ทาง‘ออนไลน์’ แถมดูดข้อมูล มีเรียกเก็บเงินปลายทางด้วย
จับเสี่ยเวียดนาม ต้นตอเหล่าสินค้าเก๊ เพาเวอร์แบงก์ เครื่องมือช่าง นาฬิกาข้อมือ โดยแผนประทุษกรรมจะเนียนปลอมเป็นเพจชื่อดัง เมื่อมีผู้สั่งซื้อไม่เพียงส่ง ‘ของเก๊’ ไม่มีคุณภาพให้ แต่ยัง “ดูดข้อมูลเหยื่อ” เก็บไว้ และเมื่อสินค้าถูกตีกลับแล้วยังนำมารียูส “ส่งดะ” กลับไปตามบ้านเรือนประชาชนโดยแฝงเล่ห์กล “เก็บเงินปลายทาง” ทำให้เหยื่อบางราย หลงเชื่อจ่ายเงิน ทั้งที่ไม่ได้สั่งซื้อแต่อย่างใด สร้างความเดือดร้อนไปทั่วสำหรับคนนิยม สั่งซื้อสินค้าทางโซเชี่ยล ตร.พบพัสดุตีกลับเกลื่อนบ้านย่านเคหะร่มเกล้า
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงนว่าเมื่อ วันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ. พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.กิติศักดิ์ ออกรัมย์, พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ, ร.ต.อ. ศิวัช ยังอุ่น, ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร, ร.ต.อ.มนตรี เฉลิมวัฒน์ , ร.ต.อ.จิรศักดิ์ ว่องไว, ร.ต.อ.ชัยวิทย์ หาญญ์สุวรรณนทีวิทย์, ร.ต.ท.อนันตชัย สัจจพงษ์, ร.ต.ท.เดชาธร ชมศิริ, ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุด PCT5, สืบนครบาล และเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายเหงียน วาน เวียด อายุ 40 ปี สัญชาติเวียดนาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2246/2566 ลงวันที่ 14 ก.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือ โดย หลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน” ที่บ้านพักย่านเคหะร่มเกล้า กทม.
พร้อมของกลาง กล่องพัสดุที่ถูกตีกลับจากลูกค้า จำนวน 468 กล่อง สินค้าอีกหลายรายการเช่น เพาเวอร์แบงก์, นาฬิกาข้อมือ, เครื่องดูดฝุ่น, เครื่องบดไฟฟ้า, มีด จำนวนประมาณ 5,000 ชิ้น “ส่งดะ” ธุรกิจขายออนไลน์สายดาร์กที่กำลังแพร่ระบาดหนักและสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในปัจจุบัน “การส่งดะ” ที่กล่าวถึงคือการส่งสินค้าไปตามบ้านเรือนของประชาชนแล้วให้เหล่าบริษัทขนส่งเอกชน “เก็บเงินปลายทาง” ทั้งที่ประชาชนคนนั้น ไม่ได้มีการสั่งซื้อของแต่อย่างใด แต่อาศัย “ลูกมึน” ผลลัพธ์คือประชาชนก็จะจ่ายเงิน ซื้อสินค้าไปแบบมึนๆ เป็นเล่ห์กลรูปแบบใหม่ที่วิวัฒนาการเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับความเติบโตของเหล่าธุรกิจโลจิสติกส์และการขายออนไลน์ โดยพบว่าชาวเวียดนามต่างหลั่งไหลเข้ามาทำธุรกิจประเภทนี้จำนวนมากในปัจจุบัน

ขายของเก๊ – ตำรวจชุด PCT5 ร่วมชุดสืบนครบาล และน.ร.อบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 จับกุมนายเหงียน วาน เวียด ชาวเวียดนาม หัวโจกแก๊งปลอมเพจ ร้านค้าดัง หลอกขายสินค้าเก๊ เจอพัสดุตีกลับจากลูกค้าเกือบ 5 พันชิ้นในบ้าน ย่านเคหะ ร่มเกล้า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.
พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช สืบสวนขยายผลให้ถึงต้นตอ ซึ่งได้ส่งชุด PCT5 สืบสวนจากเส้นทางของเหล่าพัสดุ จนพบว่าต้นตอมาจากโกดังแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง ซึ่งรายนี้มีการสร้างเพจเฟซบุ๊กหลายเพจ เช่น “Banana – Thailand”, ZMI Thailand Power Mall, Power Buy ขาย เพาเวอร์แบงก์ เครื่องมือช่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกาข้อมือเก๊ และของต่างๆ อีกมากมาย โดยด่านแรกเมื่อผู้ซื้อสั่งซื้อสินค้าแล้ว นอกจากจะได้สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพแล้ว คนร้ายยังใช้การสั่งซื้อของลูกค้าเป็นช่องทาง การเก็บข้อมูล ชื่อ-ที่อยู่ เพื่อจะใช้ส่งดะต่อไปในภายหน้า โดยการสืบสวนสืบทราบว่าเจ้าของโกดังเป็น เถ้าแก่ ชาวเหงียน ชื่อว่า เสี่ยเวียด หรือ นายเหงียน วาน เวียด พบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเดือนละไม่ต่ำกว่า 6 หลัก ต่อมาได้ พ.ต.ต.กิติศักดิ์ ออกรัมย์ เจ้าหน้าที่ชุด PCT5 ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกระทั่งได้ออกหมายจับ
ต่อมาวันที่ 28 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดชนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 และชุดสืบนครบาล และนักเรียนสืบสวน 110 เข้าจับกุมเสี่ยเวียด ได้ที่บ้านเลขที่ 157/70 หมู่บ้านพูนสินธานี 1 ซอย 1 ถ.พูนสิน ซ.เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ขณะที่เตรียมวางแผนจะหลบหนีออกนอกประเทศ จากการตรวจค้นบ้านพักที่เข้าจับกุมพบว่าเป็น “โกดัง” เก็บสินค้าเพื่อรอ “ส่งดะ” ไปให้กับเหยื่อ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินค้าภายในบ้านพบว่าเป็นของเก๊ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบนาฬิกายี่ห้อ คาซิโน ซึ่งเลียนแบบนาฬิกายี่ห้อฮิต และพบพัสดุที่ถูกตีกลับมาจากการส่งดะเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้จำนวนกว่า 5,000 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 600,000 บาท (ต้นทุน)
จากการสอบสวนเสี่ยเวียด ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ได้มีนายทุนจากประเทศเวียดนาม ติดต่อให้ตนเองทำธุรกิจประเภทนี้ในประเทศไทย ตนเองจึงมาลงหลักปักฐานทำธุรกิจประเภทนี้ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2565 ส่วนเรื่องของผิดกฎหมายหรือที่มาของสินค้าตนไม่ขอให้การใดๆ นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านพล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ผู้ทำธุรกิจประเภทนี้จะเริ่มจากการขายสินค้าทางออนไลน์ โดยเป็นสินค้าประเภทคุณภาพต่ำ ไม่ตรงปก ไม่มี อย. หรือ มอก. และเมื่อขายไม่ออกหรือถูกตีกลับมาแล้ว ก็จะนำมาส่งดะไปให้กับเหล่าลูกค้าเดิมที่อยู่ในฐานข้อมูลลูกค้าเก่าอีกครั้ง ทั้งที่ไม่ได้สั่งซื้อแต่อย่างใด โดยเหล่าธุรกิจพวกนี้สร้างความเดือดร้อน แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งเหล่าประชาชนจะแจ้งความไว้ตาม สน./สภ. และแจ้งความผ่านระบบออนไลน์เป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความเสียหายเป็นจำนวนเล็กน้อย ซึ่งผู้เสียหายบางราย เห็นว่าเป็นเงินไม่มากจะไม่มาแจ้งความร้องทุกข์ อันทำให้อาชญากรรมประเภทนี้ไม่อาจหมดไปจากสังคมไทย ซึ่งวันนี้เรากำลังไล่กำจัดต้นตอของปัญหาเหล่านี้ แม้จะไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.