ไชยาสส.9สมัยเฮ-นั่งช่วยเกษตร โยก‘เสริมศักดิ์’วธ.‘เกรียง’รมช.มท. วันนอร์พร้อม8กย.แถลงนโยบาย นายกถก8สายการบิน-รุกไฮซีซั่น
นายกฯ เศรษฐายืนยันโผครม.นิ่งแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ‘สุทิน’ หวนคุมกลาโหม หลังเสื้อแดงต้าน บิ๊กเล็ก-พล.อ.ณัฐพล ขยับ ‘เสริมศักดิ์’ นั่งรมว.วัฒนธรรม ให้ ‘เกรียง’เสียบรมช.มหาดไทย สส. 9 สมัยหนองบัวลำภู ‘ไชยา’ แซงโค้งรมช.เกษตรฯ ไลน์เพื่อไทยเดือด สส.อีสานไม่พอใจยกกระทรวงเกษตรฯ ให้พลังประชารัฐ ชู ‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ เหมาะสม กลุ่มชาวนา 20 จังหวัดอีสานก็หนุน พท.คุมเอง ด้านสหพันธ์เกษตรกรฯ ยื่น ‘ป้อม’ อย่าถอย ลั่น ‘ธรรมนัส’ พลาดคุมเกษตรฯ พร้อมเคลื่อนไหว ‘อนุทิน’ ลั่นว่าที่รมต. ไม่มีด่างพร้อย ‘วันนอร์’ บอกถ้ารัฐบาลจะแถลงนโยบาย 8 ก.ย.ก็พร้อม
‘เศรษฐา’ถก 8 สายการบิน
เวลา 15.00 น. 28 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับ 8 สายการบิน รับฟังข้อเสนอแนะและหาแนวทางแก้ไขด้านการบิน เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว โดยมีตัวแทนของพรรค พท. ได้แก่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านนโยบาย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่
ตัวแทนสายการบิน ได้แก่ นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผอ.ใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผอ.สํานักงานการบินพลเรือนฯ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยเวียตเจ็ท นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารไทยแอร์เอเชีย นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ นายชัยยง รัตนาไพศาลสุข รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารบ.ไทยสมายล์แอร์เวย์ นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บมจ.การบินกรุงเทพ นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารไทยไลอ้อนแอร์ นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ. สายการบินนกแอร์
ปัญหาที่ผู้ประกอบการสะท้อนเช่น 1.การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินให้ทันฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างน้อย 20% 2.การเพิ่มศักยภาพเครื่องบินให้ทันการปรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้น 3.การเพิ่มโอกาสผลักดันนักท่องเที่ยวในตลาดขนาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย 4.การเพิ่มจำนวน เครื่องบินให้เหมาะสมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

รับฟัง – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯประชุมร่วมกับตัวแทน 8 สายการบิน รับฟังข้อเสนอแนะ และแนวทางด้านการบินยกระดับการท่องเที่ยว โดยมีว่าที่รองนายกฯ และรมต.เพื่อไทยที่เกี่ยวข้องร่วมหารือด้วย เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย
แนะนำว่าที่รมต.กลางวง
นายเศรษฐากล่าวว่า วันนี้เพื่อไทยมาพร้อมว่าที่รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ว่าที่รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ว่าที่เลขาฯ นายกฯ ว่าที่รมว.คมนาคม และว่าที่รมช.คลัง มาฟังความคิดเห็นว่ามีอะไรให้เราช่วยเหลือบ้าง เมื่อถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วจะดำเนินการทันที รัฐบาลเพื่อไทยร้อนใจว่าไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นถ้าเริ่มทำงานได้ก่อนจะแสดงความได้เปรียบ เพื่อให้ภาคเอกชนมีความพร้อมที่จะรองรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยว ขอบคุณบริษัทท่าอากาศยานไทย ที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการช่วยส่งเสริมการทำงานกับรัฐบาลเพื่อไทยในการเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น ทั้งเรื่องของการบริหารจัดการภายในสนามบิน การเพิ่มเที่ยวบิน การเพิ่มหรือขยายรันเวย์ เป็นต้น
เป็นเรื่องดีที่ทุกสายการบินให้การตอบรับนโยบาย Free visa ในบางประเทศที่มีศักยภาพ เช่น จีน คาดว่าทุกสายการบินต้องการขยายจำนวนเที่ยวบินรับนักท่องเที่ยว ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลเพื่อไทยมีแผนไปโปรโมตการท่องเที่ยวไทยในต่างประเทศปีหน้า ในเที่ยวบินที่มีความพร้อม ซึ่งแต่ละสายการบินมีสัญญาณที่ดีว่าหากรัฐบาลเพิ่มความต้องการนักท่องเที่ยวไทยได้ สายการบินจะแข่งขันกันโปรโมตการท่องเที่ยวร่วมกัน จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงตั๋วโดยสารได้ในราคาที่เหมาะสม
เศรษฐายันโผนิ่งแล้ว
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการจัดโผครม.ว่า วันนี้นิ่งทั้งหมดแล้ว หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาพูดคุยกันจนดึก ทั้งในส่วนของเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล โดยวันนี้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเข้ามารับรายชื่อทั้งหมดเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ขอให้รออีกนิด
เมื่อถามว่าจะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ได้วันนี้เลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ยังครับ ต้องใช้เวลาตรวจสอบ ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไร ไม่ทราบขั้นตอนจริงๆ แต่เข้าใจว่าใช้เวลา 2-3 วันในแง่ของการตรวจสอบ”
เมื่อถามว่าคาดจะสามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้เลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า หากทุกอย่างเรียบร้อย มีการถวายสัตย์ฯ แล้วก็หวังว่าจะเร็วกว่านั้นก็พยายามให้เต็มที่ เพราะเพื่อไทยก็เตรียมการมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อถามว่าจะเร่งให้ทันภารกิจแรกที่จะมีการประชุมยูเอ็นช่วงสิ้นเดือนก.ย.หรือไม่นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องขอดูขั้นตอนก่อนด้วยเพราะตามมารยาทแล้วอาจต้องไปเยือนประเทศอาเซียนก่อนหรือไม่ ตนเป็นมือใหม่ขอศึกษาก่อน เพราะไม่อยากให้กระทบด้านความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม การประชุมยูเอ็นเป็นเวทีใหญ่ที่เราจะได้ไปพบปะผู้นำทั่วโลก อาจถือโอกาสเจรจาธุรกิจการค้าไปด้วย เมื่อถามว่าจะสามารถประชุมครม. 1 ก.ย.ได้เลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคงไปก้าวล่วงไม่ได้
มีทั้งคนสมหวัง-ผิดหวัง
เมื่อถามถึงตำแหน่งรมว.กลาโหม จะเป็นคนนอกหรือคนในพรรค นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องให้เกียรติ ต้องคอยดูขออีกนิด ส่วนที่มีกระแสต้านชื่อพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ตนไม่ทราบเรื่อง มีอ่านจากโซเชี่ยลมีเดียบ้างแต่ยืนยันว่าถ้าชื่อออกมาแล้วไม่ผิดหวัง เมื่อถามว่ารมว.กลาโหมจะไม่เป็นที่คัดค้านใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ย้อนถามว่า คัดค้านจากฝ่ายไหน
เมื่อถามว่าส่วนใหญ่ควรเป็นคนที่ดูเรื่องความมั่นคงโดยตรงไม่อยากให้เป็นคนนอก นายเศรษฐากล่าวว่า อยู่ที่ผลงาน เพราะรัฐมนตรีต้องมีภาวะผู้นำที่จะคุย เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลหรือใครก็ตามที่เลือกมาแล้ว ก็คงทำงานให้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติเต็มที่ ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นพลเรือนหรือใครอยากให้รอก่อน เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อการปฏิรูปกองทัพหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนไม่ชอบคำว่าปฏิรูป เราพัฒนาร่วมกันไปมากกว่า มีการพูดไปแล้วในช่วงหาเสียง แต่ก็ต้องดูเรื่องความเหมาะสม ต้องมานั่งคุยกับผู้นำเหล่าทัพทั้งหมด ซึ่งก็อยู่ในแผนการเจรจา
เมื่อถามว่าการจัดโผ ครม.ทุกฝ่ายมีความสุขใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เท่าที่สามารถเป็นไปได้ ต้องยอมรับว่ามีคนสมหวังก็ต้องมีคนผิดหวังเป็นธรรมดา แต่เราพยายามเต็มที่เพื่อให้ทุกคนมีความสุข จะมีตำแหน่งที่ปรึกษา เลขาฯ อยู่อีกหลายตำแหน่ง ต้องการความช่วยเหลือจากคนทุกภาคส่วน หากมีคนทำงานเยอะขึ้นก็จะทำงานได้ดีขึ้น
ชลน่านขออภัย-ยอมเสียบางกระทรวง
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโผครม. ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่เพื่อไทยกำลังรวบรวมรายชื่อจากพรรคร่วม เพื่อนำเสนอกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งขณะนี้รายชื่อเกือบ 100% อาจมีการพิจารณาวันนี้เป็น โอกาสใกล้ๆ สุดท้าย
เมื่อถามว่ามีรายงานว่า สส.อีสานไม่พอใจการแบ่งโควตากระทรวงโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการที่ไปให้พรรคอื่น นพ.ชลน่านกล่าวว่า เพื่อไทยมีสมาชิกเกือบทุกพื้นที่ มีสส.ที่รับปัญหามาจากพี่น้องประชาชน เรารับรู้ปัญหามาโดยตลอด เพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลควรดูแลกระทรวงไหน เน้นด้านเศรษฐกิจปากท้อง แต่เราอยู่ในฐานะต้องมีพรรคร่วมรัฐบาล การเจรจาต่อรอง การทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกันก็ต้องพิจารณาด้วย ในหลักการเหล่านี้ทำให้บางกระทรวงอาจไม่เป็นไปตามความต้องการต้องขออภัย เรามี 141 เสียงต้องหาเพิ่มอีกมาก ทำให้มีข้อจำกัด
ยันใช้นโยบายเพื่อไทยเป็นหลัก
เมื่อถามถึงกระแสข่าวรมว.กลาโหมเป็นชื่อพลเรือนเข้าไปดู จะควบคุมกระทรวงได้หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ สิ้นสุด และยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นพลเรือนหรือมียศ มีตำแหน่ง แต่ยุคใหม่กลไกการบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะผู้บริหารจะบริหารกระทรวงนั้นๆ ให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลได้ เชื่อว่าคงไม่เป็นประเด็น โดยเฉพาะในรัฐบาลของเราที่สร้างความสมานฉันท์ ความปรองดอง ลดความขัดแย้ง ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ทหาร หรือตำรวจก็จะเข้ามาช่วยกันทำงาน
นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราเป็นรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา มั่นใจว่านโยบายที่มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล จะใช้นโยบายของเพื่อไทยเป็นหลักในการขับเคลื่อน ฉะนั้นรัฐมนตรีไม่ว่าจะมาจากพรรคไหนก็ตามมีข้อผูกพันตรงนี้ไว้แล้ว และจะมีการนำนโยบายของพรรคอื่นๆ มาเสริมให้เข้มแข็งมากขึ้น เขาก็มีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายของเพื่อไทยไปสู่พี่น้องประชาชน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ชดเชยได้
สส.อีสานโวยไม่ได้คุมเกษตรฯ
เมื่อถามว่านโยบายพักหนี้เกษตรกรของพรรคจะไม่เป็นอุปสรรคต่อกระทรวงเกษตรฯ ที่มีรัฐมนตรีมาจากพรรคอื่นใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา นโยบายเรามีการพูดคุยมีการแถลงในนามพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้วว่าจะใช้นโยบายของเพื่อไทยเป็นหลัก และจะเขียนเป็นนโยบายของรัฐบาลออกมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มไลน์สส.พรรคพท.เมื่อ 27 ส.ค. กลุ่มสส.อีสานแสดงความไม่พอใจกรณีโผ ครม.ที่กระทรวงเกษตรฯ ตกไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่ได้อยู่ในการดูแลของเพื่อไทยที่เป็นพรรคหลัก ต่างแสดงความคิดเห็นว่าตอนหาเสียงเพื่อไทยขายนโยบายด้านการเกษตรไว้เยอะ แต่พอไปอยู่กับพรรคอื่นอาจไม่สามารถผลักดันนโยบายที่หาเสียงไปไว้ได้ อาทิ การพักหนี้เกษตรกร การให้โฉนดที่ดินแก่ประชาชน
และถ้าพรรคร่วมผลักดันนโยบายของตัวเองไป ผลงานที่ได้จะตกไปเป็นของพรรคร่วม ไม่ใช่เพื่อไทยและอาจทำให้เสียคะแนนเสียงในส่วนนี้ไปได้ สส.ที่แสดงความคิดเห็นต่างอยากให้คนของพรรคอย่างนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรมว.เกษตรฯ เพราะเห็นถึงความสามารถ และนายสมศักดิ์ก็แสดงความคิดเห็นอยากพัฒนาชีวิตเกษตรกร และเดินหน้านโยบายของพรรคเพื่อเกษตรกรที่เป็นฐานเสียงสำคัญ เพื่อหวังให้พรรคได้คะแนนนิยมที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย

หนุนพักหนี้ – กลุ่มชาวนาจากศูนย์ข้าวชุมชน 20 จังหวัดอีสาน รุดให้กำลังใจพรรคเพื่อไทย สนับสนุนนโยบายพักหนี้เกษตรกร และขอให้กระทรวงเกษตรฯ อยู่กับพรรค โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เป็นตัวแทนรับหนังสือ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย
กลุ่มชาวนาขอพท.คุมเกษตรฯ
วันเดียวกัน นพ.ชลน่าน เป็นตัวแทนพรรครับหนังสือจากกลุ่มชาวนาจากศูนย์ข้าวชุมชน 20 จังหวัดภาคอีสาน นำโดยนายจารึก กมลอินทร์ ประธานกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ เดินทางมาให้กำลังใจและสนับสนุนรัฐบาลเพื่อไทยผลักดันนโยบายเพื่อเกษตรกร โดยเฉพาะนโยบายพักหนี้เกษตรกร รวมถึงขอให้นายเศรษฐาพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะให้กระทรวงเกษตรฯ อยู่กับเพื่อไทย
นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคเชื่อมั่นนโยบายด้านการเกษตรของพรรคจะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้ เข้าใจถึงความประสงค์ของชาวนาที่ต้องการให้เพื่อไทยเข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะเป็นผู้ร่วมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ภารกิจแรกสุดคือต้องได้นายกฯ ตอนนี้ก็ทำสำเร็จ ส่วนขั้นตอนต่อไปคือการเดินหน้ากับพรรคร่วม 314 เสียง เป็นรัฐบาลผสม ต้องให้เกียรติพรรคที่เชิญเข้ามา มี 270-280 เสียงอาจไม่มั่นคง จึงต้องผลักดันให้มีนายกฯ และครม.ที่เข้มแข็ง แม้คนของพรรคไม่ได้นั่งเป็นเจ้ากระทรวง แต่นโยบายหลักของกระทรวงนั้นต้องเป็นนโยบายที่เพื่อไทยหาเสียงเอาไว้ หากไม่ได้เป็น รมว. ก็มี รมช.เข้าไปเพื่อผลักดันงาน ภายใต้รัฐบาลที่มีเงื่อนไขภาวะวิกฤตเราต้องทำงานร่วมกันให้ได้ก่อน ถ้าขับเคลื่อนไม่ได้ก็ขอให้ทุกท่านมาทวงสัญญา

กำลังใจ – นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา รับหนังสือจากกลุ่มเกษตรที่มาให้กำลังใจร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เลขาธิการพรรค ที่มีชื่อติดโผเป็นรมว.เกษตรฯ ที่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.
กลุ่มเกษตรกรหนุนธรรมนัส
เวลา 13.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และกก.บห.พรรค นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา เป็นตัวแทนรับหนังสือจากกลุ่มเกษตรกร นำโดยนายยศวัจน์ ชัยวัฒน์ สิริกุล ประธานสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย กลุ่มพัฒนาชุมชนและแม่น้ำคูคลอง พร้อมสมาชิกประมาณ 100 คน มายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และให้กำลังใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ที่มีรายชื่อเป็นรมว.เกษตรฯ ขอให้ยืนหยัดการเข้าร่วมรัฐบาลและบุคคลที่เสนอเป็นรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้เกษตรกร
นายยศวัจน์กล่าวว่า กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรฯ มีสมาชิกกว่า 6 ล้านคน บางส่วนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รู้สึกยินดีที่ทราบว่าพรรคพลังประชารัฐได้เข้าร่วมรัฐบาล จึงต้องการนำเสนอปัญหาและข้อเรียกร้องเพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน ที่ดินและน้ำ ครั้งที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส เป็นรมช. ครั้งนี้เป็นรมว.เกษตรฯ อยากให้ผลักดันแก้ปัญหาต่อไป แต่ถ้ามาชิงตำแหน่งรมว.เกษตรฯ ไปให้พรรคอื่น เราไม่ยอมและพร้อมออกมาเคลื่อนไหว
ห้ามเปลี่ยนตัวรมว.เกษตรฯ
“ฝากเรียนหัวหน้าพรรคอย่าถอยตามที่มีข่าวจะเปลี่ยนตัวรมว. ตามที่มีกลุ่มจัดตั้งไปกดดัน เราอยากให้รมว.เป็นของพรรคพลังประชารัฐคือร.อ.ธรรมนัส เราไม่ใช่กลุ่มจัดตั้ง มากันเองจากภาคใต้ จ.พะเยา กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอีกหลายจังหวัด รวมถึงจังหวัดในภาคอีสานเพื่อให้กำลังใจพรรคพลังประชารัฐ หวังว่ารมว.เกษตรฯ จะไม่เปลี่ยนไปเป็นของพรรคอื่น” นายยศวัจน์กล่าว
นายไผ่กล่าวว่า การร่วมรัฐบาลไม่มีอะไรต้องกังวลขอให้เกษตรกรสบายใจได้ เรื่องนโยบายทางการเกษตรเราคุยกันทุกพรรคเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน สปก.4-01 เป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนอยากได้และเป็นนโยบายหาเสียงของเรา การตั้งครม.อาจมีขลุกขลักบ้างเล็กหน่อยแต่เชื่อว่าจะจบลงได้ด้วยดี เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลรับทราบว่าเราต้องเดิมพันกับอะไร ช่วง 4 ปี ที่จะแก้ปัญหารัฐบาลต้องทำให้ประชาชนถูกใจ แม้ไม่ได้ตามที่ต้องการทั้งหมดแต่จะทำเต็มที่ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ หากตนได้เข้าไปทำงานในตำแหน่งจะทำให้เหมือนเดิม และอยากเพิ่มเบี้ยให้ได้ 3,000 บาท จะทำงานให้คนทุกกลุ่ม แก้ขัดแย้ง ของแพง รายได้ประชาชนมั่นคง

อำลา – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน อำลาตำแหน่งที่กระทรวง โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ ผู้นำสหภาพแรงงาน และชาวแฟลตดินแดงมาร่วมส่งจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความผูกพันและซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.
ไผ่แย้มรายชื่อครม.ตามข่าว
นายไผ่ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า น่าจะเสร็จภายในเร็ววันนี้ เชื่อว่าทุกตำแหน่งจะเป็นคนดี มีคุณภาพเหมาะสมกับงาน เมื่อถามว่ารัฐมนตรีของพลังประชารัฐเป็นไปตามกระแสข่าวหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ขอให้รอดูดีกว่า พูดอะไรออกไปก่อนอาจไปนำนายกฯ ได้ ให้รอฟังนายกฯ เป็นคนสรุป ขอให้มั่นใจไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการแย่งชิง
เมื่อถามว่าไม่มีชื่อพล.อ.ประวิตร หมายความว่าจะแยกตัวออกจากการเมืองหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ไม่ได้แยกตัวและจะอยู่กับพรรค จะดูแลและเป็นเสาหลักของพรรค จะใช้ความรู้ความสามารถ มาช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ ตำแหน่งได้หรือไม่ได้ไม่เป็นปัญหา เพราะพล.อ.ประวิตร ไม่ได้ยึดติด ขอย้ำไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอะไรกัน
เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร เคยเปรยจะลาออกจากสส. เป็นหัวหน้าพรรคอย่างเดียวหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ไม่มี ยังอยู่กับพรรค พล.อ.ประวิตรไม่เคยพูดเรื่องนี้ เมื่อถามว่าการตั้งกรรมการยุทธศาสตร์พรรคชุดใหม่ เพราะต้องการให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค มีบทบาทในพรรคหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า เพื่อเอาคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถมาดำเนินงานพรรค ถ้าเปรียบพรรคเป็นบ้านก็ เหมือนกำลังรีโนเวตให้ทันยุคทันสมัยเข้าถึงประชาชน เมื่อถามว่านายไผ่ได้กรอกประวัติรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายไผ่กล่าวติดตลกว่า “ร้ายนะเรา” เมื่อถามว่าส่งรายชื่อหมดแล้วหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ตามนั้น
บิ๊กน้อยลาออกพปชร.
พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ได้เขียนใบลาออกจากสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว ระบุเหตุผล ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคอีกต่อไป และไม่ได้มีบทบาทใดในพรรคแล้ว ที่ผ่านมาเป็นเพียงทีมงานส่วนตัวของ พล.อ.ประวิตรเท่านั้น ไม่อยากอยู่ขวางหูขวางตาใคร เพราะหลังจากที่มีชื่อชิงรมว.กลาโหม ก็มีบางคนติติงว่าไม่ได้มีบทบาทใดในพรรค ทำไมมีชื่อจะเป็นรมว. ทั้งที่ไม่เคยไปขอตำแหน่งอะไร เพื่อความสบายใจจึงตัดสินใจลาออก โดยจะไปทำงานด้านกีฬาเท่านั้นเพราะไม่ถนัดการเมืองมาตั้งแต่ต้น
อนุทินยันชื่อรมต.ภท.ไม่ด่างพร้อย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสรรรัฐมนตรีของภูมิใจไทยว่า นิ่งแล้ว ส่งรายชื่อให้เพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว พรรคแกนนำจะ ส่งรายชื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อประสานกลับมาที่พรรคภูมิใจไทยให้เร่งกรอกประวัติ เพื่อตรวจสอบประวัติเสียก่อนว่าเป็นไปตามคุณสมบัติทุกประการ หัวหน้าพรรคต้องอธิบายได้ทั้งหมดว่าใครเป็นใคร เหมาะสมอย่างไร
เมื่อถามว่าประวัติรัฐมนตรีที่พรรคส่งไปขาวสะอาดทุกคน นายอนุทินหัวเราะก่อนกล่าวว่า ไม่อยากตอบเพราะไม่ควรถาม ผู้จะเป็นรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติทุ่มเทเสียสละ และเป็นคนที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย จึงต้องมีการตรวจสอบประวัติกันก่อน
เมื่อถามว่ายังติดใจอยู่หรือไม่ที่ภูมิใจไทยไม่ได้ดูแลกระทรวงเดิม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ติดใจ จบไปแล้ว เมื่อถามว่าจะฝากให้รมว.สาธารณสุขคนใหม่สานต่อเรื่องกัญชากัญชงอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวค่อยคุยกันเรื่องนี้ ในแถลงการณ์ร่วมจัดตั้งรัฐบาลมีเรื่องการนำมาใช้ทางการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นผู้แถลง
ไม่ปิดประตูรับสส.เข้าพรรค
เมื่อถามว่าหากมีกลุ่มสส.ที่ถูกขับจากบางพรรคภูมิใจไทยพร้อมรับมือหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องของอนาคตพูดไม่ได้ แต่พรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นชัดเจนตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา เราเริ่มจาก 51 เสียง แล้วมีสส.มาร่วมมากขึ้น พรรคไม่ได้ทำตัวให้เป็นปัญหา ไม่ได้ขอโควตา ขอตำแหน่งเพิ่ม เริ่มทำงานตามจนจบสมัยมีรัฐมนตรีหายไป 2-3 คนด้วยซ้ำ
เมื่อถามไม่ได้ปิดประตู นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องคุยกัน เมื่อมาเป็นรัฐบาลด้วยกันอะไรก็ตามที่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งเราต้องช่วยกัน เพราะเป็นรัฐบาลผสมอย่าไปกินแรงพรรคอื่น เมื่อถามว่าประเมินเรือรัฐบาลใหม่ลำนี้จะเดินหน้าไปได้ด้วยความแข็งแกร่งหรือทุลักทุเล นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเทียบเป็นรัฐบาลผสมก็ไม่ได้มีมากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วทำงานกันมาได้เป็นอย่างดีในภาพรวม และอยู่กันมาครบ 4 ปี รู้สึกใจหายเหมือนกัน เมื่อถามว่ารู้สึกใจหายที่จะต้องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ นายอนุทินกล่าวว่า แน่นอน เพราะทำงานร่วมกันมา 4 ปี
รทสช.มอบพีระพันธุ์เคาะชื่อ
เวลา 19.00 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์หลังประชุม กก.บห.เกือบ 3 ชั่วโมง ว่า หัวหน้าพรรคนำร่างหลักเกณฑ์การพิจารณาตัวบุคคลเป็นรัฐมนตรีมาให้ กก.บห.พิจารณา ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และมีมติให้หัวหน้าเป็นผู้พิจารณาบุคคลแต่ละตำแหน่งและส่งชื่อให้พรรคแกนนำ โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ให้ไว้ ที่ประชุมเห็นด้วยที่หัวหน้าพรรคจะไปเป็นรองนายกฯควบรมว.พลังงาน พรรคมี 4 กระทรวงคือ รมว.พลังงาน รมว.อุตสาหกรรม รมช.เกษตรฯ และรมช.คลัง อีก 3 ตำแหน่ง หัวหน้าพรรคจะเป็นผู้พิจารณา ถือเป็นอำนาจของหัวหน้าพรรค
เมื่อถามว่ามีคนนอกร่วมหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า มีได้ เช่น กระทรวงการคลัง อาจต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะตัวและเฉพาะด้าน มอบอำนาจให้หัวหน้าสามารถพิจารณาคนนอกได้ คืนนี้ก็เป็นไปได้ที่จะ ส่งชื่อให้พรรคแกนนำ เมื่อถามว่ามีอดีต นายแบงก์หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ยังไม่รู้ ต้องถามหัวหน้าพรรค
ปลัดกฤษฎารับใบกรอกประวัติ
เมื่อถามถึงข่าวจะให้ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร สส.บัญชีรายชื่อ และนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นรัฐมนตรี เจ้าตัวปฏิเสธจริงหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่รับ จริงๆยังไม่เคยมีการพิจารณาหรือส่งชื่อไปก่อนเลย ข่าวแค่คาดการณ์ ที่พูดว่าส่งชื่อไปแล้วดึงกลับมาเปลี่ยนใหม่ไม่เป็นความจริง เชื่อว่าในที่สุดทั้ง 4 คนจะเกิดความสมดุล มีทั้งสส. ผู้บริหารพรรค และบางส่วนดึงคนนอก
เวลา 19.50 น. นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดฯคลัง ที่เคยมีชื่อเป็น รมช.คลัง อยู่โควตาพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่พรรค เมื่อเจอกลุ่มผู้สื่อข่าวมีสีหน้าตกใจ ปฏิเสธตอบคำถาม กล่าวแต่เพียงว่ามาพบนายพีระพันธุ์ จากนั้นเวลา 20.10 น. นายกฤษฎาลงมาจากห้องทำงานของนายพีระพันธุ์ พร้อมถือซองเอกสารสีน้ำตาล คาดเป็นใบกรอกประวัติรัฐมนตรี
เมื่อถามว่ากรอกคุณสมบัติรัฐมนตรีหรือยัง นายกฤษฎากล่าวว่า ยังครับ มาพูดคุยเรื่องงานเฉยๆ เมื่อถามว่าสรุปเป็นว่าที่รัฐมนตรีโควตาเพื่อไทยหรือรวมไทยสร้างชาติ นายกฤษฎา หัวเราะกล่าวว่า ตอนนี้ยังๆครับ เมื่อถามว่าจะส่งชื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติเมื่อไร นายกฤษฎาหัวเราะอีกครั้งกล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นปลัดอยู่ ก่อนให้คนขับรถออกรถ
รายงานข่าวล่าสุด การจัดโผของรวมไทยสร้างชาติ หลังม.ล.ชโยทิต กฤดากร ปฏิเสธรับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ล่าสุดแกนนำพรรคหารือได้ข้อสรุปส่ง น.ส.พิมภัทรา วิชัยกุล สส. นครศรีธรรมราช เป็นรมว.อุตฯ
สภาพร้อมแถลงนโยบาย 8 กย.
ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวถึงการแถลงนโยบาย ว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากรัฐบาล ส่วนจะเป็น 8 ก.ย.นี้ ตามที่มีข่าวหรือไม่ ถ้ารัฐบาลแจ้งมาตนก็จะประชุมวิป 3 ฝ่าย คิดว่าคงพร้อมแต่ต้องแจ้งให้วิปทั้ง 3 ฝ่ายทราบ เพื่อจะกำหนดวันในการอภิปรายเรื่องนโยบายที่รัฐบาลแถลง และจะใช้เวลาอภิปรายกี่วันนั้น ต้องดูที่ผ่านมาใช้เวลาเท่าไร สว. สส. รวมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องใช้เวลาชี้แจงเท่าไร
แนะกก.แจ้งสละสิทธิผู้นำฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลยืนยันเอง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่รับตำแหน่ง นาย ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง จะดำรงตำแหน่งเดิม จะแก้ปัญหาอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ หัวหน้าพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน และไม่ได้เป็นประธานหรือรองประธานสภาจะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งต้องเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ ด้วย
แต่หากพรรคก้าวไกลมีจุดประสงค์ดำรงตำแหน่งรองประธานสภา ก็ต้องแจ้งเพื่อสละสิทธิให้พรรคฝ่ายค้านลำดับรองลงมา ซึ่งตามข้อบังคับรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องมีผู้นำ ฝ่ายค้านเพื่อปฏิบัติหน้าที่ เป็นหนึ่งในกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. รวมทั้งคณะกรรมการจริยธรรมของสภา
กมธ. 35 คณะชัดเจนสัปดาห์นี้
เมื่อถามว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ 35 คณะ ต้องรอให้มีครม.ชัดเจนหรือไม่ ในการบรรจุระเบียบวาระต่างๆ นายวันนอร์กล่าวว่า กมธ.พร้อมจะแแต่งตั้งแล้ว ขณะนี้ชัดเจนแแล้วว่าพรรคใดบ้างที่เป็นรัฐบาล พรรคใดเป็นฝ่ายค้าน ตนได้คุยกับนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่สองแล้วว่าคงจะะมีการประชุมที่ทุกพรรคจะมาประชุม พรรคใดจะอยู่ใน กมธ.ใด ใน 35 คณะนั้นกี่คน ก็เป็นไปตามสัดส่วนสส.พรรคนั้น แต่เรื่องที่ต้องคุยคือพรรคใดจะเป็นประธาน กมธ.ชุดใด ซึ่งจะใช้เวลา 2-3 วันในสัปดาห์นี้
8 พรรคได้โควตาปธ.กมธ. 35 คณะ
ทั้งนี้ การแบ่งสัดส่วนประธาน กมธ.สามัญ 35 คณะ ในสภาผู้แทนราษฎร เบื้องต้นมีการจัดทำเอกสารคำนวณอัตราส่วนตำแหน่งประธาน กมธ.ที่แต่ละพรรคจะได้ จากกมธ. 35 คณะ คูณจำนวน สส.แต่ละพรรค หารด้วยจำนวนสส.ทั้งหมด (499 คน) พบพรรคที่มีสส.ถึงเกณฑ์ได้ประธาน กมธ. 8 พรรค ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล 10 คณะ พรรคเพื่อไทย 10 คณะ พรรคภูมิใจไทย 5 คณะ พรรคพลังประชารัฐ 3 คณะ พรรครวมไทยสร้างชาติ 3 คณะ พรรคประชาธิปัตย์ 2 คณะ พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คณะ และพรรคประชาชาติ 1 คณะ
มีรายงานว่า การจัดสรรประธาน กมธ.แต่ละคณะ พรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต้องนำมาหารือเพื่อตกลงกันอีกครั้งว่าพรรคใดจะได้ประธาน กมธ.คณะใดบ้าง โดยเฉพาะสส.จากพรรคร่วมรัฐบาลคาดจะมีผู้แสดงเจตจำนงขอเป็นประธาน กมธ.จำนวนมาก ให้ตรงกับกระทรวงที่พรรคดูแล เพื่อให้การทำงานสอดประสาน
สุทินกลับกห.-ไชยา
การจัดสรรรัฐมนตรีรัฐบาล เศรษฐา 1 ใกล้ลงตัวแล้ว ตำแหน่งรมว.กลาโหม ที่มีชื่อพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จะมารับตำแหน่ง แต่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาต่อต้านอย่างหนัก ภายหลังปรากฏชื่อเคยเกี่ยวพันกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เมื่อปี 2553 ล่าสุดแกนนำพรรคหารือจะดึงกลับมาให้ สส.ทำหน้าที่นี้แทน โดยวางตัวนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ให้กลับเข้ามาเป็น รมว.กลาโหม เพื่อลดกระแสต่อต้าน
ส่วนรมว.วัฒนธรรม ที่มีชื่อนายสุทิน จะเปลี่ยนให้นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ที่ถูกวางไว้เป็นรมช.มหาดไทย จะมาดำรงตำแหน่งนี้แทน
ว่าที่รมต.ทยอยกรอกประวัติ
ทั้งนี้ ภายหลังมีการส่งรายชื่อรัฐมนตรีมายังสำนักเลขาธิการครม. ทางเลขาฯครม.แจ้งไปยังผู้มีรายชื่อให้มากรอกประวัติ ซึ่งช่วงบ่าย 28 ส.ค.66 มีทยอยเดินทางเข้ามารับเอกสารไปกรอกประวัติแล้ว อาทิ พ.ต.อ.ทวีสอด สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่มีชื่อเป็น รมว.ยุติธรรม นายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเป็น รมช.เกษตรฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ตัวแทนมารับเอกสารของว่าที่รัฐมนตรีทั้งหมดของพรรคไปกรอก โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยนำเอกสารไปให้ว่าที่รัฐมนตรีกรอกก่อนนำส่งเช่นกัน และมีว่าที่รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐบางคนมารับเอกสารไปแล้ว โดยให้เวลาว่าที่รัฐมนตรีมากรอกเอกสาร 3 วัน ระหว่าง 28-30 ส.ค.

ไชยารมช.เกษตร-พิชิตดูสำนักนายก
ส่วนรมช.มหาดไทย จะเปลี่ยนให้นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ที่เดิมถูกวางเป็นรมช.เกษตรฯ มาเป็นรมช.มหาดไทย ขณะที่ ตำแหน่งรมช.เกษตรฯ จะวางตัวนายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ที่เป็นสส. 9 สมัย มารับตำแหน่งดังกล่าวแทน
ส่วนตำแหน่งรมว.การต่างประเทศเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร จะได้เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.การต่างประเทศ ขณะที่นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย จะเข้ามารับตำแหน่ง รมช.ต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีชื่อ นายพิชิต ชื่นบาน มานั่งรมต.สำนักนายกฯ
สำหรับกระแสข่าว พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่มีข่าวกระแสนั่งรองนายกฯควบกระทรวงทรัพยากรฯ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมว.เกษตรฯ มาต่อเนื่อง ขณะที่บางกระแสระบุทั้ง 2 คน อาจสลับเก้าอี้กัน

เปิดโผ 35 รมต.ล่าสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.เศรษฐา 1 เป็นที่ยุติแล้ว ประกอบด้วย
พรรคเพื่อไทย
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ควบ รมว.คลัง
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ
นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.สำนักนายกฯ
นายพิชิต ชื่นบาน รมต.สำนักนายกฯ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม
น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม
นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย
นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม
นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง
นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ
นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ
-พรรคภูมิใจไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์
-พรรคพลังประชารัฐ
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข
นายไผ่ ลิกค์ รมช.พาณิชย์
-พรรครวมไทยสร้างชาติ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ ควบ รมว.พลังงาน
น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง
นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ
-พรรคชาติไทยพัฒนา
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
-พรรคประชาชาติ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม
หอบ2แสนชื่อจี้-แก้รธน.ทันที
วันที่ 28 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค รับหนังสือจากกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ นำโดยน.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ตัวแทนกลุ่ม โดยเรียกร้องไปยังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และพรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้จัดทำประชามติรัฐธรรมนูญด้วยคำถามที่ไม่มีเงื่อนไข
น.ส.จีรนุชอ่านแถลงการณ์ระบุ ตามที่เพื่อไทยออกแถลงการณ์ครั้งที่ 1 เมื่อ 2 ส.ค.66 ครั้งที่ 2 ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เมื่อ 7 ส.ค.66 ประกาศจัดตั้งรัฐบาลมีสาระสำคัญตรงกันที่จะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ทำประชามติเพื่อจัดทำฉบับใหม่ตั้งแต่การประชุมครม.นัดแรก เป็นนิมิตหมายอันดีแต่กังวลการทำประชามติ ครม.ออกแบบคำถามให้มีเงื่อนไข หรือให้บุคคลที่จะยกร่างมาจากกระบวนการที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม
ทางกลุ่มจึงเสนอคำถามที่ครอบคลุมชัดเจนว่าการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเขียนใหม่ได้ทั้งฉบับ หากจะมี ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด โดยได้ใช้สิทธิตามมาตรา 9 (5) พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 รวบรวมรายชื่อประชาชนอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอคำถามดังกล่าว กิจกรรมนี้มีประชาชนที่เห็นด้วยจำนวนมากรวบรวมรายชื่อได้มากกว่า 205,739 รายชื่อ ด้วยรายชื่อที่มากเช่นนี้ไม่มั่นใจว่า กกต.จะตรวจสอบได้รวดเร็วและเสนอสำนักงานเลขาฯ ครม.ได้ทันครม.ใหม่นัดแรก จึงนำคำถามประชามติที่ประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอนี้มายื่นต่อพรรคแกนนำรัฐบาลและนายกฯ คนใหม่
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ข้อคำถามที่เสนอจะเป็นประโยชน์ต่อครม.มาก และครม.จะนำไปกำหนดเป็นนโยบายร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอต่อรัฐสภา ครม.นัดแรก หากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเราจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาและมีมติ ส่วนคำถามที่เขียนมาถือว่าใกล้เคียงกับของเราที่ได้คิดไว้
นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคต้องการจัดทำฉบับใหม่ ตนจึงเสนอพรรคว่าต้องทำประชามติก่อนว่าประชาชนจะทำฉบับใหม่หรือไม่ รวมถึงให้มี ส.ส.ร.มาจัดทำหรือไม่