ท้าผ่านโซเชี่ยลสนั่นสวนหลวง
ล็อกหลานลูกทุ่งดังสอบ เอี่ยวเหตุแก๊งโจ๋วิวาท ยิงเด็กวัย 15 ดับคาถนนเลียบคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ย่านประเวศ ตร.ยันรู้ตัวมือปืนแล้ว ยังเป็นเยาวชน รรท.ผบก.น.4 แนะรีบมามอบตัว หนีอย่างไรก็ไม่รอด เผยเป็นแก๊งโจ๋ ท้าทายกันผ่านเฟซบุ๊กเป็นประจำ ร่วมก่อเหตุประมาณ 3-4 กลุ่ม มีประมาณ 30 กว่าราย กำลังเรียกทั้งหมดมาให้ปากคำเพิ่มเติม
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 13 พ.ย. ร.ต.ท.จักราช ธนวชิรากร รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุวัยรุ่น ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต 1 ราย ใกล้ปากซอย พัฒนาการ 53 ถนนเลียบคู่ขนานมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี แขวงและเขตสวนหลวง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุพบกลุ่มวัยรุ่นหลายคนยืนรวมกัน ใกล้ร่างเยาวชนอายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ตามร่างกายบริเวณใต้คิ้วซ้าย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบขนาด เสียชีวิต ใกล้กันพบรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีดำแดง ทะเบียน 3กบ 8354 กรุงเทพฯ จอดอยู่กลางถนน คาดว่า เป็นจยย.ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ห่างไปอีก 50 เมตร พบจยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 เอลอีดี สีน้ำเงินแดง ทะเบียน 5 ขง 1473 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายจอดริมฟุตปาธ นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืน 6 ปลอก กระจายเกลื่อน พื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบถามเยาวชน อายุ 16 ปี ที่มาด้วยกัน ให้การว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มพวกตนมีปัญหา ขัดแย้งกับกลุ่มวัยรุ่น ย่านรามคำแหง 60 กันมานานหลายปี มีการท้าตีท้าต่อย ผ่านเฟซบุ๊ก บ่อยครั้ง กระทั่งกลุ่มพวกตนมีเรื่องกันจนกลุ่มคู่อริได้รับบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล จากนั้น ก็ถูกเอาคืนด้วยการโดนปาระเบิดใส่บ้านรุ่นพี่ของพวกตน ติดต่อกัน 4 วัน ล่าสุดวันนี้ เป็นวันที่ 5 ก็ถูกโดนปาระเบิดอีกครั้ง โดยกลุ่มคู่อริยกพวกมากันกว่า 20 คน ขี่จยย.เกือบ 10 คัน และรถกระบะ 1 คัน มาจอดรถริมถนนใกล้ปากซ.พัฒนาการ 53 เลียบมอเตอร์เวย์ รุ่นพี่จึงโทร.เรียกพวกตนประมาณ 10 คน ขี่จยย. 5 คัน ให้มาช่วยกันไล่คู่อริ ให้ออกพ้นพื้นที่ โดยกลุ่มพวกตนมีเพียง มีดดาบ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุทั้งสองฝ่ายเจอหน้ากันก็วิ่งเข้าใส่กันอย่างชุลมุน ฝ่ายคู่อริได้ปาระเบิดปิงปอง 4-5 ครั้ง และยิงปืนใส่เกือบ 10 นัด จนถูกรุ่นน้องเสียชีวิต 1 คน จากนั้นกลุ่มคู่อริจึงแยกย้ายกันหลบหนีไป

ศึกโจ๋กรุง – ที่เกิดเหตุวัยรุ่นยกพวกปาบึ้ม-ยิงกันที่ปากซอยพัฒนาการ 53 ถนนเลียบคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ย่านสวนหลวง เขตประเวศ กทม. ทำให้เยาวชนวัย 15 ปีเสียชีวิต เมื่อวันที่ 13 พ.ย.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำร่างผู้เสียชีวิต ส่งสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ก่อนเรียกกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตไปสอบปากคำอย่างละเอียด และนำจยย.ของกลุ่มผู้ก่อเหตุไปตรวจสอบ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับกลุ่มวัยรุ่นที่รวมกันก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวเยาวชนทั้ง 2 คน ขึ้นมาสอบปากคำที่ห้องประชุมร่วมกับชุดสืบสวนและ บก.น.4 โดยหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นคนขับรถจักรยานยนต์สีแดงคันที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดไว้ได้เป็นของกลาง จากที่เกิดเหตุ
แม่ของเจ้าของรถคันดังกล่าว เผยว่า เมื่อคืน วันเกิดเหตุ ลูกชายออกไปเที่ยวกับเพื่อน ตามปกติ โดยขี่จยย.ของตนไป กลับมานอนที่บ้านตามปกติ ไม่มีท่าทางวิตกกังวล กระทั่งตอนเช้าจะออกไปตลาดแต่ไม่พบรถ จึงทราบว่า เมื่อคืนเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ถูกถีบรถจยย. ล้มกลางถนน ลูกจึงวิ่งหลบหนีไปก่อน และไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิงผู้ตาย จึงเดินทางมาที่สน.ประเวศ เพื่อติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทางตนไม่มีความกังวลใดๆ เพราะมั่นใจว่าลูกชายไม่ได้ทำอะไรผิด
ต่อมา พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ รรท.ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 และพ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการประชุมฝ่ายสืบสวนและได้มีการแบ่งงานกันเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นทราบตัวผู้ใช้ปืนยิงเยาวชนวัย 15 ปีเสียชีวิตแล้ว ส่วนเรื่องการออกหมายจับต้องขออนุญาตศาลก่อนและออกหมายจับอีกครั้ง เนื่องจากว่ายังเป็นเยาวชน ต้องรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พยานบุคคลร่วมด้วย ขอแนะนำน้องที่กระทำความผิด ให้รีบมามอบตัว ไม่ต้องหนีจะได้ง่าย และเป็นผลดีต่อตัวเขาด้วย
พล.ต.ต.ธนันท์ธรกล่าวต่อว่า โดยแรงจูงใจในการก่อเหตุไม่ได้อยู่ที่สถาบันการศึกษา เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองฝ่ายเป็นนักเรียนนอกระบบ แต่มีการท้าทายกันทางโซเชี่ยล อยู่ตลอดซึ่งเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ปกครอง ตนก็เห็นใจ เชื่อว่าผู้ปกครองคนไหนก็ไม่มีใครอยากให้ลูกทำแบบนี้ ซึ่งเชื่อว่าช่วงวัยวัยรุ่นใจร้อน ห้ามให้ กระทำได้ยากและการก่อเหตุในลักษณะแบบนี้ เขายังสูญเสียอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการก่อเหตุแบบนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีแผนระงับเหตุ และปรับแผนทุก 15 วัน ตามลักษณะการก่อเหตุในแต่ละครั้ง
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้พาตัวเด็กชาย วัย 14 ปี ซึ่งเป็นหลาน เบิ้ล ปทุมราช นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มาสอบปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน เพื่อเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยเด็กชายอยู่ในกลุ่มซุ้มโจร และผู้เสียชีวิตอยู่ในกลุ่มมัจจุราชทางรถไฟ และมีการรวมกลุ่ม อื่นๆ เพื่อมาเจอกันในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเจ้าตัว เป็นคนนัดหมายให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจอกันและ อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ก่อนจะมีการก่อเหตุทะเลาะวิวาท และไม่ทราบว่ากลุ่มไหนเป็นคน ใช้อาวุธปืนยิง มาทราบข้อมูลภายหลังว่า อาจเป็นกลุ่มพลับพลา ที่ใช้อาวุธปืนยิงจนมี ผู้เสียชีวิต 1 ราย
เบื้องต้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประสานให้กลุ่มวัยรุ่น ที่ลงมือก่อเหตุประมาณ 3-4 กลุ่ม โดยมีจำนวนประมาณ 30 กว่าราย เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อติดตาม ผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
ขณะที่แม่ของผู้เสียชีวิตกล่าวเรียกร้องว่า ขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเร่งรัดจับกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว และอยากให้มีการปรับปรุงกฎหมายเอาผิดกับเยาวชนผู้กระทำความผิดให้เข้มงวดมากกว่านี้ เพราะมองว่าตอนนี้กฎหมายอ่อนมาก และ เกิดเหตุเยาวชนไล่ยิงทำร้ายร่างกายกันทั่วบ้านทั่วเมือง รวมทั้งขอประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า หากมีความสามารถที่ถึงขนาดประดิษฐ์อาวุธปืนได้ ทำไมต้องมาก่อเหตุพรากชีวิตคนอื่นในลักษณะแบบนี้ ทำไมไม่ใช้ความสามารถของตนเองในทางที่เป็นประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติ แต่มาก่อเหตุเช่นนี้