เร่งขนย้ายเปิดถนน14กค. ครอบครัวจี้บริษัทเยียวยา

พ่อแม่เศร้ารับศพ-เชิญวิญญาณวิศวะหนุ่ม จุดเกิดเหตุสะพานอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม นำกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด กงหรา จ.พัทลุง ขณะที่กทม.เร่งรื้อถอนโครงสร้างสะพาน คาด 14 ก.ค. เปิดการจราจรได้ ตร.พฐ.ตรวจสอบร่วมกับวิศวกรรมสถาน นำข้อมูลประกอบคดีเพิ่มอีก ส่วนที่หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ครอบครัวยังทำใจไม่ได้หนุ่มก่อสร้างถูกสะพานทับด่วนจากไป จี้บริษัทเจ้าของโครงการเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพื่อนแรงงานเผยนาทีสะพานถล่ม ถอยเข้ามาหลบอยู่หลังเสาทำให้รอดตายหวุดหวิด สภากทม.ตั้งกมธ.วิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วกรุง ป้องกันเหตุซ้ำรอย

จากกรณีโครงการก่อสร้างทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง หน้าห้างโลตัส สาขาลาดกระบัง พังถล่มลงมาทับรถและประชาชน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และเสียชีวิต 2 ราย คือ นายฉัตรชัย ประเสริฐ วิศวกรประจำโครงการ และนายอรัญ สังขรักษ์ คนงานก่อสร้าง เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 10 ก.ค. ตามข่าวที่เสนอมานั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ครอบครัวของนายฉัตรชัย วิศวกรประจำโครงการ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูปมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณบริเวณใต้ซากโครงเหล็กก่อสร้างสะพานซึ่งเป็นจุดที่เสียชีวิต โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า จากนั้นครอบครัวผู้ตายได้ไปลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ศูนย์ประสานงานชั่วคราว หน้าห้างโลตัส ก่อนเดินทางไปติดต่อขอรับศพที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อนำกลับภูมิลำเนาไปประกอบพิธีกรรม ตามศาสนาที่วัดพังกิ่ง ต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง

โดยพ่อของนายฉัตรชัยได้บอกให้ลูกชายกลับบ้านที่จ.พัทลุงด้วยกัน ก่อนกล่าวสั้นๆ ว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีลางสังหรณ์แต่อย่างใด จำไม่ได้ว่าได้คุยกันกับลูกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้

ส่วนการเคลียร์พื้นที่บริเวณจุดที่คานสะพานพังถล่มลงมาหน้าปั๊มน้ำมันใกล้จุดที่เกิดเหตุ ตั้งแต่วันแรก เจ้าหน้าที่ตัดโครงเหล็กและคานปูนก่อนทยอยนำออกไปได้แล้วบางส่วน เบื้องต้นยังมีซากรถจักรยานยนต์ติดอยู่ใต้ซากอีก 1 คัน ส่วนรถยนต์โตโยต้า และ รถจักรยานยนต์อีกคันนำออกมาได้แล้ว ขณะเดียวกัน ได้เรียกเจ้าของรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ในปั๊มมาทยอยรับรถกลับไปแล้ว 5-6 คัน

ต่อมา พ.ต.อ.ชนาวิน พวงเพชร รอง ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรรณลบ สำราญสม ผกก.สน.จรเข้น้อย และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการทำคดีเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ชนาวิน เผยสั้นๆ เพียงว่า ด้านการสอบปากคำพยานต่างๆ รวมถึงตัวผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ ยังคงต้องรอให้ วสท.หาสาเหตุการเกิดเหตุที่แน่ชัด ก่อนสรุปข้อมูลให้ตำรวจอีกครั้ง

ส่วนที่ศาลาวัดราหุลศรัทธาราม ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลนายอรัญ คนงานก่อสร้างที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะพานถล่มด้วย โดยในช่วงเย็นวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมามีพิธีรดน้ำศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และจะมีพิธีฌาปนกิจในช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.ค.นี้ ที่เมรุวัดราหุลศรัทธาราม

วันเดียวกัน ที่วัดราหุลศรัทธาราม พบว่ายังคงมีหน่วยงานนำหรีดมาแสดงความเสียใจและเคารพศพนายอรัญ ขณะที่นางบรรจง ป้อมสอน อายุ 52 ปี แม่ของนายอรัญ เปิดเผยว่า ก่อนที่ลูกชายจะเดินทางไปทำงานนั้นได้พูดกับตนว่าอยากจะขอบวช เนื่องจากอายุครบบวชมาหลายปีแล้ว โดยจะไปทำงานเก็บเงินเพื่อจัดงานบวช ซึ่งต้องใช้เงินประมาณ 6 หมื่นบาท เพราะอยากจะจ้างวงดนตรีมาฉลองพระด้วย แต่ยังไม่ทันจะได้เบิกเงินแม้แต่งวดเดียวเลยก็มาเสียชีวิตเสียก่อน ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนและสามีก็ไม่มีลางสังหรณ์อะไรเลยว่าจะเกิดเหตุร้ายกับลูกชาย อีกทั้งในคืนที่เสียชีวิตรวมคืนที่ผ่านมาตนพยายามนอนฟังสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติ วิญญาณลูกมาหาหรือไม่ ซึ่งก็ไม่มีอะไรผิดปกติเลย สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้นทางบริษัทได้ช่วยเงินมา 23,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ และนอกจากนั้นก็ยังมีหน่วยงานต่างๆ จะเข้ามาช่วยเหลือ

น.ส.สุภิตรา สังขรักษ์ อายุ 21 ปี น้องสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนทำงานอยู่ที่ซอยทองหล่อ กรุงเทพฯ ในวันเกิดเหตุก็ดูข่าวอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าผู้ประสบเหตุจะเป็นพี่ชาย กระทั่งมีรายชื่อขึ้นมาและแจ้งว่าเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนช็อกและเสียใจมาก เพราะพี่ชายตั้งใจจะไปทำงานเก็บเงินมาบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่ แต่ก็มาเสียชีวิตเสียก่อน ส่วนการช่วยเหลือของหน่วยงานในเบื้องต้นสำนักงานประกันสังคมได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมทำบุญจำนวน 2,000 บาท ส่วนการช่วยเหลือจะมีค่าจัดการศพ 50,000 บาท และค่าชดเชย 70 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนที่จะได้รับ ทั้งนี้ตนก็อยากจะให้บริษัทรับผิดชอบดูแลในส่วนของเงินเยียวยาความสูญเสียแก่ครอบครัวด้วย

ด้านนายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย นายอำเภอบึงสามพัน เปิดเผยว่า นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการให้ตนประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้ เพราะทราบมาว่าครอบครัวมีฐานะยากจน ซึ่งตนได้ประสานงานและเข้ามาดูแลตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ขณะที่ นายวิทยา พันธะนารี อายุ 42 ปี 91 หมู่ 1 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าถึงนาทีเฉียดตายว่า ในวันเกิดเหตุตนอยู่ไซต์งานเดียวกับผู้ตาย แต่ไม่รู้ผู้ตายอยู่จุดไหน ส่วนตนอยู่ใต้สะพาน ขณะนั้นได้ยินเสียงโวยวายจึงมองขึ้นไปดูก็พบว่าสะพานด้านบนกำลังโยกไปมา ก่อนถล่มลงมา ตนจึงวิ่งถอยหลังและมาถึงเสาสะพาน แต่โชคดีที่เสาสะพานได้ค้ำตัวสะพานไว้ ไม่เช่นนั้นตนและคนงานอีก 3-4 คน ต้องถูกทับแน่ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำให้ตนผวากับการรอดตายแบบหวุดหวิดอยู่เลย และสิ่งหนึ่งที่ตนเชื่อว่าทำให้รอดตายคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระเครื่องที่ตนคล้องคอไว้ตลอดเวลา ซึ่งจำไม่ได้ว่าเป็นพระอะไร และได้มาจากไหน แต่เชื่อว่าท่านช่วยให้ตนรอดตายในครั้งนี้

ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. ดินแดง นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการรื้อถอนโครงสร้างโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง ที่พังถล่มลงมาว่า ได้นำอุปกรณ์โครงเหล็กสำหรับยกคอนกรีตประกอบโครงสร้างสะพาน (Launcher) ออกแล้ว 7 ชิ้น และเช้าวันเดียวกัน ได้ทุบเสาคอนกรีตที่กีดขวางเพื่อเปิดช่องถนนให้รถเครนเข้าถึงด้านในพื้นที่ ปัจจุบันยังต้องเก็บชิ้นส่วนที่เหลืออีก 7 ชิ้น คาดว่าวันที่ 14 ก.ค. นี้จะเปิดการจราจรได้ตามแผนที่กำหนด

นายวิศณุกล่าวต่อว่า เมื่อเก็บชิ้นส่วนเสร็จแล้ว กทม. พร้อมวิศวกรจาก วสท. จะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ ภายใต้ข้อสมมติฐาน คือ จุดที่เทคอนกรีตปิดช่องเพื่อเชื่อมรอยต่อระหว่างคอนกรีตแต่ละชิ้นที่ยกมาประกอบกันเป็นโครงสร้างสะพาน โดยคอนกรีตในจุดปิดเชื่อมช่องดังกล่าวอาจมีกำลังไม่เพียงพอในการรับน้ำหนักระหว่างดึงเหล็ก เนื่องจากพบคอนกรีตระเบิดตำแหน่งดังกล่าว โดยจะต้องเก็บตัวอย่างปูนและคอนกรีตในพื้นที่เพื่อตรวจสอบ เช่น รับกำลังได้มากน้อยเท่าใด รวมถึงหาผลทดสอบระหว่างการเทคอนกรีต และทดสอบกำลังรับแรงอัดของคอนกรีต ทั้งนี้ ข้อสมมติฐานดังกล่าว สิ่งสำคัญคือการดึงลวดสะลิง หากคอนกรีตรับแรงได้ถือว่าผ่าน หากรับแรงไม่ได้จะทำให้คอนกรีตแตกระเบิด ทำให้คอนกรีตที่เหลือพากันรั้งน้ำหนักทำให้เสาที่ 84 ขาด เพราะเสาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการรั้งน้ำหนักจากด้านข้าง อย่างไรก็ตาม ต้องหา หลักฐานเพิ่มเพื่อหาสาเหตุต่อไป

ด้านสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) โดยนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุมสภากทม. สมัยประชุมสามัญ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหาร ส.ก. และ ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้ยื่นญัตติขอให้สภากรุงเทพ มหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยนายสุรจิตต์กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนฝากมาถามคือ 1.ขอให้กทม.เร่งตรวจสอบเมกะ โปรเจ็กต์ต่างๆ โดยในพื้นที่ลาดกระบังมีทั้งโครงการทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง โรงพยาบาลลาดกระบัง อาคารสำนักงานเขตลาดกระบังแห่งใหม่ ขอให้เร่งตรวจสอบอาคารเหล่านี้ พร้อมการเร่งเยียวยาผู้ประสบเหตุ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ที่ได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และกทม.มีการ ตรวจสอบคุณภาพผู้รับเหมาหรือไม่

ด้านนายพีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท กล่าวว่า อยากให้กำหนดขอบเขตว่าโครงการที่จะศึกษามีขนาดเท่าใด เนื่องจากในกทม.มีโครงการขนาดใหญ่มีจำนวนมาก เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับภารกิจคณะกรรมการการโยธาและผังเมือง สภากทม. โดยตรวจสอบความถูกต้องของสัญญา วัสดุอุปกรณ์ ผู้ทำงาน เชื่อว่าโครงการขนาดใหญ่ต้องมีวิศวกรเข้ามาดูแลการก่อสร้าง และบริษัทต้องเสนอชื่อวิศวกร โดยอาจกำหนดในทีโออาร์ อุบัติเหตุโครงการขนาดนี้เกิดขึ้นจากความประมาทเป็นส่วนใหญ่ จึงจำเป็นต้องให้ผู้มีความรู้ความสามารถจริงๆ เข้ามาดำเนินการ และให้ได้แนวทางการดำเนินการในอนาคตที่สามารถนำมาใช้ได้จริง รวมทั้งให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบต้องตระหนักถึงความสำคัญ

จากนั้นนายชัชชาติกล่าวว่า จากการสอบถามพบว่าผู้รับเหมาขอเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลทางวิศวกรรม วิธีนี้เป็นวิธีการที่ใช้อยู่อย่างทั่วไป เนื่องจากเรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ เราต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร โดยหาด้วยความระมัดระวัง โดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางเพราะอาจมีผลทางคดี เรื่องรถเครน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเพราะคนขับรถเครนต้องเป็น ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ในส่วนของกทม.จะดูแลผู้ประสบภัยและดูแลการกู้ชีพ หากกทม.มีรถเครนเองต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการขับ อย่างไรก็ตามจะรับข้อสังเกตของส.ก.เกี่ยวกับการจัดหารถเครนต่อไป และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายให้มากขึ้น ซึ่งยินดีรับข้อสังเกตของส.ก.ไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนด้วย และการตั้งคณะกรรมการวิสามัญจะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงมาตรการการเยียวยาว่า สำหรับการลงทะเบียนผู้เสียหายนั้น ขณะนี้ได้พบ ผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว โดยมีผู้จดแจ้งความ เสียหายแล้ว 22 ราย ซึ่งเขตจะรับรองตามเงื่อนไข ในส่วนการเบิกจ่ายค่าเสียหายจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด สำหรับอัตราที่บริษัทจะจ่ายขณะนี้ทราบเพียงค่าเช่าบ้านหลังละ 8,000 บาท แต่จะติดตามรายละเอียดให้ครบถ้วนต่อไป

จากนั้น ที่ประชุมสภากทม.มีมติเห็นชอบ กับญัตตินี้ และให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ และกำหนดระยะเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จ 90 วัน

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ช่วหนึ่งมีการพิจารณาญัตติด่วน โดย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจากรณีสะพานยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม โดยฝากผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการสะพานยกระดับดังกล่าวให้สร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับประชาชนที่จะต้องใช้สะพานนี้ด้วย สุดท้ายนี้ขอให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย และขอให้หน่วยงานได้เร่งให้ความสำคัญและทำงานอย่างเต็มกำลังก่อนที่จะมีเหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน