ตร.บ้านโป่งค้านประกัน ลูก -สะใภ้ ปล้นแม่ จับมัดใช้สากกะเบือทุบหัว ชิงเงิน 3 พัน กับสร้อยคอ แหวน หนัก 3 สลึง ระหว่างถูกจับโดนพี่คนโตต่อยเพราะโกรธ ยังเแจ้งความกลับข้อหาทำร้ายร่างกาย พี่ชายเผยน้องก่อแต่เรื่องจะแจ้งความจับ แม่ก็ห้ามเพราะเป็นห่วง ยังมาทำร้ายแม่แค่เงินไม่กี่บาท ตร.เผยถ้าแม่กลับคำให้การช่วยลูกอาจโดนข้อหาแจ้งเท็จได้
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กล่าวถึงความคืบหน้า คดีที่นายวรายุทธ คำใส หรือปอนด์ และน.ส.ละอองดาว จันทร์ยิด หรือดาว ลูกชาย-ลูกสะใภ้ วัย 28 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกาย ใช้สากกะเบือทุบตีศีรษะ นางมณีรัตน์ คำใส ผู้เป็นแม่วัย 57 ปี จนได้รับบาดเจ็บ ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ว่า เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมหลักฐาน ทั้งจากภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ และถิ่นที่อยู่อาศัยตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง รวมไปถึงสอบปากคำจากพยานแวดล้อมบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเร่งรัดผลการตรวจสารเสพติด และดีเอ็นเอ
พ.ต.อ.ปิยะพงษ์กล่าวต่อว่า ในวันที่ 18 ก.ค. จะนำตัวทั้งคู่ฝากขังที่ศาล จ.ราชบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอประกันตัว 2 ผู้ต้องหา สำหรับกรณีนายวรายุทธ และน.ส.ละอองดาว ถูกนายธวัชชัย พี่ชายคนโต ทำร้ายร่างกายในระหว่างที่ถูกควบคุมตัว โดยทั้ง 2 คน ได้แจ้งความเอาผิดกับพี่ชาย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่มีผู้กังวลนางมณีรัตน์ แม่ของ ผู้ต้องหา อาจกลับคำให้การเพื่อช่วยลูกชาย ไม่ให้ได้รับโทษนั้น จะทำให้นางมณีรัตน์ถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ ซึ่งเชื่อว่านางมณีรัตน์จะไม่ทำเช่นนั้น
ด้านนายธวัชชัย พี่ชายคนโตของผู้ต้องหา กล่าวว่า ที่ผ่านมาน้องชายมักจะมาหาแม่ที่ทำงานและบ้าน เพื่อขอเงินใช้เป็นประจำ ด้วยความรักและเป็นห่วงลูกคนนี้มาก แม่ก็จะให้ทั้งเงินและซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้อยู่ตลอด ขณะที่น้องชายก็จะเอาเงินไปซื้อเหล้าและ สารเสพติด โดยระหว่าง 2 เดือนก่อนหน้านี้ น้องชายมักจะอาละวาดทำลายข้าวของที่บ้าน จนตนทนไม่ไหวจะเข้าแจ้งความให้ตำรวจมาจับ แต่แม่ก็ขอร้องไว้ กระทั่งสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแม่เกือบจะต้องมาจบชีวิตด้วยฝีมือลูกชายและลูกสะใภ้ เพราะต้องการทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย และสิ่งที่ทำให้แม่ต้องชอกช้ำใจมากที่สุดก็คือ ลูกชายสุดที่รักได้กระทำย่ำยีใช้เท้าเหยียบที่คอแม่ จับมือไพล่หลัง มัดมือมัดเท้า แล้วใช้มือบีบคอ ระหว่างที่ถูกกระทำแม่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าคนก่อเหตุเป็นลูกชายของตัวเอง

ปล้นแม่ – จนท.พัฒนาสังคมฯ จ.ราชบุรี เข้าพบพ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก.สภ.บ้านโป่ง ติดตามคดีที่ลูกชายและลูกสะใภ้ทำร้ายจับมัดมือนางมณีรัตน์ คำใส ผู้เป็นแม่แล้วชิงทรัพย์ ซึ่งตำรวจคัดค้านการประกันตัว เมื่อวันที่ 17 ก.ค.
สำหรับคดีดังกล่าวสภ.บ้านโป่ง รับแจ้งเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 ก.ค. โดยนางมณีรัตน์แจ้งความถูกคนร้ายคลุมหน้าจับมัด ใช้สากกะเบือไม้ทุบหัวหลายครั้งจนต้องร้องขอชีวิต แล้วชิงทรัพย์มูลค่าประมาณ 21,000 บาท ประกอบด้วยเงินสด 3,000 บาท และทองรูปพรรณเป็นสร้อยคอและแหวนน้ำหนักรวม 3 สลึง ภายในบ้านเลขที่ 29/10 หมู่ 17 ต.ปากแรต อ.บ้านโป่ง หลังการสอบสวนนางมณีรัตน์ยืนยันผู้ก่อเหตุคือลูกชายและลูกสะใภ้
วันเดียวครอบครัวของ น.ส.ละอองดาว ได้ติดต่อร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน โดยได้นำภาพกล้องวงจรปิดบริเวณร้านค้าแห่งหนึ่ง ที่นายวรายุทธไปใช้บริการเติมน้ำมัน ในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.ค.66 รวมไปถึงสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ระบุวันที่ 13 ก.ค.66 มาเป็นหลักฐาน โดยพี่ชายของน.ส.ละอองดาว กล่าวว่า เท่าที่รู้จักและสัมผัสน้องเขยเป็นคนที่รักแม่มาก แต่ยอมรับว่าชอบขอเงินแม่จริง ส่วนหลักฐานสำคัญที่ยืนยันความบริสุทธิ์คือ คลิปภาพวงจรปิด ที่ได้มาจากร้านค้าในต.เบิกไพร ที่น้องเขยไปใช้บริการเติมน้ำมัน ซึ่งระบุเวลาประมาณ 07.48 นาที ขณะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุที่บ้านแม่เวลาประมาณ 07.35 น. ด้วยระยะทางที่ห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร ไม่มีทางที่เวลาเพียง 13 นาที จะสามารถก่อเหตุชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกายแม่ได้ รวมถึงพยานบุคคลที่น้องเขยได้ขอหยิบยืมเงิน 20 บาท เพราะเงินไม่พอจ่ายค่าน้ำมัน
ด้านแม่ของน.ส.ละอองดาว ยืนยันว่า ลูกสาวและลูกเขยไม่มีทางทำเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้ได้แน่นอน เพราะลูกสาวกำลังป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งมดลูก จะต้องเข้ารับการผ่าตัดในเร็ววันนี้ แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาก่อเหตุ ขนาดบางวันเดินๆ อยู่ที่บ้าน เลือดยังไหลออกมาเลย อยากฝากถึงคนในสังคมขอให้รับฟังความจริงจากทั้ง 2 ฝ่ายเสียก่อน เพราะไม่เพียงแต่ลูกสาวและลูกเขยที่กำลังถูกสังคมรุมประณาม แต่ทุกคนในครอบครัวก็ได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน เจ็บปวดและรู้สึกน้อยใจที่ลูกต้องมาถูกปรักปรำ