบ 100 คนที่เคยสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ทางออนไลน์จากร้านค้าแห่งหนึ่งในจ.นครปฐม แล้วไม่ได้รับสินค้า เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ธีระวัฒน์ อ้นกลิ้ง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของร้านดังกล่าว ข้อหาฉ้อโกงประชาชน
นายเอกภพเปิดเผยว่า ร้านดังกล่าวเปิดเพจเฟซบุ๊ก โฆษณาขายเฟอร์นิเจอร์ แบบพรีออร์เดอร์ ราคาถูก โดยซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ทำให้มี ผู้เสียหายหลงเชื่อสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก หลายแสนออร์เดอร์ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่เมื่อครบกำหนดส่งสินค้าก็ไม่ได้รับของ เมื่อทวงถามไปก็ผัดผ่อนมาตลอด บางรายผัดผ่อนมาแล้วถึง 3 ปี ตนจึงประสานนาย กิตติภณเข้าร่วมตรวจสอบ
นายเอกภพกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบเป็นเพียงร้านค้าเล็กๆ กำลังการผลิตไม่น่าจะพอกับยอดสั่งซื้ออย่างแน่นอน ซึ่งทางร้านอ้างว่าช่วงแรกๆ เป็นเพียงเต็นท์ขายชั่วคราว เมื่อมียอดสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากจึงลงทุนสร้างโรงงานขนาดกลาง แต่ภายหลังขาดสภาพคล่อง จนผลิตไม่ทัน และยังมีค่าใช้จ่ายค้างอีกจำนวนมาก แต่กลุ่มผู้เสียหายเชื่อว่าอาจมีการนำเงินไปใช้จ่ายซื้อทรัพย์สินอย่างอื่นก็เป็นได้

แห่แจ้งจับ – ผู้เสียหายนับ 100 ราย แห่แจ้งจับร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งในจ.นครปฐม โฆษณาขายเฟอร์นิเจอร์ราคาถูกในเฟซบุ๊ก เหยื่อหลงเชื่อสั่งซื้อนับแสนรายการแต่ไม่ได้สินค้า มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ที่ศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ บช.ก. เมื่อวันที่ 30 พ.ค.
ด้านน.ส.เอ ผู้เสียหายรายหนึ่งที่บุกไปที่หน้าร้านเพื่อทวงถามสินค้าที่สั่งซื้อและโอนเงินไปแล้วนานกว่า 8 เดือน เล่าว่า ที่หน้าร้านมีเฟอร์นิเจอร์น้อยมาก แต่มีแอดมิน 5-6 คน พยายามสอบถามกำหนดส่งสินค้า แต่แอดมิน ก็ให้คำตอบไม่ได้ แถมยังใช้คำพูดไม่สุภาพ และให้ผู้เสียหายไปตามหาคนที่มีชื่อบัญชี รับโอนเงินเอง ขณะที่ผู้เสียหายอีกรายไป แจ้งความก็ถูกตำรวจสน.ใกล้บ้านปฏิเสธไม่รับแจ้งความ และบอกว่าเป็นเวรกรรมของ ผู้เสียหายเอง ดังนั้น จึงรวมตัวกันมาร้องทุกข์ที่กองบัญชาการสอบสวนกลางแทน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำ ผู้เสียหายทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการ ตามกฎหมายต่อไป