เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นำกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งชุดปฏิการพิเศษ “หนุมานกองปราบฯ” กว่า 800 นาย ปล่อยแถวระดมเพื่อกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายมุ่งเน้นไปที่การจับกุมผู้จำหน่ายและผู้ลักลอบใช้หรือพกพาอาวุธปืนเถื่อนและอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ รวมทั้ง “แบลงก์กัน” หรืออาวุธปืนดัดแปลง ซึ่งปฏิบัติการมีขึ้นใน 47 จังหวัด รวม 114 เป้าหมายทั่วประเทศ

พล.ต.ท.จิรภพเปิดเผยว่า ตนสั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลางทุกกองบังคับการในสังกัด จัดกำลังชุดปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างหาเป้าหมายแหล่งอาชญากรรม มุ่งเป้าไปที่การจับกุมผู้จำหน่ายอาวุธปืนเถื่อน และผู้ที่พกพาอาวุธปืนผิดกฎหมาย หลังจากที่ผ่านมามีการลักลอบใช้อาวุธปืนเถื่อน อาวุธปืนผิดมือ หรือแม้กระทั่งปืนถูกกฎหมายไปก่อเหตุร้ายในหลายพื้นที่ ล่าสุดเกิดคดีเด็กวัย 14 ปี นำอาวุธปืนแบลงก์กันไปก่อเหตุกราดยิงในศูนย์การค้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ พบว่าอาวุธปืนเถื่อนส่วนมากซื้อขายกันผ่านระบบออนไลน์ จึงต้องเร่งกวาดล้างอย่างเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 36 คน ตรวจยึดอาวุธปืนเถื่อน 53 กระบอก แบ่งเป็นอาวุธปืนทั่วไป 22 กระบอก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 31 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดต่างๆ 1,581 นัด ลำกล้อง 46 ชิ้น แม็กกาซีน 14 อัน เสื้อเกราะยุทธภัณฑ์ 2 อัน และอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืนต่างๆ 32 ชิ้น

วันเดียวกัน เวลา 09.50 น. ที่สน.ยานนาวา ร.ต.ท.สุชานันท์ ทรัพย์แตง พนักงานสอบสวนสน.ยานนาวา ควบคุมตัวผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย 1.นายภัสสรกรณ์ เธียรธนาวิทย์ 2.น.ส. สุธิดา แป้งหอม 3.นายวุฒิพงษ์ เพชรมณี และ 4.นายธนาวุฒิ เปลี่ยนวงค์ สามีของ น.ส.สุธิดา ซึ่งถูกออกหมายจับล็อตที่ 2 หลังพบมีส่วนพัวพันกับการขายกระสุนปืนและใช้บัญชีม้า รับโอนค่ากระสุนจากเยาวชนอายุ 14 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุกราดยิงที่ห้างสยามพารากอน ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขัง ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายขึ้นรถ เพื่อพาไปศาลอาญากรุงเทพใต้นั้น ผู้ต้องหาทั้งหมดเดินก้มหน้า ไม่พูดอะไร

พ.ต.อ.กันตภณ โพธิ์อ๊ะ ผกก.สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนคัดค้านประกันตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดเนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง อยู่ในความสนใจของสังคม และกลุ่มผู้ต้องหามีหลายคน จึงเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ส่วนการขยายผลหลังจากนี้ ยังคงเป็นการดำเนินงานของชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่หากต้องมีการประสานเรื่องพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนสน.ยานนาวา จะให้ความร่วมมือในการดำเนินการ รวมถึงการไปขออนุมัติออกหมายจับและดำเนินคดี หากการขยายผลพบผู้กระทำผิดเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน